วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

"เสี่ยโจ้"ตบหน้ารัฐ ทำไม คสช.ยังเฉย

เกิดกรณี “เสี่ยโจ้” มาหลายวัน แต่ดูจะยังไม่มีท่าทีใดๆ จาก คสช. รัฐบาล หรือแม้แต่ ผบ.ตร.

ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง

กรณี“เสี่ยโจ้”ก็คือเหตุการณ์เมื่อวันที่9ต.ค.2557ศาลจังหวัดปัตตานีพิพากษาจำคุก“เสี่ยโจ้”เป็นเวลา1ปี9เดือนโดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร และครอบครองดวงตราประทับเข้าเมืองปลอม ทว่าแทนที่ตำรวจจะคุมตัว“เสี่ยโจ้”ส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ กลับปล่อย“เสี่ยโจ้”ให้หลบหนีไป

ตำรวจที่กระทำการอุกอาจเช่นว่านี้ มียศ“ร้อยตำรวจตรี”เป็น รองสวป.สังกัด สภ.เมืองปัตตานี ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก6เดือนฐานละเมิดอำนาจศาลทันที และยังถูกดำเนินคดีอาญาฐานกระทำการใดๆ ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยหลุดรอดจากการควบคุมตัวด้วย

“เสี่ยโจ้” คือใคร?เขาก็คือนายสหชัย เจียรเสริมสินเจ้าของ หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ ตั้งอยู่ที่ อ.เมืองปัตตานี ที่ถูกชุดปฏิบัติการปราบปรามภัยแทรกซ้อน กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า ควบคุมตัวและเข้าตรวจค้นสำนักงานเมื่อต้นเดือน มิ.ย.2557(หลัง คสช.เข้ายึดอำนาจ) เพราะ“เสี่ยโจ้”ถูกตั้งข้อสงสัยพัวพันกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดน

ระยะหลังฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญกับปัญหาการค้าน้ำมันเถื่อน และธุรกิจผิดกฎหมาย ในพื้นที่ชายแดนใต้ เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่งทุนอุดหนุนให้กับขบวนการก่อความไม่สงบ จึงเรียกปัญหานี้ว่า“ภัยแทรกซ้อน”และมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาปราบปรามโดยเฉพาะ

ว่ากันว่า คสช.และ กอ.รมน. ให้น้ำหนักปัญหาภัยแทรกซ้อนและความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น ว่าเป็นต้นตอของความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มากกว่าน้ำมือของขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนเสียอีก

หนำซ้ำยังเชื่อว่าขบวนการภัยแทรกซ้อน กับขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีบางส่วน บางระดับเชื่อมโยงหรือแตะมือกันด้วย

หลังจากถูกคุมตัวเดือน มิ.ย. ต่อมาในราวเดือน ก.ค. “เสี่ยโจ้” ก็เป็นอิสระ ซึ่งก็คล้ายๆ กับช่วงก่อน คสช.เข้ายึดอำนาจ ที่เขาก็เคยถูกค้นสำนักงาน ถูกยึดทรัพย์สินหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครดำเนินคดีเขาได้

จากนั้นในเดือน ส.ค.2557ชุดปฏิบัติการภัยแทรกซ้อนฯ ก็ใช้มาตรการด้านภาษี เข้าค้นสำนักงานของ“เสี่ยโจ้”อีกรอบ เพราะเขาถูกฟ้องล้มละลายจากการลบเลี่ยงภาษีกว่า400ล้านบาท สามารถยึดอายัดเงินสดรวมทั้งทองคำแท่ง รวมมูลค่านับร้อยล้านบาท

แต่เขาเหมือนตายน้ำตื้น เพราะจากการเข้าตรวจค้นยังพบเอกสารราชการปลอม โดยเฉพาะดวงตราประทับเข้าเมือง จึงถูกดำเนินคดี และถูกศาลจังหวัดปัตตานีพิพากษาลงโทษจำคุก1ปี9เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่ก็มีตำรวจปล่อยตัวให้หลบหนีไปได้อีก

เหตุการณ์นี้จึงเป็นการตบหน้ากระบวนการยุติธรรมฉาดใหญ่!

ปี2555หจก.สหทรัพย์ทวีฯ เคยถูกค้น และถูกยึดรถบรรทุกดัดแปลงสำหรับขนถ่ายน้ำมันในปริมาณมากๆ รวมทั้ง“บัญชี”ที่ถูกเผาทิ้งไม่หมด มีรายชื่อบุคคล ตำแหน่ง และด่านตรวจต่างๆ ที่เครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งหลักฐานที่สมบูรณ์น่าจะอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดเอาไว้ได้ด้วย

หลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ถูกส่งให้“ดีเอสไอ”นำไปถอดข้อมูล แต่ป่านนี้ผ่านมา2ปีแล้วกลับไร้ความคืบหน้า

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตรสมัยดำรงตำแหน่งเลขาฯสมช. เคยพูดทีเล่นทีจริงทำนองว่าได้รับรายงานข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการมาแล้ว ถ้าจะย้ายคนที่รับส่วย“คงต้องย้ายกันเกือบหมดทั้งภาค”

ปลายปี56เกิดคดีปล้นเรือขนเงินปริศนากลางทะเล เป็นเรือของบริษัทในเครือข่าย“เสี่ยโจ้”เงินในเรือมีถึงกว่า100ล้าน หลังจากนั้นไม่นานตำรวจจับกุมคนร้ายพร้อมยึดเงินคืนมาได้

แต่คำถามที่ไม่มีคนตอบก็คือ เงินกว่าร้อยล้านถูกขนลงเรือทำไม มีเพียงคำชี้แจงจากบริษัทเจ้าของเรือว่านำไปส่งให้ลูกค้าที่“เกาะโลซิน”ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ขนาดไม่กี่ตารางเมตร อยู่นอกชายฝั่ง อ.สายบุรี

นี่คือเบื้องลึกเบื้องหลังอันสลับซับซ้อนของ“เสี่ยโจ้”และปริศนาเกี่ยวกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนชายแดนใต้ ที่มีรายงานของฝ่ายความมั่นคง เป็นเอกสารระบุชัดว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนหลักหมื่นล้านต่อปี และจ่ายส่วยกันสะพัดทั้งบนบกและในน้ำ

กรณีการปล่อย“เสี่ยโจ้”ที่ศาลปัตตานี ไม่ว่าจะจงใจหรือเลินเล่อ จึงเป็นการตบหน้า คสช.ที่ประกาศจัดระเบียบสังคม ล้างอิทธิพล และรังเกียจการคอร์รัปชัน

แต่น่าแปลกที่ทำไม คสช.ยังเฉยอยู่?