วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไม่ให้คนผิดลอยนวล

อีก 2 วัน (10 ตุลาคม) คณะทำงานร่วมอัยการ กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

จะร่วมชี้ขาดสำนวนคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 123/1 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ

อัยการ พบสำนวนการสอบสวน ข้อที่ยังไม่สมบูรณ์ (พยานหลักฐานไม่เพียงพอ) เกี่ยวกับการ "ทุจริต" จึงต้องมีการตั้งผู้แทนทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายคณะทำงานอัยการและฝ่าย ป.ป.ช. ฝ่ายละ 10 คน ขึ้นมา ภายใน 14 วัน

ฝ่าย อัยการ มี วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

ฝ่าย ป.ป.ช. มี สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

ทั้ง 2 ฝ่าย จะร่วมพิจารณาหาพยานหลักฐาน และทำข้อตกลงเรื่องแนวทางการพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม

การหารือคณะทำงานร่วมพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์คดีโครงการรับจำนำข้าว ครั้งแรก 23 กันยายน มีอันต้องเลื่อนออกไปก่อน เพราะฝ่ายอัยการติดราชการ

แต่ก่อนจะพบกันของทั้ง 2 ฝ่าย ป.ป.ช.ส่งเอกสารเพิ่มเติมส่วนหนึ่ง และย้ำว่า ที่อัยการแจ้งข้อไม่สมบูรณ์ นั้น ป.ป.ช.เห็นว่า "ครบถ้วน" แล้ว

ครั้นเมื่ออัยการ ดูเอกสารที่ป.ป.ช.ส่งมาเพิ่มเติม แล้วก็ยังเห็นเช่นเดิมว่า "ไม่ครบ" อัยการยังต้องการเอกสารเพิ่มเติม เนื่องจากคดีอาญา สำนวนคดีต้อง "พร้อม" จึงจะวินิจฉัยได้ว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ทำผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่

วิเคราะห์จากท่าทีดังกล่าว ฝ่ายอัยการ เห็นว่า การพิจารณาคดีครั้งนี้มีอะไร "แปลกๆ" ที่อัยการก็ยังอธิบายไม่ได้ เพียงแต่รู้สึกไปว่า ปงป.ช.ต้องการนำสำนวนคดีกลับไปฟ้องร้องเอง แต่ว่า กระบวนการนั้นยังมาไม่ถึง จะต้องรอให้ผลการประชุมวันที่ 10 ตุลาคม นี้ ออกมาก่อนว่า อัยการจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง

สำหรับ อัยการแล้ว สังคมไม่อาจจะกดดันการทำงานได้ เพียงแต่ที่ผ่านมาสมัยก่อน อัยการขาดประชาสัมพันธ์ สังคมไทย "เงียบเท่ากับยอมรับ"

แต่สำหรับคดี "จำนำข้าว" ไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป อัยการพร้อมแจกแจงด้วยเอกสาร และการแถลงข่าวให้ชาวบ้านรับรู้

โครงการรับจำนำข้าว ที่ป.ป.ช.อ้างงานวิจัย TRDI อัยการดูแล้ว ไม่ใช่ "หลักฐาน" เพราะงานวิจัยนี้เป็นคนละยุคกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ งานวิจัยเสร็จออกมาก่อนเริ่มโครงการจำนำข้าว จึงไม่ถือเป็นหลักฐาน "คดีอาญา"

สิ่งที่สังคมกำลังจับตาคือ แล้ววันที่ 10 ตุลาคม นี้ ชาวบ้านจะเห็นอะไรจากการประชุมร่วม

สิ่งที่ผู้เขียนทราบมาก็คือ วันที่ 10 ตุลาคม นี้ คณะทำงาน 2 ฝ่ายคุยกัน "ไม่รู้เรื่อง" มีแนวโน้มสูงที่ป.ป.ช.จะขอสำนวนกลับไปยื่นฟ้องเอง

ที่ผ่านมา "อัยการ" ถือเป็นผู้ร้ายในสายตาสังคม แต่หากลองย้อนไปในอดีตจะเห็นว่า

คดี "กล้ายาง" อัยการแจ้งข้อท้วงติงไปยังป.ป.ช. แต่ป.ป.ช.เห็นแย้งและจ้างทนายความ 10 ล้านบาท ในที่สุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินตามความเห็นอัยการ

เช่นเดียวกันกับทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิงกทม. การที่ ป.ป.ช.ฟ้องเอง ผลออกมาว่าเอาผิดได้ตามที่อัยการแจ้งไป

คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ทั้ง ป.ป.ช.และอัยการ ล้วนมีบทเรียนมาแล้วในอดีต ทั้ง 2 ฝ่ายต้องยอมลดราวาศอก เพื่อไม่ให้ความผิดพลาดเกิดขึ้น "ซ้ำ" กับคดีนี้

ไม่ให้เกิดความผิดซ้ำจนปล่อยคนผิดลอยนวล