ท่านที่ยังไม่เคยเดินทางมาอินเดีย หรืออ่านในสื่อต่างๆ มักจะวาดภาพในใจว่า อินเดียไม่สะอาดตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
มีปัญหาเรื่องห้องน้ำไม่สะอาดหรือไม่เพียงพอ หรือมีห้องน้ำแต่ไม่มีน้ำไหล หลายแห่งก็มีกองขยะให้เห็นดาษดื่น ตามถนนก็มีมูลโคเป็นหย่อมๆ
แต่เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 145 ปีของมหาตมะ คานธี ผู้นำทางจิตวิญญาณของอินเดีย นายกรัฐมนตรีโมดีของอินเดียก็ได้ใช้เป็นโอกาสรณรงค์ให้ทุกคนในชาติลุกขึ้นมาปัดกวาด ทำความสะอาดอินเดียครั้งใหญ่ โดยใช้สโลแกนว่า “Clean India - Swachch Bharat” ภายใต้โลโก้เป็นกรอบแว่นตาของท่านคานธี เป้าหมายคือทำให้อินเดียเป็นประเทศที่สะอาด และให้ทุกครัวเรือนมีห้องน้ำของตนเองภายในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือเมื่อครบรอบวันเกิด 150 ปีของมหาตมะ คานธีในปี 2562 (ปัจจุบันครัวเรือนในชนบทของอินเดียที่มีห้องน้ำใช้ในบ้านมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ซึ่งยังน้อยกว่าบางประเทศในแอฟริกาเสียอีก)
แนวความคิดนี้ก็คล้ายๆ กับการรณรงค์เรื่อง “ตาวิเศษ” ในไทยโดยคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช เมื่อ 30 กว่าปีก่อน แต่ครั้งนี้ผมคิดว่าผู้นำอินเดียมีความตั้งใจจริง มิใช่เป็นการปลุกกระแสความนิยม
ก่อนหน้านี้ นายโมดีได้ประกาศไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ในโอกาสวันเฉลิมฉลองการสถาปนาอินเดียเป็นสาธารณรัฐ โดยกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของมหาตมะ คานธีว่า นอกจากจะผลักดันให้อินเดียเป็นอิสรภาพจากอังกฤษแล้วยังต้องการเห็นอินเดียเป็นประเทศที่เจริญและสะอาด รัฐบาลชุดนี้จึงต้องการรณรงค์ให้ทุกคนช่วยกันทำความสะอาด และจะทำให้ทุกครัวเรือนมีห้องน้ำใช้พอเพียง
นายโมดีสั่งให้รัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมดร่วมกันออกมารณรงค์ทำความสะอาดสถานที่ราชการของตัวเองเป็นอันดับแรกในวันที่ 2 ต.ค. ตัวนายโมดีเองก็ออกไปจับไม้กวาด โดยมีเป้าหมายที่วัดวัลมิกิสถาน (Valmiki Sadan) ซึ่งเป็นวัดที่อยู่กลางกรุงเดลี ที่คนวรรณะจัณฑาลเป็นผู้สร้างขึ้น ภาพของนายโมดีจับไม้กวาดไปทำความสะอาดวัดของกลุ่มจัณฑาลในครั้งนี้อาจถือว่ามีความหมายอย่างยิ่ง นายโมดีคงต้องการจะสื่อให้คนอินเดียล้างค่านิยมเกี่ยวกับงานทำความสะอาดว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของคนวรรณะล่าง แม้แต่นายกรัฐมนตรียังพร้อมจะจับไม้กวาดทำความสะอาดวัดของกลุ่มจัณฑาลได้ นอกจากนั้น เมื่อหัวขบวนลงมือทำให้เห็น องคาพยพของภาคราชการอินเดียก็ต้องกระวีกระวาดด้วย (แม้บางข่าวจะบอกว่าหัวหน้าหน่วยราชการหลายรายก็ไม่ค่อยเต็มใจแต่ก็ไม่กล้าขัดขืน)
แต่ก่อนที่จะเดินทางไปถึงวัดวัลมิกิสถาน นายโมดีก็มีเซอร์ไพรส์ด้วยการหยุดแวะที่สถานีตำรวจ Mandir Marg กลางกรุงนิวเดลีเมื่อเวลา 08.20 น. แล้วลงไปกวาดทำความสะอาดลานจอดรถของสถานีกว่า 20 นาที เหตุการณ์นี้ไม่มีใครคาดคิดและไม่ได้มีนายตำรวจใหญ่ลงมาให้การต้อนรับ เพราะต่างก็ไปรอรับนายโมดีอยู่ที่วัดวัลมิกิสถาน ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยกว่า 500 คน ที่สถานีจึงเหลือแต่ตำรวจชั้นผู้น้อยเพียง 20 นายซึ่งก็ต้องกระวีกระวาดรีบออกมาปัดกวาดทำความสะอาดให้นายโมดีเห็น (ตามข่าวบอกว่าหลังจากนายโมดีไปแล้วก็ยังถูกสั่งให้อยู่ทำความสะอาดต่อจนกระทั่งถึงค่ำ)
นอกจากนี้รัฐบาลยังออกมาประกาศจัดสรรงบประมาณหมู่บ้านละ 2 ล้านรูปี (ประมาณ 1 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนให้สร้างห้องน้ำในชนบทให้ครบ 1,340,000 หมู่บ้านทั่วอินเดีย ซึ่งก็ได้รับการขานรับด้วยความดีใจจากภาคธุรกิจก่อสร้างและผู้จำหน่ายสุขภัณฑ์ซึ่งจะขายได้เยอะขึ้น
หลายฝ่ายโดยเฉพาะนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามมองว่า การณรงค์ครั้งนี้เป็นเพียงการปลุกกระแสเพื่อผลทางการเมือง แต่ผมคิดว่านายโมดีมีความตั้งใจจริง ติดดิน และสามารถทำให้ประชาชนชาวอินเดียจำนวนไม่น้อยร่วมออกมาตระหนักถึงความสำคัญของการที่จะต้องลบภาพอินเดียที่สกปรกออกไป
ในวันนั้น นอกจากตัวนายโมดีและคณะรัฐมนตรีแล้ว ยังมีประธานาธิบดีประนาบ มุกเคอร์จี และบรรดาผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงและสังคมเข้าร่วมรณรงค์ทำความสะอาดในเมืองต่างๆ ที่ตนเองอาศัยอยู่ ท่านประธานาธิบดีซึ่งไปรณรงค์ทำความสะอาดโรงเรียนเก่าของตนเองในรัฐเบงกอลถึงกับเรียกร้องว่าคนอินเดียทุกคนควรเสียสละเวลาสัปดาห์ละ 2 ชม. หรืออย่างน้อย 100 ชม. ต่อปีเพื่อช่วยกันทำความสะอาดอินเดียให้สะอาด ตัวนายโมดีเองก็ได้เลียนแบบการท้าทายให้เทน้ำเย็นรดศีรษะ (Ice Bucket Challenge) มาเป็นท้าทายบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอินเดียให้ออกมาร่วมรณรงค์ทำความสะอาดอินเดียเช่นเดียวกัน ผู้ที่ถูกท้าทายมีทั้งดาราบอลลีวูดชื่อดังรายหลาย เช่น นายซัลมาน ข่าน นางสาวปรียังก้า โชปรา นักกีฬาคริกเก็ตนายสักชิน เทนดูลก้า มหาเศรษฐีนายอนิล อัมบานี แถมยังแย็บไปถึงนักการเมืองพรรคคองเกรสฝ่ายตรงข้ามคือนายชาชิ ทารู อดีต รมช. กระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในรัฐบาลชุดเก่า
แม้นายโมดีจะมีความตั้งใจและเริ่มรณรงค์อย่างจริงจัง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้อินเดียสะอาดได้สมความตั้งใจ ทุกวันนี้เทศบาลกรุงนิวเดลีเองก็มีปัญหาไม่สามารถจัดการกับขยะที่เกิดขึ้นจำนวน 9,000 ตันต่อวันได้ (ทั่วทั้งอินเดียมีขยะเกิดขึ้น 85,000 ตันต่อวัน) ท่อระบายน้ำเสียก็มีไม่เพียงพอเพราะเมืองขยายตัวอย่างไม่มีขอบเขตเนื่องจากคนหลั่งไหลเข้ามาหางานทำ แม่น้ำยมุนาที่ไหลผ่านกรุงนิวเดลีก็กลายเป็นเส้นทางระบายน้ำเสียขนาดใหญ่ สิ่งท้าทายของรัฐบาลส่วนหนึ่งจึงมิได้อยู่ที่จะเปลี่ยนความคิดคนอินเดียให้ช่วยกันรักษาความสะอาดเท่านั้น แต่ต้องการการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับและงบประมาณในการดูแลรักษาให้เพียงพอ
ก็คงต้องรอดูว่าการรณรงค์ครั้งนี้จะไปได้นานแค่ไหน แต่อย่างน้อยผมก็คิดว่าเมื่อผู้นำอินเดียมีความตั้งใจจริง ก็น่าจะเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับภาคเอกชนไทยที่สนใจเข้ามาลงทุนไม่เพียงแต่เรื่องการจำหน่ายสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ก่อสร้าง แต่ยังรวมไปถึงโครงการกำจัดขยะหรือการบริหารจัดการขยะในชุมชนอย่างยั่งยืนด้วย






