แบบอย่างนวัตกรรมด้านอาหารและการเกษตรของเดนมาร์ก

แบบอย่างนวัตกรรมด้านอาหารและการเกษตรของเดนมาร์ก

ทีมงานไทยยุโรป.เน็ต

เมื่อไม่นานมานี้ ทีมงานไทยยุโรป.เน็ตได้เคยเล่าถึงความสำคัญของนวัตกรรมและการวิจัยของอียูไปแล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ได้จากการลงทุนในอียูนำมาปรับใช้กับกระบวนการผลิตในไทย ในฉบับนี้ ทีมงานไทยยุโรป.เน็ต ขอเล่าถึงนวัตกรรมใหม่ด้านอาหาร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวยุโรปที่กำลังมีกระแสนิยมบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และไม่ทำลายสภาพแวดล้อม เรียกได้ว่าเป็นการบริโภคอย่างยั่งยืน ทีมงานไทยยุโรป.เน็ต ได้มีโอกาสได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการเกษตรและอาหารที่ประเทศเดนมาร์กซึ่งส่งออกอาหารกว่า 2 ใน 3 ของผลผลิตทั้งหมดไปยังทั่วทั้งยุโรปและมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารและเกษตรของยุโรป (European Hub for Food Innovation) อีกด้วย

เดนมาร์กเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ผลิตอาหารและสินค้าเกษตรส่งออกจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการเกษตรแบบครอบครัว มีการเพาะปลูกพืชครอบคลุม 62% ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ ในภาคการเลี้ยงสัตว์ เดนมาร์กมีอุตสาหกรรมการเลี้ยงโคนมที่ก้าวหน้าและทันสมัยมากที่สุดในยุโรป เดนมาร์กยังขึ้นชื่อในด้านอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร เนื่องจากมีการพัฒนาสายพันธุ์สุกรอย่างต่อเนื่องโดยไม่ลืมที่จะคำนึงถึงความปลอดภัย สวัสดิภาพสัตว์ และระบบการตรวจสอบย้อนกลับ โดย 90%ของผลิตภัณฑ์จากสุกรส่งออกไปต่างประเทศ จุดเด่นของประเทศเดนมาร์กอีกประการหนึ่งคือ มีการสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง มีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์สูงและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผักและผลไม้อินทรีย์ นอกจากนี้ เดนมาร์กยังเป็นประเทศแรกในโลกที่ออกกฎหมายควบคุมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร โดยได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการเกษตร และร้านการค้าปลีกอีกด้วย

การลงทุนด้านอาหารและการเกษตรเป็นสิ่งที่ภาครัฐของเดนมาร์กให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเมืองออร์ฮูสซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางด้านอาหารและการเกษตรของเดนมาร์กได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน European Food Venture Forum ประจำปีเพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ด้านอาหาร และการเกษตร เป็นตัวกลางช่วยจับคู่ทางธุรกิจและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับสถาบันด้านการเงิน การลงทุน

ปัจจุบันการลงทุนด้านอาหารและการเกษตรได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการเริ่มคำนึงถึงคุณประโยชน์ของอาหารและตระหนักถึงความปลอดภัยในอาหารมากขึ้น จึงมีการลงทุนพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยในการคงสารอาหารที่มีประโยชน์ไว้ตลอดสายการผลิต หรือนวัตกรรมเพื่อตรวจสอบเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ไม่เพียงเท่านั้น ปัจจุบันประชากรมีเพิ่มขึ้น ทรัพยากรถูกทำลายมากขึ้น เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมากมายที่ส่งผลกระทบกับกระบวนการผลิตทางการเกษตร ทำให้การลงทุนสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่มีข้อจำกัดต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง กล่าวคือ การพัฒนานวัตกรรมอาหารและการเกษตรไม่เพียงเพื่อให้ผลผลิตตรงกับความต้องการของตลาด แต่ยังเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของโลก (Global Challenge) ด้วย เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการรักษาพื้นที่การเกษตร เป็นต้น

นอกจากความร่วมมือจากภาครัฐแล้ว เกษตรกรและ SMEs ในเดนมาร์กได้รวมกลุ่มกันเพื่อสร้างเครือข่ายและความเข้มแข็งในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร หรือเรียกว่า Danish Food cluster ซึ่งเป็น การรวมกลุ่มด้านอาหารที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป โดยจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของ Danish Food Cluster คือการรวมกลุ่มโดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม แลกเปลี่ยนบทเรียนด้านนวัตกรรมอาหารของสมาชิก และภาครัฐให้การสนับสนุนด้านทีมวิจัยที่พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์เกี่ยวกับการพัฒนาการผลิตทางการเกษตรที่กลุ่มเกษตรกรและ SMEs กำหนดขึ้นโดยเฉพาะ จึงเป็นการวิจัยและพัฒนา แบบ Bottom up ที่นำไปใช้ได้จริงและตรงประเด็น ทั้งหมดนี้ ส่งเสริมให้เดนมาร์กก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารของยุโรป เดนมาร์กให้ความสำคัญกับนวัตกรรมอาหารและการเกษตร เพราะเดนมาร์กส่งออกสินค้าอาหารและการเกษตรจำนวนมาก แต่ไม่สามารถสู้กับคู่แข่งได้ในเชิงต้นทุนการผลิตเนื่องจากค่าแรงที่ค่อนข้างสูง เดนมาร์กจึงพยายามพัฒนาจุดเด่นด้านนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น

เดนมาร์กมีศูนย์การวิจัยเฉพาะด้านอาหารและการเกษตรที่มีชื่อเสียงอยู่จำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์วิจัย Foulum Research Center มีการวิจัยครอบคลุมสาขาการเกษตร ปศุสัตว์ และระบบนิเวศน์วิทยา จุดประสงค์หลักของศูนย์วิจัยคือการเพิ่มความยั่งยืนให้มากที่สุด (Sustainable Intensification) โดยนำเอาการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้ามามีบทบาทในทุกกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด ใช้ทรัพยากรรวมทั้งแรงงานน้อยที่สุดโดยไม่เป็นการทำลายระบบนิเวศน์ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งกับการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์

นอกจากนี้ Foulum Research Center ยังมีโครงการวิจัยภายใต้ Horizon 2020 ของอียูทำให้ มีนักวิจัยและนักศึกษาปริญญาเอกนานาชาติกว่า 200 คน ร่วมโครงการและทำงานวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านอาหารและการเกษตร ตัวอย่างเช่น ฟาร์มโคนมซึ่งมีการจัดการผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าซึ่งช่วยเพิ่มผลประกอบการและลดแรงงานที่ใช้ เช่น เทคโนโลยีการรีดนมโค เทคโนโลยีตรวจจับว่าโคพร้อมผสมพันธ์หรือไม่ น่าเสียดายที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีนักวิจัยและนักศึกษาปริญญาเอกนานาชาติอยู่มากมายแต่ยังไม่มีนักวิจัยและนักศึกษาไทยร่วมในโครงการ ซึ่งทางศูนย์การวิจัย Foulum Research Center ยินดีหากภาครัฐหรือมหาวิทยาลัยของไทยสนใจร่วมทำความตกลงเพื่อส่งนักวิจัยและนักศึกษาไทยเข้าร่วมโครงการวิจัยใน อนาคต

สิ่งที่น่าสนใจคือเดนมาร์กพยายามสนับสนุนการพัฒนาด้านนวัตกรรมการวิจัยและการประกอบธุรกิจควบคู่ไปด้วยกัน โดยมี Agro Business Park ซึ่งเป็น Science Park แห่งเดียวในเดนมาร์กที่เน้นด้านการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจภายในสาขาการเกษตร เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม และการแปรรูปอาหาร โดย Agro Business Park เปรียบเสมือน Matchmaker ที่ช่วยจับคู่ผู้ประกอบการที่ต้องการทำธุรกิจแต่มีความจำกัดทางด้านความเชี่ยวชาญ หรือจับคู่นักวิจัยที่ต้องการสร้างธุรกิจในสาขาเทคโนโลยีการเกษตร โดยสนับสนุนตั้งแต่ เรื่องการหาเงินทุน นักวัจัย การสร้างกลยุทธ การหาตลาด ไปจนถึงการแนะนำเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ตัวอย่างงานนวัตกรรมที่น่าสนใจ เช่น หุ่นยนต์ไล่กาที่ทำหน้าที่ไล่นกไม่ให้มาทำลายพืชผลผ่านคลื่นสัญญานภาษานกแต่ละประเภทที่ถูกบันทึกไว้ โดยทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และคอกเลี้ยงสุกรซึ่งปรับอุณหภูมิให้ความอบอุ่นที่เหมาะสมกับขั้นตอนการเติบโตของลูกสุกรแต่ละวัยและปรับอุณหภูมิเองตามอากาศขณะนั้น เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าเดนมาร์กเน้นกลยุทธการรวมกลุ่มและความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ด้านอาหารในประเทศ และสร้างนวัตกรรมไม่เพียงเพื่อให้ตอบรับกับความต้องการของตลาดและจำนวนผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยผลิตอาหารส่งออกเป็นจำนวนมาก มีร้านอาหารไทยกระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในยุโรปที่มีร้านอาหารไทยอยู่เป็นจำนวนมากและกำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง อีกทั้งไทยยังกำลังผลักดันนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกและได้เปรียบเชิงวัตถุดิบต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงนัก จึงน่าจะนำแนวคิดของเดนมาร์กมาเป็นแบบอย่าง และเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมด้านอาหารและการเกษตรไทยผ่านการสนับสนุนและพัฒนาด้านนวัตกรรมได้ดีทีเดียว

ท่านสามารถติดตามข่าวเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านอาหารและการเกษตร รวมไปถึงประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ เกี่ยวกับสหภาพยุโรป ได้จากเว็บไซต์ www.thaieurope.net หรือ ติดตามผ่าน facebook ได้ที่ www.facebook.com/thaieurope หรือ twitter @thaieurope.net