วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขบวนการประชาชน ปัญหา และทางออกของประเทศไทย (2)

ระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง มีความหมายกว้างกว่าแค่สิทธิในการเลือกตั้งผู้แทน

คือต้องรวมทั้งประชาธิปไตยทางตรง (การทำประชาพิจารณ์ การลงประชามติประชาชนยื่นถอดถอนผู้แทน) และประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนรวมอย่างแข็งขันในการปกครองตนเองเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่

ชนชั้นนำครอบงำให้ประชาชนเชื่อว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งผู้แทน และการพัฒนาแนวทุนนิยมอุตสาหกรรม เท่านั้นที่จะพัฒนาประเทศให้คนส่วนใหญ่พ้นจากความยากจนได้ แต่สิทธิในการเลือกตั้งผู้แทน เป็นสิทธิส่วนย่อยส่วนหนึ่ง ซึ่งในกรณีของประเทศไทยที่คนส่วนใหญ่ยากจน การศึกษาและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่ำ มีการซื้อเสียง ใช้อำนาจ ระบบอุปถัมภ์ นโยบายหาเสียงแบบประชานิยมฉาบฉวย เลือกตั้งผู้แทนไปก็จะได้เฉพาะผู้แทนและรัฐบาลของคนรวย คนชั้นกลาง ที่ทำผลประโยชน์ตัวเอง ให้ความหวังแบบเพ้อฝันกับประชาชนไป กลายเป็นลัทธิเสียงข้างมากในสภาเป็นใหญ่

ประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาชนต้องมีสิทธิปกครองตนเอง ทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นเพื่อสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคของประชาชน ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างทั่วถึง เป็นธรรม

สิทธิทางการเมืองของประชาชน นอกจากเรื่องการเลือกตั้งผู้แทนแล้ว ยังรวมถึงการใช้สิทธิทางตรง เช่น เข้าชื่อออกกฎหมายใหม่ หรือคว่ำกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ถอดถอนนักการเมืองที่ทุจริตประพฤติมิชอบ สิทธิในการบริหารจัดการตนเองในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล การทำประชาพิจารณ์ การประชามติในเรื่องสำคัญ สิทธิในการพูด การเขียน การชุมนุมทางการเมืองโดยสันติ ฯลฯ

สิทธิทางเศรษฐกิจสังคม ที่สำคัญที่สุดสำหรับประชาชนส่วนใหญ่มี 2 เรื่องคือ

1. สิทธิที่ประชาชนควรจะได้เป็นเจ้าของและผู้ควบคุมปัจจัยการผลิต เช่น ที่ดิน ทุน และอื่นๆ หรือมีงานที่ได้ค่าจ้าง ได้ผลตอบแทนที่เหมาะสมเป็นธรรม

2. สิทธิที่ประชาชนควรจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพแบบใช้งานได้จริงที่รัฐจัดให้ หรือให้การสนับสนุนเป็นคูปองการศึกษา อย่างทั่วถึงเป็นธรรม

สิทธิทางเศรษฐกิจและสังคม 2 ข้อนี้ จะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความรู้จิตสำนึก รู้จักใช้สิทธิทางการเมืองได้ดีขึ้นในสภาพปัจจุบัน ที่ยังไม่มีการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและการศึกษาอย่างถึงรากถึงโคน ประชาชนยังไม่ได้รับสิทธิและโอกาสใน 2 เรื่องนี้ การเลือกตั้งผู้แทนก็จะเป็นเพียงเกมการเมืองของพรรคคนรวยและคนชั้นกลาง เพื่อแข่งขันกันไปเป็นรัฐบาลที่เป็นเผด็จการผู้แทนเสียงข้างมาก

ประชาชนนอกจากจะไม่ได้รับสิทธิและโอกาส 2 เรื่องที่สำคัญนี้ ชนชั้นนำกลับหลอกลวงว่า ถ้าเลือกตั้งพวกเขาไปเป็นรัฐบาลที่พัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมให้เศรษฐกิจเติบโตในอัตราสูง ประชาชนจะได้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามมา ซึ่งไม่จริง ในรอบ 41 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจโดยรวมโตมาตลอด ในบางทศวรรษก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำปี 2540 โตปีละ 10% ด้วยซ้ำ แต่ มีเฉพาะคนรวยส่วนน้อยที่ร่ำรวยขึ้น ทุกวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจนและได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพต่ำ คิดวิเคราะห์ไม่เป็น ไม่สามารถใช้งานได้ดีพอ

แนวทางการปฏิรูปประเทศไทยเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประชาชนประเทศไทยมีสาเหตุรากเหง้าจากปัญหาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจการเมือง 2 ด้าน

1. ระบบโครงสร้างการเมือง และสังคมวัฒนธรรมแบบผูกขาดอำนาจโดยชนชั้นนำกลุ่มน้อย

2. ระบบโครงสร้างเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่

ทั้ง 2 ระบบโครงสร้างนี้ทำให้สังคมเกิดความไม่สมดุล ไม่เป็นธรรม มีความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทั้งด้านทรัพย์สิน รายได้ ระบบการศึกษา ฐานะทางสังคม การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ ในหมู่ประชาชนส่วนน้อยที่รวยกับคนส่วนใหญ่ที่จนมาก

โครงสร้างทั้ง 2 ด้านนี้ ต้องการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงโคน การจะปฏิรูปทั้ง 2 เรื่องได้ ต้องทำพร้อมกันไปปฏิรูปทางด้านการศึกษา การสื่อมวลชน และการปฏิรูปด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและโอกาสในการรวมกลุ่มของประชาชน สิทธิในการบริหารจัดการท้องถิ่น สิทธิในการทำประชาพิจารณ์ ประชามติ การถอดถอนนักการเมือง การออกกฎหมาย คว่ำกฎหมายได้ ฯลฯ ที่มีผล ทำได้จริง ไม่ใช่แค่มีสิทธิในการเลือกผู้แทนเท่านั้น

ประชาธิปไตยแบบเลือกผู้แทนก็สามารถปฏิรูปให้ดีขึ้นได้ เช่น เลือกนายกฯ และคณะรัฐมนตรีโดยตรง เลือกผู้แทนทุกระดับแบบ 2 รอบ เพื่อให้ได้ผู้ชนะที่ได้คะแนนเสียงร้อยละ 50 ขึ้นไป เลือกผู้แทนตามกลุ่มอาชีพใหญ่ๆ ตามลักษณะการเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตและการทำงานครึ่งหนึ่ง เพื่อทำงานในสภาร่วมกับผู้แทนจากพื้นที่ ให้ผู้แทนทำหน้าที่นิติบัญญัติ เช่น ออกกฎหมาย ตรวจสอบควบคุมฝ่ายบริหาร ฯลฯ แต่ไม่เป็นฝ่ายบริหาร เช่น รัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี ฯลฯ เสียเอง

การปฏิรูปทางเศรษฐกิจ ควรเน้นการกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา การมีงานทำที่เหมาะสม ฯลฯ ให้เป็นธรรมเพิ่มขึ้น ด้วยการใช้ระบบเศรษฐกิจแบบผสม ระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม กับระบบสังคมนิยมประชาธิปไตย เช่น สหกรณ์ผู้ผลิตผู้บริโภค สหกรณ์ออมทรัพย์ ธนาคารสหกรณ์ ระบบวิสาหกิจชุมชน รัฐสวัสดิการ ชุมชนสวัสดิการ ฯลฯ เน้นเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง พึ่งตลาดภายในเป็นสัดส่วนสูงขึ้นเน้นการกระจายหน่วยเศรษฐกิจขนาดกลาง ขนาดเล็กไปสู่ชุมชน ประเทศพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจมากขึ้น ที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม เพิ่มการจ้างงาน และลดการใช้พลังงาน เน้นการผลิต การบริโภคแบบทางเลือก ที่อนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ สภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้น

ประชาชนควรทำอะไร

ถ้าประชาชนอยากให้ตัวเองและลูกหลานมีชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชนไม่ควรฝากความหวังไว้กับผู้นำกลุ่มใด ปฏิรูปประเทศ ไม่มีทางที่จะทำจากบนลงล่างได้สำเร็จ มีแต่ต้องทำจากล่างขึ้นบน คือประชาชนต้องฉลาด ตื่นตัวทางการเมืองและสังคม มาร่วมกันจัดตั้งกลุ่มองค์กรเพื่อเรียกร้อง ผลักดัน สร้างอำนาจต่อรองมากขึ้น จึงจะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงตัวระบบโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองแบบผูกขาดอำนาจ

โดยคนกลุ่มน้อยได้ ชนชั้นนำไม่มีทางที่จะปฏิรูป เพื่อลดอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเขาเอง ทั้งพวกเขาก็มักมองการแก้ปัญหาทางเทคนิค ไม่เข้าใจว่าเป็นปัญหาเชิงระบบโครงสร้าง ดังนั้น ประชาชนจึงต้อง

1. ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาเพื่อเข้าใจสาเหตุ สภาพปัญหา และทางออกเชิงปฏิรูปทั้งระบบโครงสร้างอย่างเหมาะสมกับสังคมไทย 2. เผยแพร่ความรู้ข้อมูลข่าวสารที่ก้าวหน้า ให้ประชาชนรู้เรื่องระบบเศรษฐกิจการเมืองทางเลือก รู้จักสิทธิหน้าที่พลเมืองที่รับผิดชอบ 3. ช่วยเหลือจัดตั้งองค์กรประชาชน เช่น สหภาพแรงงาน สภาคมชาวนาชาวไร่ สหกรณ์ ฯลฯ 4. เผยแพร่ความคิดผลักดันเรื่องปฏิรูประบบการศึกษา และข้อมูลข่าวสาร และการจัดตั้งเครือข่ายองค์กรเพื่อการปฏิรูปอย่างกว้างขวางในระดับประเทศ