เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยปี 2015 อย่างไร?

เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยปี 2015 อย่างไร?

ในช่วงค่ำนี้ ก็ถึงเวลาที่จะต้องติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดกันอีกครั้ง ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร

สำหรับในจังหวะเวลาที่การซื้อพันธบัตรระยะเวลาปานกลางหรือ QE จะสิ้นสุดลงในเดือนหน้า 

ผมขอนำบทความจากหนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีท เจอร์นัล ฉบับสุดสัปดาห์ ที่สรุปถึงแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ ดร. เจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ที่คาดว่าจะมีขึ้นภายในกลางปี 2015 มาเกริ่นไว้ดังนี้ 

สิ่งที่ถกเถียงกันในตอนนี้ มิใช่ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยไหม ทว่าเป็นคำถามที่ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างไร จะขึ้นแบบเริ่มในเร็ววันและค่อยๆ ขึ้น หรือ จะรอออกไปอีกสักระยะแล้วขึ้นแบบปรื๊ดเดียว ดังรูป โดยก่อนที่จะตัดสินว่าจะขึ้นแบบไหนดี ลองมาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของทั้ง 2 วิธีนี้กันก่อน

หากไปพลิกตำราหาทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์จะพบว่าไม่มีคำตอบแบบฟันธง ดังนั้น  คำตอบสุดท้ายจึงขึ้นอยู่กับทัศนะและวิจารณญาณของนางเยลเลนและทีมงานว่าจะเลือกขึ้นแบบไหน

ทางฝากที่เชียร์ให้ขึ้นเร็วแต่ค่อยๆ ขึ้น มีเหตุผลอยู่ 3 ประการ ได้แก่

หนึ่ง วิธีนี้ให้เสถียรภาพทางการเงินต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากกว่า เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐหลายท่านกังวลว่าหากขืนยังปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยแช่ไว้ที่อัตราดอกเบี้ยร้อยละศูนย์จะทำให้สินเชื่อเติบโตเร็วจนเกินไป การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะลดโอกาสฟองสบู่เศรษฐกิจสหรัฐแตกด้วยสาเหตุดังกล่าว

สอง กระบวนการส่งผ่านสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ จากเดิมที่เคยใช้การเพิ่มหรือดึงเม็ดเงินออกจากระบบสถาบันการเงิน เนื่องจากการปํ๊มเงินปริมาณมหาศาลเข้าระบบการเงินหลังวิกฤตปี 2008 ทำให้กลไกดังกล่าวไม่สามารถดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป

โดยในขณะนี้ ทางเฟดได้วางแผนที่จะใช้อัตราดอกเบี้ยซึ่งจ่ายให้กับการซื้อขายกองทุนรวมในตลาดเงิน หรือ ใช้อัตราดอกเบี้ยที่จ่ายบนเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในส่วนที่เรียกว่าสำรองส่วนเกินหรือ excess reserve ภายในสัปดาห์หน้า ดังนั้น หากเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วก็สามารถมีเครื่องมือดังกล่าวในการบริหารจัดการการขึ้นของอัตราดอกเบี้ยได้ 

สาม การขึ้นดอกเบี้ยเร็วมีข้อดี ที่หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไม่สู้ดีในอนาคต ก็ยังชะลอการขึ้นดอกเบี้ยได้ ทว่าหากขึ้นช้าไป จะทำให้อาจเกิดฟองสบู่เศรษฐกิจแตก จนต้องขึ้นดอกเบี้ยแบบปรื๊ดเดียว ซึ่งก่อความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากกว่า

ทางฝากที่เชียร์ให้ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายออกไปก่อน ก็มีเหตุผลของเขาเช่นกัน โดยมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยเร็วและหากเศรษฐกิจสหรัฐเกิดสะดุดขึ้นมา และต้องกลับมาลดดอกเบี้ยนโยบายใหม่หรือถึงขั้นกลับไปทำ QE ใหม่นั้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากกว่าการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน 

โดยบิ๊กเนมหรือกูรูทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็ออกมาเชียร์ความเห็นของตนกันยกใหญ่ โดยฝ่ายแรก นำทีมเชียร์โดย ดร. ชารลส์ โพลเซอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาฟิลาเดลเฟีย ส่วนฝ่ายหลังก็ไม่แพ้กัน นำทัพโดยนายเดนนิส ล็อคฮาร์ต ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาแอ็ตแลนต้า 

สำหรับความเห็นของผู้เขียน คิดว่าตลาดการเงินในช่วงนี้ค่อนข้างจะเชื่อว่านางเยลเลนจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่ากลางปี 2015 ด้วยสาเหตุ 2 ประการ

หนึ่ง ตลาดหุ้นสหรัฐในขณะนี้ขึ้นสูงมากระทั่งทำลายสถิติจนตอนนี้หลายท่านเริ่มมองโลกในแง่ดีแบบมีความวิตกอยู่ในใจหรือ Cautiously Optimistic จึงทำให้การมองว่านางเยลเลนจะยังคงดอกเบี้ยไว้ต่ำมากๆ อีกต่อไปนั้นเริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ

สอง ภูมิภาคหลักอื่นๆ ของโลก อาทิ ยุโรป และ ญี่ปุ่น หรืออาจจะรวมถึงจีน ต่างก็ประสบปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามเป้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 รายแรก ทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐดูดีขึ้นมาโดยเปรียบเทียบ จึงเชื่อกันว่าทางเฟดก็คงมองในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จึงทำให้คาดการณ์กันว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยคิดไว้

ซึ่งโมเมนตัมของความเชื่อนี้ก็อาจปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ดี ผู้เขียนคิดว่าผลการประชุมเฟดในคืนนี้ จะออกมาในโทนที่จะใช้ถ้อยคำเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมเพื่อส่งสัญญาณว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดพร้อมจะเกิดขึ้นได้ หากมองแล้วพบว่าภาพรวมของตลาดแรงงานสหรัฐสามารถดีขึ้นได้แบบยั่งยืนครับ 

----------------------------

หมายเหตุ : ติดตามการวิเคราะห์ผลการประชุมเฟดหรือธนาคารกลางสหรัฐในช่วงเช้าวันที่ 18 กันยายนนี้ ได้ทาง LINE ID: MacroView และ www.facebook.com/MacroView ครับ