รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบ อย่าลืมเรื่องตรวจสอบ

รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบ อย่าลืมเรื่องตรวจสอบ

รัฐบาลเตรียมประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหลายคนระบุตรงกัน

ว่าจะเป็นมาตรการชุดใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ในขณะที่ปีหน้าจะมีการลงทุนภาครัฐอีกหลายด้านเตรียมรองรับเอาไว้ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัว ทั้งจากปัญหาการเมืองตั้งแต่ต้นปีและเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัวตามคาด ดังนั้นจึงต้องติดตามรอดูว่ามาตรการเหล่านี้มีอะไรบ้างและจะกระตุ้นได้จริงหรือไม่

นโยบายดูแลด้านเศรษฐกิจที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายรกัฐมนตรี รับผิดชอบในภาพรวมนั้น ดูเหมือนเริ่มจากการสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุน โดยเฉพาะผ่านการอนุมัติโครงการที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) จากนั้นจึงเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 พร้อมๆกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าจากงบประมาณปีก่อน ซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านงบประมาณภาครัฐนั้นถือเป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนนับจากนี้ไป โดยหวังว่าจะดึงส่วนอื่นฟื้นตามมาด้วย

ดังนั้น รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 เป็นรายไตรมาส ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเข้าไปตรวจสอบความคืบหน้าของการเบิกจ่ายและงบลงทุนทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยมีการตั้งเป้าว่าในแต่ละไตรมาสนั้นจะต้องเบิกจ่ายงบประมาณเป็นจำนวนเท่าไร อีกทั้งยังเร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่ค้างมาเกือบ 10 ปี โดยพิจารณาว่าจะเร่งรัดให้เบิกจ่ายกันได้อย่างไร โดยเฉพาะในโครงการที่มีความล่าช้ามานานหลายปี โดยหวังว่าจะมีเม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้าสู่ระบบ

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตุว่าการเร่งเบิกจ่ายของรัฐบาลในไตรมาสแรก ที่ตั้งเป้าเป็นงบลงทุนไว้ 2.6 แสนล้านบาท เมื่อรวมงบค้างท่อและรายจ่ายอื่นของภาครัฐ คาดว่าจะมีวงเงินราว 1.1 ล้านล้านบาท เข้าสู่ระบบ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่งหากเม็ดเงินเหล่านี้ออกไปหมุนเวียนในระบบ และดูเหมือนว่าบรรดานักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ก็เห็นด้วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ในช่วงที่ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อ อีกทั้งภาคส่งออกยังฟื้นตัว

แต่การเร่งเบิกจ่ายในครั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลกล่าวถึงน้อย หรือ แทบไม่กล่าวถึงเลย คือ การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณว่าจะมีวิธีการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งเท่าที่ติดตาม ก็จะเห็นว่ารัฐบาลใช้กลไกเดิมของภาครัฐในการตรวจสอบและกำกับดูแล ดังนั้น จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงพอสมควรกับการเร่งเบิกจ่ายและการเร่งใช้เงินจำนวนมหาศาลเป็นรายไตรมาสตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ ซึ่งที่ผ่านมา การเบิกจ่ายงบประมาณตามปกติก็มีปัญหาอยู่แล้วในเรื่องประสิทธิการใช้งบประมาณ

เราเห็นว่าการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ เป็นเรื่องใหญ่พอๆกับการเร่งเบิกจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะหากมีการรั่วไหลหรือใช้งบไม่มีประสิทธิภาพ ก็อาจทำให้วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ที่สำคัญหากรัฐบาลมีเป้าหมายให้งบประมาณกระจายออกไปให้ประชาชนมากที่สุด ก็จำเป็นต้องการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น รัฐบาลต้องตระหนักว่าตัวเลขจีดีพีนั้นเป็นการคิดแบบองค์รวม แต่ไม่ได้หมายถึงว่าได้ประโยชน์อย่างทั่วถึง หากเกิดการรั่วไหล ซึ่งยิ่งมีปัญหามากเท่าไร เป้าหมายของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่สามารถเป็นจริงได้