มาตรการที่ได้ผล ไม่ใช่เรื่องของตัวเลข

มาตรการที่ได้ผล ไม่ใช่เรื่องของตัวเลข

รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 1 ต.ค.นี้

แม้ว่าขณะนี้รายละเอียดของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก แต่เท่าที่ติดตามบรรดารัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหลายคนให้ความเห็นในเบื้องต้นระบุว่าจะเป็นมาตรการ"ชุดใหญ่" แต่จากปัญหาเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทั้งจากปัญหาการเมืองในประเทศและเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนนัก ทำให้เกิดความคาดหวังของประชาชนอย่างมากว่ามาตรการครั้งนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม

จากการประเมินทิศทางแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านมา หากมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดขึ้น ก็จะส่งผลจริงๆ ต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงก็อีกหลายเดือน โดยเฉพาะหากเป็นนโยบายที่มีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือแม้แต่เป็นนโยบายที่เพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนโดยตรง กว่าจะเห็นผลก็ต้องใช้เวลาพอสมควร อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ดูแลนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล หวังผลมากที่สุดน่าจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นและจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน

ดังนั้น ไม่ว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะออกมาอย่างไร ผลที่จะออกมาก็น่าจะในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้ หรือ ต้นปีหน้ากว่าจะเห็นผลชัดเจนว่านโยบายเหล่านี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ แต่หลักการของผู้กำหนดนโยบายที่ระบุว่าจะไม่มีนโยบายในลักษณะประชานิยมที่กระตุ้นกำลังซื้อโดยตรง เหมือนกับนโยบายรถคันแรก หรือ การแจกคูปองเพื่อให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยเหมือนในอดีต ซึ่งการคาดหวังว่านโยบายที่จะออกมาเห็นผลได้ในระยะเวลาอันสั้นนั้นอาจเป็นไปไม่ได้

ในยุคที่รัฐบาลต้องการปฏิรูปในหลายด้าน เราก็หวังว่ามาตรการกระตุ้นของรัฐบาล จะดำเนินเพื่อสร้างความยั่งยืน ไม่เพียงแต่เห็นผลระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งหากนโยบายที่ออกมาสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นแล้ว เราเชื่อว่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลต่อๆ ไป เพราะที่ผ่านมา เราต้องยอมรับว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในอดีตนั้น ออกมาเพื่อหวังผลระยะสั้นและเป็นไปอย่างฉาบฉวยเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบระยะยาวมากกว่าหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าที่ผ่านมา รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหลายคนมีความเป็นห่วงตัวเลขเศรษฐกิจ โดยคาดหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่มีแนวโน้มว่าจะขยายตัวได้เพียงเล็กน้อยในปีนี้ หรือแทบจะไม่ขยายตัวเลย แต่ลืมไปว่าหากพื้นฐานเศรษฐกิจดีแล้ว ตัวเลขจีดีพีก็จะสะท้อนออกมาในตัวมันเอง ดังนั้นหากเป็นมาตรการที่ดีก็จำเป็นต้องสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีด้วย

เราเห็นว่าประเด็นเรื่องตัวเลขทางเศรษฐกิจ จากมาตรการกระตุ้นมีความสำคัญน้อยกว่าผลของมาตรการ เพราะตัวเลขจีดีพี หรือ การเบิกจ่ายนั้นเป็นการวัดจากต้นทางเท่านั้น แต่ผลของมาตรการที่ส่งตรงถึงประชาชนที่เป็นเป้าหมายที่แท้จริงนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด หากมาตรการที่ออกมานั้นไม่อาจส่งผลได้ตรงตามเป้าหมายที่รัฐบาลได้วางไว้ มาตรการดังกล่าวก็เป็นเพียงตัวเลขที่โชว์ออกมาเท่านั้น แต่ผลประโยชน์ที่แท้จริงไม่ตกกับประชาชนที่เป็นเป้าหมายของรัฐบาล