จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างไร?

จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างไร?

หลังจากที่ผลการสำรวจความสามารถในการแข่งขันของค่าย WEF (World Economic Forum) ประจำปี 2014-2015 ออกมา

ก็มีบทวิเคราะห์ถึงอันดับของประเทศไทยในด้านต่างๆ ซึ่งก็มีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็น แต่สิ่งที่ยังดูเหมือนจะไม่ค่อยเห็นเท่าไร คือแล้วทำอย่างไรเราถึงจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ตามการจัดอันดับของ WEF ได้?

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ในฐานะพันธมิตรของ WEF ในการจัดทำผลการสำรวจในครั้งนี้ จึงได้จัดสัมมนาชี้แจงบทวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ตามการจัดอันดับของ WEF ทำให้เห็นหลายๆ ประเด็นที่น่าสนใจ ที่ไม่ใช่เพียงแค่นำเสนอหรือวิเคราะห์ผลการจัดอันดับ

ทางคณะฯ ได้มีการนำรายละเอียดคะแนนในแต่ละคำถามที่ประเทศไทยได้รับ มาเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศที่ได้รับการจัดอันดับสูงกว่าประเทศไทย (อันดับที่ 20 - 30 รวมทั้งสิงคโปร์และญี่ปุ่น) เพื่อดูว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่ได้รับการจัดอันดับสูงกว่าประเทศไทยนั้น เราตรงจุดไหน? มีประเด็นไหนที่พอจะเป็นจุดแข็ง? หรือ มีประเด็นไหนที่จะต้องเร่งปรับปรุง?

ผลการเปรียบเทียบออกมาน่าสนใจครับ ในประเด็นที่ประเทศไทยมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ได้อันดับสูงกว่าเรานั้น มีอยู่มากกว่า 20 รายการ แต่ในเกือบทุกรายการนั้นเป็นรายการที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจหรือเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน การให้บริการทางด้านการเงิน ความมั่นคงของธนาคาร การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ การเข้าสู่ตลาดทุนฯลฯ ซึ่งในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ทั้งหมดเรียกได้ว่าประเทศไทยมีความเข้มแข็งกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในอันดับที่ดีกว่าเรา

นอกจากเรื่องสถาบันการเงิน ตลาดทุนแล้ว ก็จะมีในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวกับภาคธุรกิจเอกชน ไม่ว่าจะเป็น Buyer Sophistication ที่ดูพฤติกรรมผู้บริโภคว่าเน้นแต่ของราคาถูกหรือสินค้าที่มีความแตกต่าง หรือ ปริมาณของผู้ป้อนวัตถุดิบ หรือ ความมุ่งเน้นของภาคธุรกิจที่มีต่อลูกค้า หรือ นโยบายในการจ้าง เลิกจ้างของบริษัทต่างๆ หรือ การดูแลด้านสุขภาพของบริษัทต่างๆ หรือ การจ้างงานสุภาพสตรี และ ในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการท่องเที่ยว

จะเห็นได้เลยนะครับว่าในประเด็นที่ประเทศไทยมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอื่นนั้นส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจเอกชนทีนี้เรามาดูประเด็นที่ประเทศไทยมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ได้รับการจัดอันดับสูงกว่าเรา แบบมากๆ บ้างครับ (ประเด็นที่ไทยได้รับคะแนนต่ำกว่าประเทศคู่เทียบแบบไม่มากนั้นผมขอผ่านนะครับ เรามาสนใจในประเด็นที่ได้คะแนนต่ำกว่ามากๆ ดีกว่าครับ)

ประเด็นที่ได้คะแนนต่ำกว่าแบบมากๆ นั้นมีอยู่เพียงแค่ 8 ประเด็นครับ (ดูเหมือนไม่มาก แต่ต้องอย่าลืมว่าพวกนี้คือต่ำแบบมากๆ นะครับ) ประกอบด้วย คุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานทางด้านราง ความไว้ใจต่อนักการเมือง การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ความเชื่อถือต่อบริการของตำรวจ ความพยายามในการต่อสู้กับคอร์รัปชันและการติดสินบน การใช้เงินสาธารณะในทางที่ผิด ความผิดปกติในการจ่ายเงินเพื่อการส่งออกและนำเข้า และ ความผิดปกติในการจ่ายเงินเพื่อโครงการภาครัฐ

ท่านผู้อ่านจะเห็นได้เลยนะครับว่าในประเด็นที่ประเทศไทยได้รับคะแนนต่ำกว่าประเทศคู่เทียบแบบมากๆ นั้นมักจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องหรือเป็นผลมาจากการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในขณะที่ประเด็นที่ได้คะแนนดีกว่าประเทศคู่เทียบนั้นเป็นประเด็นที่มาจากหน่วยงานภาคเอกชน ดังนั้นในงานสัมมนาดังกล่าวทางคณะฯ จึงได้สรุปประเด็นว่าจากรายงานของ WEF นั้นถ้าอยากจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย มีแนวทางที่สำคัญอยู่ 8 ประการได้แก่

1) การใช้ประโยชน์จากความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย 2) การปราบคอร์รัปชันให้สิ้น 3) การปฏิรูประบบการศึกษาของไทยให้เหมาะสมกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (ที่บอกว่าคุณภาพการศึกษาเราแย่นั้น จริงๆ เขาเปรียบเทียบคุณภาพการศึกษากับความสามารถในการแข่งขันของประเทศครับ) 4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านการคมนาคม

5) การพัฒนาความสามารถในการดูดซับเทคโนโลยี การพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม 6) การพัฒนา ปรับปรุง กฎ ระเบียบของรัฐบาลที่ยังเป็นจุดอ่อนและล้าหลัง 7) การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักการเมืองและตำรวจในสายตาประชาชน และ 8) ปรับปรุงภาพลักษณ์ของภาครัฐในสายตานักธุรกิจ (เนื่องจากผลการสำรวจ Executive Opinion Survey นั้นมาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารองค์กรธุรกิจต่างๆ)