สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

การแก้ปัญหาความความเหลื่อมล้ำเป็นนโยบายที่หลายๆ รัฐบาลประกาศว่าจะดำเนินการให้สำเร็จ

พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีก็ได้แถลงเป็นนโยบาย ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าจะเดินหน้าทำเรื่องนี้อย่างจริงจังเช่นกัน

อย่างไรก็ตามแม้หลายๆ รัฐบาลที่ผ่านมาประกาศจะแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ แต่ทุกวันนี้ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยกลับยิ่งสูงขึ้น ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งถ่างกว้างออกไป จนกลายเป็นต้นตอของปัญหาหลายอย่างทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ข้อมูลจากรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ปี 2555 ที่เผยแพร่โดย “สภาพัฒน์” เมื่อเร็วๆ นี้สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยได้ชัดเจน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมารายได้ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในคนกลุ่มเล็กๆ โดยคนรวยที่สุด 10% ถือครองรายได้กว่า 39.3% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่คนจนที่สุดจำนวน 10% ถือครองรายได้เพียง 1.6% เท่านั้น หรือรายได้ระหว่างกลุ่มคนที่รวยที่สุดกับกลุ่มคนที่จนที่สุดเฉลี่ยแล้วห่างกันถึง 25.2 เท่า

หากดูในเรื่องของทรัพย์สินพบว่าความเหลื่อมล้ำในการถือครองทรัพย์สิน ระหว่างคนรวยกับคนจนมีความแตกต่างที่ชัดเจน ในเรื่องของการถือครองที่ดินซึ่งรัฐบาลกำลังมีแนวคิดจัดเก็บภาษีที่ดินอยู่นั้น พบว่าทุกวันนี้ที่ดินกว่า 79.9% ถือครองโดยคนเพียง 20% ขณะที่ผู้ถือครองที่ดินจำนวนน้อยที่สุด 20% มีสัดส่วนถือครองที่ดินรวมกันเพียง 0.3 %ของพื้นที่ทั้งหมด หรือคิดเป็นความแตกต่างกันระหว่างคนสองกลุ่มกว่า 325.7 เท่า

ส่วนเงินฝากในบัญชีธนาคารพบว่า “คนรวย” ที่มีเงินฝากในบัญชีเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวนน้อยมากเพียงแค่ 0.1% ของบัญชีทั้งหมด แต่กลับมีเงินฝากรวมกันสูงถึง 46.5% ของเงินฝากทั้งหมด ส่วนเงินฝากของ “คนส่วนใหญ่” ที่มีเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทมีจำนวน 99.99% ของจำนวนบัญชีทั้งหมด แต่มีเงินรวมกันเพียง 53.5% ของเงินฝากทั้งหมด

ทุกวันนี้กลุ่มคนจนที่สุดในสังคมไทยได้เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นกลุ่มชาวนาในภาคอีสาน แต่ข้อมูลจากสถาบันอนาคตไทย ศึกษาระบุว่ากว่า 40% เป็นครอบครัวที่คนชราเป็นหัวหน้าครอบครัว มีรายได้ไม่เกิน 5,700 บาทต่อเดือน มีรายได้หลักมาจากเงินที่ลูกหลานส่งมาให้ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องวางแผนรองรับ ในภาวะที่สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ

นักเศรษฐศาสตร์สถาบันอนาคตไทยศึกษา บอกว่าหากประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ภายใน 10 ปี ความเหลื่อมล้ำจะกัดกร่อนสังคมไทยไปเรื่อยๆ การขยายตัวของเศรษฐกิจจะมีข้อจำกัด เนื่องจากคนที่มีกำลังใช้จ่ายกระจุกตัวอยู่แค่กลุ่มเดียว เกิดภาวะสมองไหล เนื่องจากคนที่มีความสามารถก็จะทำงานนอกประเทศมากขึ้น เนื่องจากสังคมที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่นักการเมืองก็จะเห็นช่องทางในการเพิ่มคะแนนเสียง ด้วยการเพิ่มโครงการประชานิยม โดยอ้างว่าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ปัญหาการคอร์รัปชันก็จะเพิ่มขึ้น เพราะการเข้าถึงทรัพยากรจำกัดเฉพาะคนรวย

..การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ จึงมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ก่อนที่ภาวะ"รวยกระจุก จนกระจาย” จะเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองระลอกใหม่ตามมา