ผู้บริหารนักปฏิบัติ

ผู้บริหารนักปฏิบัติ

บทบาทในการเป็นผู้บริหารที่ต้องใส่ใจกับการ Doing the things right

ดังที่ผมเปิดประเด็นไว้ใน “ไอทีไร้พรมแดน” ฉบับอังคารที่แล้ว อาจจะฟังดูไม่หวือหวาเหมือนกับบทบาทของผู้นำที่เน้นในการ Doing the right things แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งผู้นำและผู้บริหารก็ล้วนมีความท้าทายที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการบริหารองค์กรในยุคปัจจุบันที่เรามักจะพบว่าหลายๆ องค์กรติดอยู่กับแนวคิดและวิสัยทัศน์ ไม่สามารถนำเอาความคิดที่ดีภายในองค์กรมาสู่ภาคปฏิบัติได้ ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ผลงานอะไรออกมาเป็นชิ้นเป็นอันเลย

การนำเอาวิสัยทัศน์ออกมาสร้างผลงานให้เป็นรูปธรรมจึงจำเป็นอาศัยองค์ประกอบหลายๆ ประการ เริ่มจากข้อแรก การลงมือทำนั้นไม่ได้หมายถึงการรวบรัดทำให้เกิดผลที่ต้องการโดยเร็วที่สุด หากแต่หมายถึงการวางแผนและปฏิบัติการอย่างรัดกุมให้มากที่สุด เพราะนโยบายหลายๆ ข้ออาจเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่มีตัวอย่าง ไม่มีกรณีศึกษาให้เราได้เรียนรู้ ความพร้อมในการทำงานจึงไม่เต็มที่

เราจึงควรสะสมความพร้อมให้มากขึ้น เพราะหากเราลงมือทำไปเลย ผลที่ได้อาจไม่คุ้มค่าเพราะอาจเกิดการทำงานข้ามขั้นตอน เงินลงทุนที่ใช้ก็อาจสูญเปล่าโดยใช่เหตุ

ตัวอย่างเช่นนโยบายแจกแทบเล็ตคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ที่มีความคิดสร้างสรร แต่หากรณีศึกษาได้ยาก หากแต่รัฐบาลกลับตัดสินใจเดินหน้า โดยไม่ได้ศึกษาถึงความพร้อมเท่าที่ควรโดยเฉพาะเรื่องเนื้อหา หรือคอนเทนต์ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์

การสร้างคอนเทนต์จึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการก่อนเป็นสิ่งแรก ไม่ใช่การเร่งรัดการจัดซื้อตัวเครื่องแทบเล็ต รวมถึงการสร้างระบบนิเวศให้ผู้พัฒนาคอนเทนต์ในประเทศทั้งภาครัฐที่เป็นครูอาจารย์และภาคเอกชนที่จะสร้างสาระดีๆ รวมถึงการอบรมครูอาจารย์ทั่วประเทศให้คุ้นเคยกับกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัล

การจัดเตรียมคอนเทนต์เหล่านี้ต้องใช้งบประมาณมากน้อยเพียงใดก็ต้องวางแผนให้รัดกุม แทนที่จะทุ่มทรัพยากรไปกับการเสาะหาโรงงานผู้ผลิตโดยตรงโดยหวังจะได้ต้นทุนต่ำที่สุด ซึ่งสุดท้ายแล้วกลายเป็นว่าการสั่งซื้อแบบ G2G กลับเกิดปัญหาตามมามากมาย เพราะผู้ผลิตก็ไม่รู้ระเบียบปฏิบัติของการทำงานกับราชการไทยจนกระทั่งส่งมอบไม่ได้

วิสัยทัศน์ที่ดีเพื่อหวังกระตุ้นกระบวนการศึกษาให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลของรัฐบาลที่แล้วจึงไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ และทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เพียงเพราะขั้นตอนปฏิบัติที่ผิดพลาด กลับส่งผลให้นโยบายทั้งหมดต้องสะดุดลงอย่างน่าเสียดาย

ประการที่สอง สิ่งที่ผู้บริหารคิดกับสิ่งที่เป็นจริงอาจไม่เหมือนกัน แนวทางปฏิบัติจึงต้องวางแผนให้สอดคล้องกันทั้งระบบ และใส่ใจในทุกรายละเอียด เช่น นโยบายเรียนฟรี 12 ปีที่วางรากฐานมายาวนาน ถึงแม้จะเป็นนโยบายที่ดีและเป็นการเปิดกว้างทางการศึกษาให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้อย่างเสมอภาคในท้องถิ่นของตัวเอง