Beta ติดลบได้ไหม

Beta ติดลบได้ไหม

แม้ว่าจะมีค่าสถิติเช่น “ความแปรปรวนร่วม” หรือ “ความแปรปรวน” อยู่ในสูตร CAPM

ซึ่งค่าเหล่านี้ได้มาจากการประมาณการด้วยวิธีสถิติ แต่ผมขอย้ำอีกครั้งว่า Sharpe นั้นสร้างสูตร CAPM ขึ้นด้วยการแก้สมการในเชิงพีชคณิตไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิธีประมาณค่าเชิงสถิติแต่อย่างใด ซึ่งความเข้าใจเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราที่ต้องคอยเตือนตนเองเพื่อทำความเข้าใจสูตรนี้อย่างถูกต้อง

ประเด็นที่ค้างกันไว้อาทิตย์ก่อนคือ “ค่า Beta ติดลบได้ไหม” เพราะหากค่านี้ติดลบ เป็นไปได้ที่อัตราผลตอบแทนคาดการณ์ของหุ้นจะติดลบ ซึ่งเมื่อคิดถึงผลที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างนี้แล้ว อาจตอบได้เลยว่าไม่มีทางที่ค่า Beta จะติดลบ

แต่ผู้ฟังอาจไม่พอใจ และแสดงการรวบรวมข้อมูลมาเซตหนึ่งเพื่อประมาณค่า Beta และพบว่าหุ้นบางตัวมีค่า Beta ติดลบ

ผมลองค้นข้อมูลเรื่องนี้ในเน็ตก็พบว่ามีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เช่น AswathDamodaran(http://bit.ly/1C0L73t) มองประเด็นเรื่องนี้เป็นคำถามฮิตในการสัมภาษณ์งาน อาจารย์ Damodaranตอบว่า “ใช่” ค่า Beta ติดลบได้ เช่นหุ้นของบริษัทที่ทำกิจการเหมืองทอง หรือผู้เชี่ยวชาญบางท่านกล่าวถึงบริษัทที่ลงทุนในต่างประเทศ ผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้จะสวนทางกับภาวะตลาดหุ้นสหรัฐซึ่งทำให้ค่า Beta ติดลบได้

ตามที่ผมได้กล่าวไปว่ามีความเป็นไปได้ที่เราจะประมาณค่าลบของ Beta จากข้อมูลในอดีตด้วยวิธีการทางสถิติ แต่ CAPM นั้นเป็นสมการที่ถูกสร้างขึ้นแบบพีชคณิต ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนคาดการณ์ของหุ้นและค่า Beta จะมีลักษณะเชิงเส้นตรง คือเมื่อถือความเสี่ยงเพิ่มก็ย่อมคาดหวังผลตอบแทนเพิ่มจะเกิดขึ้นเมื่อ Beta เป็นค่าบวกเท่านั้น และความเสี่ยงของการลงทุนที่ต่ำสุดคือการซื้อพันธบัตรรัฐบาลซึ่งให้ค่า Beta เท่ากับศูนย์ ดังนั้นหาก Beta มีค่าติดลบซึ่งน้อยกว่าศูนย์ แสดงว่าหุ้นนั้นมีความเสี่ยงน้อยกว่าพันธบัตร? ซึ่งผิดแน่นอน เพราะค่า Beta ของหุ้นที่ติดลบก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับ Beta ที่เป็นบวก เพียงแต่สวนทางกันเท่านั้น

ผมจึงขอฟันธงไว้ก่อนว่าโอกาสเดียวที่เราจะได้ Beta ติดลบคือการชอร์ตหุ้นที่มี Beta เป็นบวก หรือลงทุนในลักษณะอื่นที่เป็นการสวนตลาด เช่น ขายฟิวเจอร์สของหุ้นหรือดัชนีตลาด ซื้อพุทออปชั่นของดัชนีตลาด เป็นต้น

หากไปคำนวณค่า Beta ของหุ้นใดๆ โดยตรงแล้วได้ค่าติดลบให้ระวังไว้ก่อนว่าเราประประมาณค่าผิด ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกรณีต่อไปนี้

หนึ่ง หุ้นนั้นถูกห้ามซื้อขายทำให้ข้อมูลส่วนที่ถูกห้ามซื้อขายไม่เคลื่อนไหวตามตลาด

สอง ช่วงเวลาที่ใช้ประมาณค่า Beta ไม่เหมาะสม สั้นเกินไป และเป็นช่วงมีข่าวร้ายของบริษัทนั้นทำให้ราคาเคลื่อนที่สวนตลาด

สาม หุ้นไม่ค่อยมีการซื้อขาย การนำราคาปิดแต่ละวันมาคำนวณค่า Beta จะทำให้ไม่สัมพันธ์กับดัชนีตลาดหุ้น ณ สิ้นวัน และอาจเกิดค่า Beta ติดลบได้

ดังนั้นเราต้องแยกพิจารณาการประเมินค่า Beta จากข้อมูลในอดีตด้วยวิธีการทางสถิติ และค่า Beta ที่ควรเป็นตามทฤษฎี เมื่อไรที่พบว่าการประมาณค่าด้วยวิธีทางสถิติขัดแย้งกับทฤษฎี ขอให้ยึดทฤษฎีเป็นหลักไว้ก่อน

เพราะแม้ว่าอาจารย์ Damodaranจะเชื่อว่า Beta ติดลบได้ แต่จากประสบการณ์ของท่านที่ติดตามประมาณค่า Beta ของทุกอุตสาหกรรมในตลาดหุ้นสหรัฐมา 15 ปีก็พบว่ายังไม่เคยพบค่า Beta ของหุ้นใดๆ ที่เป็นลบเช่นกัน แม้กระทั่งบรรดาหุ้นที่ลงทุนในทองคำ Damodaranเชื่อว่าอาจเป็นกระบวนการสร้างหลักทรัพย์ของทองคำเช่น Gold ETF ที่ทำให้ความสัมพันธ์นั้นเปลี่ยนไป