วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถึงเวลา 'เลือดใหม่' รับช่วง ภารกิจทุกวงการเพื่อชาติ

ผมเห็นรายชื่อ “เลือดใหม่” เข้าไปเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้วก็พอจะมีความหวังว่า เรากล้าใช้คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดก้าวหน้า เพื่อกำหนดทิศทางของนโยบายการเงินของประเทศ

แต่เป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์เฉพาะเรื่องเฉพาะหน่วยงานหรือไม่ ต้องคอยดูกันต่อไป

อย่างน้อยเมื่อคณะกรรมการของแบงก์ชาติกล้า “เปลี่ยนผ่าน” ครั้งสำคัญเช่นนี้ก็ควรจะถือว่าเป็นย่างก้าวที่หน่วยงานอื่น ๆ ในสังคมไทยควรจะต้องนำมาใช้เป็นตัวอย่าง

เพราะนี่แหละคือการ “ปฏิรูป” ที่ว่าด้วยเนื้อหาและบุคลากรจริง ๆ มิใช่เพียงแต่การพูดจาให้ฟังดูโก้เก๋ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ยังให้คนรุ่นเก่ากำหนดทิศทางของทุกอย่างในระดับนโยบายของชาติ

กรรมการของ กนง. คนเก่าที่ครบวาระคือ คุณณรงค์ชัย อัครเศรณี, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ศิริ การเจริญดี, และอัศวิน คงสิริ นั้นเป็น “มือเก๋า” ที่ผมรู้จักส่วนใหญ่เป็นคนดีคนเก่งคนมีความสามารถ

กรรมการใหม่ใน กนง. คือ คุณจำลอง อติกุล จากนิด้า, ปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), วิรไท สันติประภพ ที่ปรึกษา TDRI และ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ อดีตผู้อำนวยการร่วมสถาบันวิจัยนโยบายการคลังของกระทรวงการคลัง

คนในแวดวงข่าวและเศรษฐศาสตร์รู้จักท่านเหล่านี้ค่อนข้างดี เพราะเป็นนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ มีประสบการณ์ทำงานต่างประเทศ มีความรู้และเข้าใจตลาดเงินตลาดทุนค่อนข้างดี และที่สำคัญคือมีประวัติส่วนตัวที่เป็นมืออาชีพในหน้าที่งานการของตนเอง

“คนรุ่นใหม่ไฟแรง” เป็นความต้องการของทุกวงการในประเทศไทย ที่กำลังอยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงสู่สังคมใหม่ ที่การเมืองต้องโปร่งใส เป็นธรรม และเศรษฐกิจต้องทันความความอ่อนไหวของสากลและการขับเคลื่อนในประเทศอย่างคล่องแคล่ว

ขณะที่เราเห็นคณะรัฐมนตรีมีคนในเครื่องแบบในสัดส่วนที่มาก และคนมีอายุเกิน 60 จำนวนไม่น้อย ก็ยังมีสัญญาณที่ดีว่าหน่วยงานที่ต้องการความคิดเห็นและแนวทางใหม่ ๆ กล้าชักชวนคนที่มีความคิดอิสระเป็นของตนเอง มีพื้นฐานความรู้และประวัติส่วนตัวน่าชื่นชมเข้ามาทำงานในระดับนโยบายที่มีความสำคัญ

คนรุ่นใหม่วัยกลางคนที่ผ่านงานมาระดับหนึ่งและได้แสดงฝีมือเป็นที่ประจักษ์อย่างนี้แหละ ที่จะมีความสำคัญต่อการสร้างชาติอย่างยิ่ง และเป็นความต้องการของทุกวงการในอันที่จะก้าวข้ามปัญหาสั่งสมต่าง ๆ ที่ไม่อาจจะแก้ไขได้เพียงแค่ตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ หากแต่ต้องมีมือไม้ที่ลงมือทำจริงและผลักดันนโยบายสำคัญ ๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าใครจะมามีอำนาจและกติกาบ้านเมืองที่กำลังร่างอยู่ขณะนี้จะออกมาในรูปใดก็ตาม

เราต้องมี “คนรุ่นใหม่ไฟแรง” อย่างนี้เข้าไปทำงานในทุกวงการโดยเฉพาะด้านการศึกษา, สังคม, การเมือง, และภาคประชาชน เพื่อนำเอาความคิดใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับ Digital Economy หรือ New Economy ที่จะเป็นฐานของการก้าวกระโดดไปข้างหน้าของประเทศ

คนรุ่นเก่าหรือคนที่ยังคิดแบบเก่ายังเป็นอุปสรรคของการสร้างชาติ วิวาทะดุเดือดของคนฝ่ายต่าง ๆ ที่เรายังได้ยินอยู่ทุกวันนี้ในประเด็นการปฏิรูปบ้านเมืองนั้น เกิดจากคนรุ่นเก่าที่คิดจะเอาชนะคะคานกันส่วนตัว ไม่แยกแยะเหตุผล ไม่เคารพความเห็นแตกต่าง ดึงดันจะให้ความเห็นของตนเป็นแนวทางถูกต้องแต่เพียงอย่างเดียว

คนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ระหว่างประเทศและได้ทำงานแก้ปัญหาจริง ๆ เท่านั้น ที่จะรู้ว่าการแก้ปัญหาระดับชาติจะต้องคิดและทำแบบคนรุ่นใหม่ที่ไร้เส้นแบ่งสีแบ่งเหล่าแบ่งชุดความคิด แต่ต้องพยายามตัดสินด้วยข้อเท็จจริงและแนวทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ไม่ว่าสูตรที่กลั่นมาจากการตกผลึกทางความคิดของสังคมนั้น จะตรงกับความคิดแรกเริ่มของตนหรือไม่ก็ตาม

ขอต้อนรับ New Gen จากทุกแขนงทุกสาขาเพื่อการยกเครื่องประเทศไทยอย่างแท้จริงครับ