การที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินกว่า 3 แสนล้านบาท โดยเป็นมาตรการระยะสั้น
ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มุ่งเน้นไปที่การจ้างงาน เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และช่วยเหลือต้นทุนการผลิตชาวนา ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระบุว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณเพื่อสร้างอาชีพ การจ้างงาน การซ่อมแซมสาธารณูปโภค และการช่วยเหลือชาวนา ให้เม็ดเงินลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจถึงมือประชาชนให้มีอำนาจในการใช้จ่ายมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่สามารถบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี จะขยายตัวมากน้อยอย่างไร เพราะในขณะนี้ พ.ร.บ.งบประมาณ 2557 ก็เพิ่งมีการบังคับใช้และจีดีพีมีปัจจัยหลายอย่าง ปัญหาเศรษฐกิจหลายอย่างต้องมีการแก้ไขในระยะยาว แต่ขณะนี้รัฐบาลมีมาตรการในการแก้ปัญหาระยะสั้นแล้ว ขณะที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่ามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเน้นมาตรการที่สร้างการเติบโตจากเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเน้นการสร้างงาน และช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย
ในส่วนของบริษัทฟิทช์ เรทติงส์ (ประเทศไทย) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และสถาบันการเงินของไทย เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง แม้จะมีความเสี่ยงในช่วงขาลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และการเบิกจ่ายลงทุนภาครัฐล่าช้า ขณะเดียวกันได้ปรับประมาณการจีดีพีไทยปีนี้ลงเหลือ 1.2% จากเดิม 2.5% ส่วนปีหน้าคาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 4% เพราะคาดหวังภาครัฐมีการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งน่าจะกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนมากขึ้นตามไปด้วย
แน่นอนว่าในท่ามกลางบริบทของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน หลายประเทศก็ต้องประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตไปได้อย่างแข็งแกร่ง สภาพการณ์นี้ย่อมส่งผลกระทบถึงไทยด้วย รวมถึงภาคการส่งออกที่ตัวเลขการส่งออกเดือนสิงหาคม ลดลง 7.4% ทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวในภาพกว้างอยู่ตลอดเวลา และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หรือวิธีการให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
แนวทางการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ เป็นสิ่งที่ประเทศอื่นๆ ก็ต้องกระทำเช่นกัน อย่างกรณีของเกาหลีใต้ที่รับปากจะช่วยเหลือผู้ส่งออกในการรับมือผลกระทบจากภาวะเงินเยนอ่อนค่า หากดำเนินไปในระยะยาว รวมถึงพยุงตลาดหุ้น-เงินในประเทศ ในช่วงที่เกาหลีใต้พยายามกระตุ้นความต้องการในประเทศที่ซบเซา โดยผู้ส่งออกของเกาหลีใต้นั้น แข่งขันกับบริษัทญี่ปุ่นในตลาดใหญ่ๆ สำหรับสินค้าหลากหลายตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นสิ่งที่ทางการเกาหลีใต้มุ่งเน้น คือการจัดทำมาตรการเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งแก่บริษัทท้องถิ่น รวมถึงช่วยเหลือบริษัทท้องถิ่นให้ได้ประโยชน์จากเงินเยนอ่อนค่า ด้วยการจัดทำมาตรการอย่างเพิ่มการนำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่น
การดำเนินมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของไทย การจับตาดูภาพรวมของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง และการทบทวน รวมถึงวัดความสำเร็จจากมาตรการต่างๆ รวมถึงหากจำเป็นก็ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม จะสามารถประคับประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้ในช่วงที่หลายประเทศในโลกก็ต้องปรับแนวนโยบายอย่างต่อเนื่องเช่นกัน






