วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"กำลังซื้อ" ไม่ได้ดีจริง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยถึงสัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทย โดยประเมินว่า ปีนี้สัดส่วน

ยังคงสูงถึง 85% ต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) และยังประเมินต่อไปด้วยว่า ใน "ปีหน้า" มีโอกาสที่หนี้ภาคครัวเรือนจะสูงถึงแตะระดับ 87% ต่อจีดีพี ซึ่งถือเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง

ยังมีการกล่าวกันอีกว่า เมื่อรวมหนี้ "นอกระบบ" เข้าด้วยแล้ว สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทย

จะทะยานไปถึง 100% ต่อจีดีพี

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนว่า แม้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งเป็น "วาระ" ที่บรรดาผู้ประกอบการคาดหวังว่า "กำลังซื้อจะฟื้นตัว" เนื่องจากเป็นฤดูขาย (ไฮซีซัน) หลังเผชิญ "ปัจจัยลบ" ทางการเมืองในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่เอื้อ มาตั้งแต่ปลายปี 2556 ต่อเนื่องมาจนถึงครึ่งปีแรกของปี 2557

ทว่า เอาเข้าจริงแล้ว "กำลังซื้อภายในประเทศ" กลับยังไม่ฟื้นกลับมาดีดังคาด

แม้จะมีผู้ประกอบการทั้งหลายจะระดม "อัดแคมเปญ" ดันยอดขายแค่ไหน นั่นเพราะ "ผู้บริโภค" ยังคงติดกับดัก "หนี้ครัวเรือน" ที่พอกพูนเป็นดินพอกหางหมู

ซ้ำร้าย การ"จัดหนัก" แคมเปญต่างๆที่ช่วงส่งท้ายปี ยังจะกลายเป็น "แรงจูงใจ" ให้ผู้บริโภค "อดใจไม่ไหว" ที่จะควักบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นมา "รูดปื๊ด"

ทั้งๆ ที่ไม่ได้กำเงินสดในมือ

กลายเป็นการ "ก่อหนี้ครัวเรือน" เพิ่มขึ้นไปอีก !!

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็น ภาวะ "กลืนไม่เข้า คายไม่ออก" ของผู้ประกอบการ

เพราะครั้นจะหันไปพึ่งพารายได้จากการ "ส่งออก" มาชดเชยยอดขายในประเทศ

ก็กลับพบความ "ยากลำบาก" ไม่แพ้กัน

แม้ว่า จังหวะนี้ "ค่าเงินบาท" จะอ่อนค่า แตะระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ช่วย "กระตุ้นรายได้" จากการส่งออกได้บ้าง

ทว่า "ความต้องการ" ซื้อ ในต่างประเทศก็ยังไม่กลับมา

อย่างที่ "ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร" รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เล่าถึงสถานการณ์ส่งออกรถยนต์ในปีนี้ว่า จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1.2 ล้านคัน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และภาวะสงครามในประเทศที่เป็นตลาดส่งออกรถยนต์หลักของไทยเริ่มชะลอนำเข้าสินค้า

โดยเฉพาะการสู้รบในซีเรีย ส่งผลให้คำสั่งซื้อรถยนต์ในตลาด "ตะวันออกกลาง" ชะลอตัวทันที โดยปัจจุบันตลาดตะวันออกกลางถือเป็นตลาดส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของไทย มีสัดส่วน 27% รองลงมาคือ อาเซียน สัดส่วน 25% นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย สัดส่วน 20% ยุโรป 7-9% และอเมริกาใต้ 7-9%

ในฟากของสินค้าแปรรูปเกษตร "สุรัช พัฒนวงศ์ยืนยง" กรรมการผู้จัดการบริษัท สหชลผลพืช จำกัด ในเครือสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ยังระบุว่า ยอดส่งออกสินค้าในเชิงปริมาณลดลง ดังนั้นค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจึงชดเชยรายได้ ได้ไม่มากนัก

ปีนี้ทั้งปี ผู้ประกอบการหลายสินค้าจึง "ยอมรับสภาพ" กันไปแล้วว่า ทำดีแค่ไหน ก็ไม่อาจได้ตาม "เป้าหมาย" ที่ตั้งไว้เดิม

ดังนั้น "กระสุนทุน" จงตุนไว้ก่อน อย่าเพิ่งผลีผลามยิงจนหมด "แม็กกาซีน"

ขอให้รอ "จังหวะ" ไว้เริ่มต้นใน "ปีหน้าฟ้าใหม่" ค่อยอัดแคมเปญ

ซึ่งหลายสำนักเศรษฐกิจ ประเมินว่า จีดีพี จะดีกว่าปีนี้ โดยน่าจะอยู่ที่อัตราขยายตัว 4-5%

ขณะที่อัตราการขยายตัวการส่งออก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประกาศไว้กับทูตพาณิชย์ 66 แห่งจาก 43 ประเทศทั่วโลกว่า อยากให้โตมากกว่า "จีดีพี"

ดังนั้น การระดมสรรพกำลังเพื่อผลักดันยอดส่งออก น่าจะมีให้เห็นคึกคัก

ขณะที่ "กำลังซื้อในประเทศ" หากปลอดปัญหาการเมือง

อย่างไรเสียก็น่าจะดีกว่าปีนี้