วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อไทย 'ขอโทษ' ที่เป็น'ตัวฉุด'เพื่อนอาเซียน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณสมหมาย ภาษี “ขอโทษ” อาเซียน ที่ไทยเป็นตัวฉุดให้เศรษฐกิจปี 2557

ของอาเซียนต่ำจากระดับที่ควรจะเป็น แม้แต่ สปป.ลาว ยังโตถึง 7% แต่ของไทยปีนี้ได้ 1.5% ก็ถือว่าเก่งแล้ว

“ผมรู้สึกอายที่เศรษฐกิจไทยโตได้ต่ำที่สุดในอาเซียน” คุณสมหมาย พูดกับนักข่าว หลังจากนำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

รัฐมนตรีคลังบอกว่า แม้ว่าธนาคารโลกจะมองว่า อัตราเติบโตเศรษฐกิจของไทยปีนี้จะอยู่ที่ 1.5% แต่ท่านก็เชื่อว่าน่าจะได้ใกล้ระดับ 2% หากการส่งออกขยายตัวได้ดีในช่วงที่เหลือของปี รวมกับผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

แน่นอนว่าเมื่อเราเป็นอันดับสุดท้ายของอาเซียน ทางด้านอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็มีเหตุที่จะต้องบอกกับตัวเองว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ และจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มีอัตราโตมากขึ้นในปีหน้า เพราะที่เหลืออีกสองเดือนเศษ ๆ ของปีนี้ไม่น่าจะมีตัวกระตุ้นไหน ที่จะสามารถดันให้เกิน 1.5% ที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้

เป้าหมายของปีหน้าอยู่ที่ 3.5-4% แต่ทุกอย่างอยู่ที่การทำงานของรัฐบาลและเอกชน ที่จะประสานกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปลายปีนี้ เพราะต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ฟื้นอย่างแข็งแกร่ง อย่างที่คาดหมายหรือคาดหวังกันเอาไว้

ที่สำคัญกว่าอัตราเติบโตคือ การสร้างความยั่งยืนและลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และความต่อเนื่องของนโยบายที่จะเอื้อต่อการสร้างภูมิคุ้มกันคนรากหญ้าโดยไม่ใช้วิธี “ประชานิยมสุดขั้ว” ที่มุ่งแต่จะแก้ปัญหาระยะสั้นโดยไม่ลงมือทำงานเพื่อผลระยะยาวและสร้าง “ความสามารถในการแข่งขัน” ของคนในชาติ

ที่เคยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นเป็นรูปตัว V ก็ลืมไปได้ เพราะการฟื้นแบบนั้นต้องมีการกระชากค่อนข้างแรง ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้อาจจะเป็นเพียงแค่ตัว U และหวังว่าจะไม่ขึ้นลงน่าหวาดเสียวแบบตัว W ซึ่งจะสร้างความตื่นเต้นเกินเหตุ

รัฐมนตรีสมหมายยืนยันว่า ปัจจัยพื้นฐานของไทยยังแข็งแกร่ง อัตราว่างงานต่ำ อัตราเงินเฟ้อก็ยังไม่สูง และอัตราดอกเบี้ยก็อยู่ในระดับเหมาะสม

ท่านบอกว่ารัฐบาลมุ่งสร้างความโปร่งใสทางการคลัง การปฏิรูปภาษีเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างมีส่วนร่วม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ

แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงจะเปิดขึ้นได้ต้องให้เกิด “ความสำนึกร่วมของคนในชาติ” ว่าประเทศไทยได้กลายเป็น “ตัวถ่วง” สำหรับอาเซียนมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่มีความขัดแย้งทางการเมืองและสังคม จนทำให้ไทยที่เคยมีบทบาทโดดเด่น เป็นผู้นำแถวหน้าขององค์กรภูมิภาคแห่งนี้กลายเป็น “คนป่วย” ที่มีปัญหาเรื้อรัง เหมือนนอนอยู่ในห้องไอซียูมาตลอด

วันนี้ เมื่อเราออกจากห้อง “คนป่วยฉุกเฉิน” และทำท่าจะฟื้นแล้ว แต่พอลุกขึ้นเดินได้ จะหวังให้วิ่งได้ทันทีคงจะยาก ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลนายกฯประยุทธ์ จะต้องทำคือ การประสานกับเพื่อนอาเซียนอีก 9 ประเทศอย่างใกล้ชิด และร่วมกันสร้างพลังของความร่วมมือโดยที่ไทยจะต้องกลับมามีความคึกคัก เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลง หรือ “change agent” และใช้ความเป็นศูนย์กลางด้านภูมิศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศ เป็นจุดแข็งที่จะเสริมบทบาทของไทย ให้คึกคักและเข้มแข็งให้ได้ในจังหวะที่จะเกิด Asean Economic Community (AEC) ในปลายปีหน้าให้จงได้

ถึงวันนั้น เราไม่ต้อง “ขอโทษ” เพื่อน ๆ ในอาเซียน มีแต่จะให้เขา “ขอบคุณที่กลับมาสู่วงการ” อีกครั้งหนึ่งเท่านั้น