แนวโน้มใหม่ในเมืองแอตแลนติกซิตี้

แนวโน้มใหม่ในเมืองแอตแลนติกซิตี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อเมริกาได้นางงามคนใหม่เป็นสาวเชื้อสายรัสเซีย ต่อจากนางงามเมื่อปี่ที่แล้ว

ซึ่งเป็นสาวเชื้อสายอินเดีย การประกวดนางงามอเมริกาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 88 และทำกันที่เมืองแอตแลนติกซิตี้ซึ่งอยู่ไม่ไกลเมืองขนาดใหญ่เช่นฟิลาเดลเฟียและนิวยอร์ก การประกวดนางงามอเมริกาเริ่มที่เมืองนี้และหวนกลับมาที่นี่อีกเป็นครั้งคราว หลังจากเสร็จการประกวดอันฟู่ฟ่า หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์พาดหัวแบบดูแคลนว่าแม้แต่นางงามอเมริกาก็จะยื้อแอตแลนติกซิตี้จากการถดถอยต่อไปไว้ไม่ได้ การดูแคลนเช่นนั้นวางอยู่บนฐานข้อมูลที่บ่งชี้อย่างแจ้งชัดว่าเมืองนี้กำลังมีปัญหาสาหัสและโอกาสที่จะฟื้นคืนมาในเร็ววันมีน้อยนิด

วอชิงตันโพสต์สรุปจากข้อมูลล่าสุดซึ่งได้แก่ การปิดกิจการของโรงแรมควบบ่อนการพนันขนาดใหญ่ในเมืองนี้เพียง 5 วันก่อนการประกวดนางงาม โรงแรมควบบ่อนการพนันแห่งนั้นเพิ่งเปิดมาได้เพียง 2 ปีหลังลงทุนไปกว่า 2 พันล้านดอลลาร์และเป็นโรงแรมหนึ่งในสี่ที่ปิดกิจการการในปีนี้ ก่อนสิ้นปีอาจจะมีปิดอีกหนึ่งแห่ง เนื่องจากบ่อนการพนันเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจในย่านนั้น การปิดกิจการก่อให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้นซึ่งก่อนหน้านี้ย่านนั้นมีอัตราการว่างงานสูงที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาที่ 13.8% ต่อไปปฏิกิริยาลูกโซ่จะทำให้ปัญหาสาหัสยิ่งขึ้นและโรงแรมควบบ่อนการพนันเหล่านั้นอาจถูกทุบทิ้งเช่นเดียวกับโรงแรมใหญ่ ๆ ในอดีต

ย้อนไปราว 160 ปี มีนักธุรกิจผู้คิดการณ์ไกลมองว่าถ้าสร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจซึ่งในสมัยนี้มักเรียกทับศัพท์กันว่า “รีสอร์ท” ขึ้นบนเนื้อที่ชายฝั่งทะเลที่มีอากาศดีและอยู่ไม่ไกลฟิลาเดลเฟียและนิวยอร์ก ประชาชนจำนวนมากจากเมืองเหล่านั้นจะพากันไปพักผ่อน นักธุรกิจเหล่านั้นกดดันให้รัฐบาลสร้างทางรถไฟเชื่อมกับเมืองใหญ่ ๆ ดังกล่าวพร้อมกับสร้างรีสอร์ทขึ้นมา ในเวลาเพียงไม่นาน แอตแลนติกซิตี้กลายเป็นที่นิยมของชาวอเมริกันอย่างกว้างขวางพร้อมกับสร้างความมั่งคั่งให้นักธุรกิจเหล่านั้นอย่างเป็นกอบเป็นกำ พวกเขาพยายามสร้างความฟู่ฟ่าเพิ่มขึ้นด้วยการเริ่มประกวดนางงามอเมริกาในช่วงที่เมืองนี้เป็นที่นิยมสูงสุด

จะว่าทุกสิ่งเป็นอนิจจังก็คงได้ เมื่อปัจจัยต่าง ๆ เริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ แอตแลนติกซิตี้ก็เริ่มมีปัญหา ปัจจัยแรกคือการผลิตรถยนต์ขึ้นมาในราคาที่ชาวอเมริกันชั้นกลางหาซื้อได้ การเดินทางไปไหนมาไหนได้ในเวลาอันสั้นทำให้ชาวอเมริกันเดินทางไปพักผ่อนที่อื่นมากขึ้น ปัจจัยที่สอง หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติไม่นาน รัฐบาลอเมริกันออกกฎหมายห้ามซื้อขายเหล้า กฎหมายนั้นมีผลกระทบทางลบต่อเมืองแอตแลนติกซิตี้โดยตรงเนื่องจากเหล้าเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมอเมริกัน ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารเมืองแอตแลนติกซีตี้จึงมักเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ส่งผลให้เกิดความฉ้อฉลซึ่งร้ายแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยที่สามเป็นความถดถอยของเศรษฐกิจครั้งใหญ่หลังตลาดหลักทรัพย์อเมริกันล่มสลายเมื่อปลายปี 2472 ปัจจัยที่สี่ได้แก่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งอเมริกาเข้าร่วมในปี 2484 และปัจจัยสุดท้ายได้แก่การเข้าประจำการของเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์ไอพ่น หรือเจ็ตซึ่งมีความเร็วสูง เครื่องบินชนิดนั้นเอื้อให้ชาวอเมริกันเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจในสถานที่ไกล ๆ มากขึ้นรวมทั้งในต่างประเทศ

การขาดผู้ไปพักผ่อนหย่อนใจส่งผลให้โรงแรมใหญ่ ๆ ในแอตแลนติกซิตี้ถูกทุบทิ้งและเมืองมีสภาพซบเซา สภาพนั้นเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญเมื่อย่านนั้นได้รับอนุญาตให้สร้างบ่อนการพนันได้ในปี 2519 นักธุรกิจใหญ่ ๆ กลับไปลงทุนรื้อฟื้นแอตแลนติกซิตี้ขึ้นมาใหม่โดยใช้บ่อนการพนันเป็นแรงจูงใจให้คนไปพักเที่ยว แอตแลนติกซิตี้กลับมาฟู่ฟ่าอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

การพนันเป็นปัจจัยที่ทำให้แอตแลนติกซิตี้ฟื้นคืนชีพกลับมา ทว่าไม่นานการพนันก็เป็นดาบที่เข่นฆ่าเมืองนั้นเมื่อย่านใกล้เคียงอนุญาตให้สร้างบ่อนการพนันได้ เพียงไม่นานบ่อนการพนันก็เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย บ่อนเหล่านั้นแย่งนักเล่นการพนันจากแอตแลนติดซิตี้ไปส่วนหนึ่ง นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจเกิดขึ้นอีกด้วย นั่นคือ หลังเศรษฐกิจถดถอยจากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกเมื่อปี 2551 ชาวอเมริกันโดยทั่วไปจับจ่ายใช้สอยในอัตราน้อยลงส่งผลให้การไปพักผ่อนหย่อนใจในย่านที่มีบ่อนการพนันลดลง หากชาวอเมริกันใช้จ่ายในอัตราน้อยลงต่อไป ไม่เฉพาะแอตแลนติกซิตี้เท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบในระยะยาว หากเป็นเมืองที่เป็นแหล่งการพนันมานานเช่นลาสเวกัสและเมืองที่เพิ่งมีการพนันเช่นบัลติมอร์อีกด้วย

แนวโน้มใหม่ที่เกิดในแอตแลนติกซิตี้อาจมองได้จากหลายมุม อาทิเช่น อาจมองว่าเป็นเรื่องปกติของวัฏจักรทางเศรษฐกิจซึ่งมีการขยายตัวสลับกับการถดถอย หรืออาจมองว่าเป็นปัญหาพื้นฐานที่มากับกิจการด้านสันทนาการและการท่องเที่ยว เศรษฐกิจที่อาศัยกิจการเหล่านี้มีความขึ้นลงอย่างรวดเร็วและความเสี่ยงเสี่ยงสูงเพราะขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของผู้บริโภค เมื่อเศรษฐกิจซบเซา ผู้บริโภคย่อมลดค่าใช้จ่ายในด้านนี้ก่อน

เรื่องนี้มีทางออกที่ยอมรับกัน นั่นคือ ขยายฐานทางเศรษฐกิจให้มีความหลากหลายขึ้น หรืออาจถามว่าเพราะอะไรแอตแลนติกซิตี้และรัฐบาลในหลายภาคส่วนของโลกจึงใช้อบายมุขเป็นฐานของการจ้างงานและการขยายฐานทางเศรษฐกิจ แนวคิดแบบนี้ไม่น่ามีความมั่นคง ตัวอย่างมีให้เห็นอย่างเด่นชัดในพื้นที่ปกครองตนเองของชาวพื้นเมืองดั้งเดิม หรืออินเดียนแดงที่มีอยู่ทั่วไปในอเมริกา ราว 240 แห่งตั้งบ่อนการพนันขึ้นมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว จำนวนมากประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย แต่การวิจัยพบว่าในพื้นที่ปกครองตนเองเหล่านั้น ทั้งอาชญากรรมและความล้มละลายเพิ่มขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ วอชิงตันโพสต์คงเกิดความเชื่อมั่นในการดูแคลนเมืองแอตแลนติกซิตี้จากตัวอย่างเหล่านี้แน่นอน