เมืองใหม่-เมืองน่าอยู่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ประเทศไทย

โครงการลงทุนขนาดใหญ่ในรูปแบบของ "เมืองใหม่" ที่กำลังเกิดขึ้นในทุกมุมเมืองของกรุงเทพมหานคร
ความแออัดยัดเยียดที่เคยกระจุกตัวอยู่ในเขตใจกลางเมือง หรือพื้นที่ชั้นใน กำลังขยายพื้นที่ครอบคลุม "รอบนอก" หรือย่านชานเมือง ซึ่งใน 10-20 ปีข้างหน้า เชื่อว่าจะไม่มีความแตกต่างไปจากย่านการค้า การลงทุน ที่เป็นเขตเศรษฐกิจอย่างราชประสงค์ สีลม สุขุมวิท เลยทีเดียว
การเติบโตของ "ชนชั้นกลาง" เป็นส่วนสำคัญทำให้เมืองขยายตัว กลุ่มชนชั้นกลาง เป็นฐานใหญ่ของประชากรประเทศ ทำให้ความต้องการบริโภคสินค้าและบริการทุกแขนงมีปริมาณมาก โดยเฉพาะ "ปัจจัย 4" หรือ สินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ตั้งแต่ อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัย เมื่อกลุ่มชนชั้นกลางไม่สามารถครอบครองที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองที่มีมูลค่าสูงได้ ทางเลือกจึงอยู่ที่ "นอกเมือง"
ช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมากระแสการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยรอบนอกเกิดขึ้นจำนวนมาก และเป็นแนวโน้มสำคัญของการลงทุนในอนาคต ภายใต้การขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีคำถามตามมาถึง "แบบแผน" หรือ "ทิศทาง" และองค์ประกอบสำคัญทั้งบริการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ สิ่งแวดล้อม พื้นที่เกษตรกรรม ฯลฯ การเติบโตของเมืองเป็นหนึ่งในปัจจัยก่อเกิดภาวะโลกร้อน และสารพัดปัญหาสังคม ชุมชน เศรษฐกิจ การเมืองท้องถิ่น
หากย้อนพิจารณาการขยายตัวของเมืองใหญ่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ไม่ได้คำนึงถึงองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้ย่านใจกลางเมืองหนาแน่นแออัด เรียกได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างต้องแย่งกันกินแย่งกันใช้ ล้วนต้องใช้พลังงานสูงในทุกด้าน ผลักดันให้ค่าครองชีพสูง แต่คุณภาพชีวิตต่ำ เกิดปัญหาสังคมเสื่อมโทรม ชิงทรัพย์ อาชญากรรม ศีลธรรมถดถอย ฯลฯ
เมื่ออดีต คือ ประสบการณ์เรียนรู้สู่อนาคตที่ดีกว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ต้องเรียนรู้ร่วมกันในการวางรากฐานการขยายตัวของเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคตให้พร้อมรองรับการพัฒนาเกิดเป็นเมืองที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การใช้ประโยชน์ที่ดิน การจัดวางผังเมืองเอื้อต่อการเดินทาง หรือระบบการจราจรที่มีประสิทธิภาพ การใช้ชีวิตในชุมชนภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี ใช้พลังงานน้อย เหมาะสม ลดปัญหาสังคม
องค์ประกอบของเมืองใหม่ต้องเป็น "เมืองน่าอยู่" เป็น สังคมที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน ตามนิยามขององค์กรอนามัยโลก ให้ความหมายของ "เมืองน่าอยู่" เป็นเมืองที่มีการสร้างสรรค์ และปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านกายภาพและสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการขยายแหล่งทรัพยากรของชุมชน โดยให้ประชาชนใน ชุมชนมีส่วนร่วมและช่วยเหลือซึ่งกัน และกันเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตเพื่อให้ได้ศักยภาพหรือคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
ไม่ว่าจะทั้งเขตเมืองและชานเมืองหากเป็นสังคมที่เอื้ออาทร มีชุมชนเข้มแข็ง ช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่เอารัดเอาเปรียบ สะดวกสบาย มีระบบบริการสาธารณสุข การรักษาพยาบาลที่ทั่วถึง เหมาะสม มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีระบบเศรษฐกิจที่ดี มั่นคง มีวัฒนธรรมและจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองและชุมชน พัฒนาร่วมไปกันอย่างกลมกลืน เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรม และความทันสมัยทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ในระดับที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"สังคมเข้มแข็ง ประชาชนแข็งแรง" ย่อมได้เปรียบในการ "ต่อยอด" การพัฒนาในทุกด้าน นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศไทยก้าวหน้าได้อีกทาง







