ภารกิจรัฐบาลใหม่โจทย์ยาก มากกว่า..คืนความสุขคนไทย

ภารกิจรัฐบาลใหม่โจทย์ยาก มากกว่า..คืนความสุขคนไทย

ในที่สุดไทยเราก็ได้รัฐบาลใหม่ สมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นทางการ พร้อมคณะรัฐมนตรี

ที่หลายคนระบุตรงกันว่า แทบไม่ต่างอะไรกับ"รัฐบาลขิงแก่" เพราะรายชื่อรัฐมนตรีหลายท่าน อยู่ในวัยอาวุโสสุดโต่ง บางคนถึงกับสบประมาทว่า เป็นรัฐบาลขิงแก่ยิ่งกว่า.. ด้วยวัยวุฒิของรัฐมนตรีหลายท่านทำให้สงสัยว่า จะกรำงานหนักได้หรือไม่แม้ตอบว่าทำได้ก็มีคำถามตามมาว่า จะทำได้ดีเพียงใด เพราะร่างกายคนเรา ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักร ยิ่งเก่าย่อมสึกหรอและผ่านการใช้งานมายาวนาน

แต่หลายท่านอาจมองโต้แย้งได้ในประเด็นว่า ยิ่งอาวุโสและได้รับการคัดเลือก ย่อมหมายถึงการเป็นบุคคลคุณภาพ ที่ยังคงได้รับความเชื่อถือ ในประสบการณ์และความสามารถ เข้าทำนองยิ่งแก่ยิ่งเก๋า ... ทรงภูมิมากประสบการณ์ จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่คงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ เพราะภารกิจรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่แค่ "คืนความสุขให้คนไทย"เท่านั้น แต่ยังมีภารกิจ ซ่อมแซมกลไกเครื่องไม้เครื่องมือ ระบบขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สึกหรอ ควบคู่ไปกับการคืนความสุข ในประเด็นเชิงสังคม ภาพลักษณ์และอารมณ์ร่วมของประชากรไปพร้อมๆ กัน

ประเด็นแรก การฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรารัฐบาลชุดนี้ ปกครองโดยทหารและกองทัพ ในสายตาคนไทยที่อยู่ในสถานการณ์ความปั่นป่วน และความแตกแยกในประเทศมานานนับ 10 ปี อาจยอมรับและยินดีกับการเข้ามาของรัฐบาลทหาร ที่นำมาซึ่งความสงบ หยุดภาวะแตกแยก ประท้วงปั่นป่วนลงได้ระดับหนึ่ง เพราะนับตั้งแต่กลางปีเป็นต้นมา ภาพม็อบต่อต้านรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ไม่ปรากฏในพื้นที่ต่างๆ .. แต่ทุกคนรู้ดีว่า ความแตกแยกทางการเมืองในวันนี้ แค่ไม่มีม็อบประท้วงให้เห็น แต่คนที่คิดต่างและคัดค้านทางการเมืองยังมีอยู่ต่อเนื่อง เป็นเชื้อไฟที่รอการปะทุอยู่ภายใน

ภารกิจแรกของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ในวันนี้ ต้องเริ่มที่ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นรัฐบาลไทย ในสายตานานาชาติให้ได้ เพราะยุคโลกาภิวัฒน์ทุกคนทราบดี เวทีสากลต้องการประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ หมายว่ารัฐบาล ก็ต้องมาจากระบอบประชาธิปไตยด้วย ในเมื่อรัฐบาลไทยวันนี้ ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย แต่ก็เป็นรัฐบาลที่คนไทยยอมรับและสนับสนุน ภารกิจของผู้นำไทยวันนี้ จึงต้องแจงเหตุผลต่อชาวโลก และฟื้นศรัทธาให้ได้ว่า แม้จะไม่ใช่รัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่ก็มาโดยเจตนาดีต่อประเทศชาติ พยายามสร้างความปรองดอง สร้างความสงบให้บ้านเมือง

แค่ภารกิจแรกก็เป็นงานยาก สำหรับรัฐบาลปฏิรูปชุดนี้ ว่าจะสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติได้หรือไม่ อาจต้องใช้เวลาไม่น้อยในการสร้างศรัทธาที่สวนกระแสโลกพอสมควร

ภารกิจใหญ่อีกข้อที่ตามมา คืองานปฏิรูปโครงสร้างต่างๆ ของประเทศ ทั้งระบบการปกครอง การบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ รวมถึง การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผ่านมาเราปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบาย กลายเป็นประเด็นที่ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ครบเทอม มาถึงรัฐบาลทหารชุดนี้ ที่นอกจากข้าราชการ และนักธุรกิจแล้ว บุคคลที่เข้ามานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วย มีจำนวนเกินกว่าครึ่งที่เป็นบุคคลในเครื่องแบบ"ทหาร" จุดนี้ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องพิสูจน์ฝีมือ

โจทย์ของรัฐบาลวันนี้ คงไม่ใช่แค่ "คืนความสุขคนไทย"