คนคิดแบบ Analog ทำ Digital Economy ไม่ได้

คนคิดแบบ Analog ทำ Digital Economy ไม่ได้

รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศจะมุ่งหน้าสร้าง “เศรษฐกิจดิจิทัล” หรือ digital economy อย่างจริงจัง

ถึงกับจะตั้งคณะกรรมการระดับชาติและนายกรัฐมนตรีจะนั่งหัวโต๊ะเอง

รองนายกฯ ม...ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นผู้ประกาศนโยบายเรื่องนี้ โดยชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเดินหน้าไปสู่ความเป็น ดิจิทัลอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยจะต้องวิ่งไล่เศรษฐกิจดิจิทัลให้ทัน หาไม่แล้วเราจะตกรถไฟขบวนใหญ่และจะตกอยู่ในสภาพล้าหลังภายในไม่กี่ปีข้างหน้า

ความจริงวันนี้ ไทยเราก็เริ่มจะถูกมองว่าวิ่งอยู่ในลู่ที่ช้ากว่าหลายประเทศในแถบนี้ เพื่อนบ้านไทยอย่างกัมพูชาและลาว กับเวียดนาม กำลังก้าวเข้าสู่ระบบ 4G ขณะที่เรายังเตาะแตะอยู่กับ 3G

ผมยังไม่ได้ยินทิศทางความพยายามที่จะให้ทุกอำเภอทุกตำบลทุกหมู่บ้าน สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อให้ทั้งประเทศ เดินหน้าไปสู่ความเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลพร้อมเพรียงกัน

นักการเมืองไร้วิสัยทัศน์ประกาศแจกแทบเล็ตให้เด็กประถมหนึ่งทั่วประเทศทั้ง ๆ ที่ระบบอินเทอร์เน็ตของเรายังไปไม่ทั่วถึง

เหมือนแจกรถก่อนสร้างถนน จึงกลายเป็นนโยบายที่ล้มเหลวไม่ทันข้ามปี

ดังนั้น ถ้ารัฐบาลนี้จะเปิดวิสัยทัศน์ใหม่ ด้วยการตั้งคณะกรรมการระดับชาติว่าด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล ก็จะต้องเปิดกว้าง ให้ทุกฝ่ายที่มีความรู้ความเข้าใจในด้านนี้เข้ามามีส่วนร่วมในการวาง Roadmap ไปสู่ความเป็นสากลอย่างแท้จริง

ไม่ใช่พอประกาศเศรษฐกิจดิจิทัล ก็จะมีเพียงบริษัทที่จะขายของและอุปกรณ์เท่านั้น ที่จะได้รับความสนใจให้นำเสนอแนวทางสำหรับประเทศชาติ ซึ่งมักจะเป็นวิถีปฏิบัติมาแต่ไหนแต่ไร เหตุก็เพราะนักการเมืองกับคนขายของและอุปกรณ์ราคาแพงนั้น เป็นพวกเดียวกัน มีการแบ่งปันผลประโยชน์กันและกัน

แต่การที่ไทยจะก้าวเข้าสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล อย่างมีเนื้อหาสาระต้องระดมความคิดจากผู้ปฏิบัติ และ ความต้องการของสังคม ก่อนเพื่อวางแผนร่วมกันว่าเราจะเดินทางไปอย่างไร มีบทเรียนจากประเทศอื่นอย่างไร และจะแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ อย่างไรบ้าง

หนีไม่พ้นว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะต้องสร้างคนและบรรยากาศแห่งความสร้างสรรค์ในสังคมไทย ก่อนที่จะคิดว่าซื้อของยี่ห้อไหนและใครจะสามารถประมูลขายของให้กับรัฐได้

คนไทยรุ่นใหม่ ๆ ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัล มีไม่น้อย และมีความเก่งกล้าสามารถเทียบทันกับสิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ที่นำหน้าเราไปก่อนหน้านี้ แต่เพราะเขาเหล่านั้นไม่เคยได้รับโอกาสร่วมกำหนด แผนที่เดินทาง ระดับชาติ เราจึงไม่สามารถขับเคลื่อนไปด้วยพลังของสังคมทั้งมวลได้พร้อมกัน

เศรษฐกิจดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพต้องให้ทุกฝ่ายของสังคม โดยเฉพาะเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนเดินหน้า

ต้องส่งเสริมสนับสนุนให้เพิ่มงบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) อย่างจริงจัง

ต้องส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นผู้ประกอบการเองหรือที่เรียกว่า start-ups ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างเอกลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

ต้องปฏิวัติระบบการสร้างครูตั้งแต่ระดับอนุบาลไปถึงมหาวิทยาลัย ให้มีความเข้าใจและเข้าถึงความเป็นดิจิทัล

ต้องสร้างชุมชนสร้างสรรค์ (creative communities) ทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมให้ทุกชุมชนมีความกระตือรือร้น ที่จะสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนนั้น ๆ โดยไม่ต้องรอนโยบายหรือคำสั่งจากเบื้องบนตลอดเวลาอย่างที่เป็นอยู่

การตั้งคณะกรรมการระดับชาติโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ไม่ได้รับรองความสำเร็จของนโยบาย เพราะเรื่องอย่างนี้เกิดมาแล้วทุกยุคทุกสมัย แต่เมื่อการดำเนินการตกอยู่ในกับดักของวิธีคิดและปฏิบัติแบบข้าราชการเดิม ๆ กีดกันเอกชนและนักปฏิบัติออกจากแวดวงการวางนโยบาย ความตั้งใจดีเพียงใดก็ล้มเหลวตั้งแต่ประกาศตั้งกรรมการวันแรกได้เช่นกัน

เศรษฐกิจดิจิทัล จะสำเร็จได้ต้องคิดและทำแบบดิจิทัล ที่รับรองความล้มเหลวตั้งแต่ต้น คือการเอาคนคิดแบบ Analog มาทำ Digital เช่นที่เห็นมาแล้วในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

เพียงแค่มี Line Group คุยกับเพื่อนฝูงไม่ถือว่าเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลนะครับ