คดีเกาะเต่า-สื่อต่างชาติ และตำรวจไทย

คดีเกาะเต่า-สื่อต่างชาติ และตำรวจไทย

นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกนักข่าวไทยว่าอย่าไปช่วยนิตยสาร Time ที่วิพากษ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย

กรณีฆาตกรรมโหดสองนักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี โจมตีประเทศไทย

นายกฯบอกว่า “รู้อยู่ว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายเพราะพื้นที่เป็นเกาะ มีการใช้เรือ มีคนสัญจรเป็นพันคน เจ้าหน้าที่ตามหมดทุกคน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ต้องรู้ แต่ถ้าเร่งรัดมาก อาจจะผิดตัว วันนี้พยายามใช้นิติวิทยาศาสตร์เข้าช่วย จะไม่มีการจับแพะ ถ้าตรวจดีเอ็นเอแล้วไม่ใช่คือไม่ใช่...”

เมื่อนักข่าวถามต่อ นายกฯบอกว่า “ให้ไทม์ส่งคนมาชี้ ชอบไปรับอำนาจคนอื่นเขามาเรื่อย ผมไม่เข้าใจ ไปเอามา ถ้ามีข้อมูลอะไรไปหามา แล้วส่งมาเป็นทางการ”

จากนั้นนายกฯก็บอกว่าเฉพาะคดีนี้คดีเดียว ตำรวจเสียหายทั้งกรมเลยหรือ มันไม่ใช่ “ดังนั้นพูดอะไร ระมัดระวัง ให้เกียรติคนทำงาน”

และเสริมว่า “คนไทยดูถูกกันตั้งแต่วันแรก คนไทยด้วยกันดูถูกคนไทยด้วยกันแล้วมันจะทำอะไรสำเร็จ”

อ่านบทความของไทม์ที่ว่านี้จะเห็นว่าเขาวิจารณ์ “ระบบยุติธรรมที่อ่อนแอ” และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยมุ่งเน้นความสำคัญของการให้ความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว

เขาเรียงลำดับเหตุการณ์เรื่องนี้พร้อมกับคำพูดของเจ้าหน้าที่ไทย ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าผู้กระทำผิดน่าจะเป็นใครอย่างไร

การรายงานว่าสื่อต่างประเทศวิพากษ์วิจารณ์ประเทศไทย หรือชื่นชมบ้านเมืองเราอย่างไรเป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่สื่อ มิได้เกี่ยวกับการ “ช่วย” หรือ “ขยาย” สื่อต่างประเทศทำร้ายชื่อเสียงของประเทศไทยแต่อย่างไร

ความจริงเป็นหน้าที่ของตำรวจ กระทรวงต่างประเทศ และทีมงานของนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ ที่จะต้องแจ้งกับประชาชนคนไทยว่า เสียงวิจารณ์ทั้งในและต่างประเทศในกรณีนี้ มีประเด็นอะไรเพื่อที่ตำรวจไทยจะต้องตอบทุกประเด็นให้เกิดความกระจ่าง

ความสงสัยเช่นว่านี้มิใช่เฉพาะสื่อต่างประเทศเท่านั้น หากแต่ยังเป็นคำถามของคนไทยว่า ตำรวจไทยได้ทำหน้าที่เรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด มีจุดบกพร่องตรงไหน และควรจะแก้ไขปรับปรุงอย่างไร เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก

ความจริง นายกฯประยุทธ์ ก็ได้แสดงความเสียใจเรื่องนี้ต่อนายกฯ อังกฤษอย่างเป็นทางการแล้ว จึงแสดงว่าได้เห็นความสำคัญของการสื่อสารของรัฐบาลไทย ต่อรัฐบาลของประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นวิธีการทำงานที่ถูกต้อง

และหากจะให้ถูกต้องยิ่งขึ้น ก็ควรต้องมีฝ่ายตำรวจและกระทรวงต่างประเทศ ที่มีคณะทำงานเพื่อแถลงรายละเอียดและความคืบหน้าของการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สื่อต่างประเทศได้รับทราบถึงรายละเอียดของปัญหา และเบาะแสที่กำลังติดตามเท่าที่จะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบได้

คดีฆาตกรรมเช่นนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทย เกิดขึ้นได้ทุกจุดของโลก โดยเฉพาะที่เป็นแหล่งนักท่องเที่ยวระดับนำ แต่เมื่อเกิดแล้วก็จะต้องมีมาตรการรายงานความเคลื่อนไหวของคดีเป็นระยะ ๆ เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

และหากมีจุดบกพร่อง (ซึ่งมีมากมายหลายจุด) ก็จะต้องแถลงว่าจะแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไรในอนาคต

บทความของไทม์เรื่องนี้พูดถึงคดีอาชญกรรมต่าง ๆ ในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างพัทยาของไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจี้ปล้น ยิงแทง และอุบัติเหตุ ซึ่งควรจะได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ในการหาทางป้องกันมากกว่าที่เป็นอยู่

อีกทั้งยังรายงานว่าผู้นำไทยได้ขอโทษเรื่องพูดถึง “บิกินี” และคดีสังหารนี้แล้ว

ซึ่งก็เป็นประเด็นที่คนไทยเองให้ความสนใจมากเช่นกัน มิใช่การจงใจสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงประเทศไทยเกินกว่าเหตุแต่อย่างไร

ประเด็นอยู่ที่ว่าเจ้าหน้าที่ของเราไม่ได้ออกมาชี้แจงแถลงไขอย่างต่อเนื่องและชัดเจน เป็นผลให้นายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถามในรายละเอียดในคดีเช่นนี้ซึ่งไม่จำเป็น ไม่ควร และเสี่ยงต่อการถูกนำไปอ้างอิงในทางที่ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศแน่นอน

แทนที่รัฐบาลจะตอบโต้ไทม์ หากออกมาแถลงว่าจะยกเครื่องการทำงานของกระบวนการตำรวจ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ทำนองนี้ในอนาคต ก็จะส่งเสริมภาพของประเทศไทย ในสายตาทั้งคนไทยและต่างชาติมากกว่าเป็นไหน ๆ