แข่งบุญแข่งวาสนาแบบไม่ทุกข์

แข่งบุญแข่งวาสนาแบบไม่ทุกข์

การงานในโลกนี้ไม่มีที่ไหนที่ไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก จะต่างกันแค่เล่นพวกทางบวก หรือทางลบเท่านั้น

ใครโชคดีหน่อยที่ได้อยู่ในวงการที่เล่นพวกไปในทางบวก ก็โดนแค่ไม่ใช่พวกก็ไม่ต้องก้าวหน้าแต่ยังทำงานทำการไปได้ตามปกติ ถ้าไม่ใช่เซียนจริงๆ ใครขึ้นมาเป็นผู้บริหารก็ต้องเลือกคนที่คิดเหมือน ชอบเหมือนตัวเองเอาไว้ก่อน รอบตัวผู้บริหารจึงดูเหมือนมีพรรคพวกเต็มไปหมด ถ้าโชคร้ายอยู่กับการเล่นพวกที่ไปในทางลบ แค่ไม่ยอมเข้าเป็นพวก ทำไม่เหมือน คิดไม่เหมือนก็โดนจัดการต่างๆ นานา ใครอยู่กับวงการเล่นพวกทางลบแบบนี้ มีแค่สองทางเลือกคือ ต้องเปลี่ยนหัวเปลี่ยนใจเข้าพวกกับเขา แล้วรอคิวรับการส่งเสริม หรืออย่างน้อยก็ยังอยู่เย็นเป็นสุขได้ หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องแยกการงานไปที่อื่นโดยเร็ว อยู่กับวงการเล่นพวกทางลบจึงทุกข์หนักแต่ไม่นาน ที่จะทุกข์ยาวนานคือการอยู่กับวงการเล่นพวกทางบวกต่างหาก

มีงานวิจัยหนึ่งบอกว่ายิ่งเรารู้สึกว่าเราแพ้มากเท่าใด เราจะแพ้จริงๆ มากขึ้นเท่านั้น ถ้าเราพยายามแข่งขันในวงการที่เราไม่ใช่พวก แข่งกี่ครั้ง เราก็จะแพ้ ยิ่งแพ้ ก็ยิ่งคิดว่าแพ้อีกแล้ว งานวิจัยบอกว่าเราจะแพ้เรื่องอื่นๆ มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นหนทางป้องกันไม่กลายเป็นคนขี้แพ้ไปหมดทุกเรื่องคือต้องรู้จักปรับเปลี่ยนนิยามของการชนะ จากที่เคยเชื่อว่ามีคนเดียวเท่านั้นที่ชนะ กลายเป็นใครๆ ก็ชนะได้ เพียงแต่รางวัลของชัยชนะนั้นแตกต่างกันได้ ถ้าดูตัวอย่างการแข่งขันโอลิมปิควิชาการสมัยนี้จะเข้าใจได้ชัดเจนว่าใครๆ ก็ชนะได้นั้นเป็นอย่างไร นักเรียนที่เข้าแข่งขันมีสิทธิได้เหรียญทองกันทุกคน ถ้าทำคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดให้ได้เหรียญทอง ไม่ได้เหมือนการวิ่งแข่งโอลิมปิคที่มีเหรียญทองได้คนเดียว ลูกหลานเราที่ไปแข่งอาจได้สี่ห้าเหรียญทอง แต่เมืองจีนได้เจ็ดสิบแปดสิบเหรียญทอง ก็ไม่ได้แปลว่าเราแพ้ แต่แปลว่าเราชนะไม่เท่าจีนเท่านั้นเอง

การปรับเปลี่ยนนิยามของชัยชนะจะทำให้เรารู้สึกชนะได้บ้าง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่พรรคพวกของเขา งานวิจัยอีกงานหนึ่งบอกว่าชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ช่วยเติมเต็มกำลังใจให้ยืนหยัดฝ่าฟันอุปสรรคไปจนถึงชัยชนะใหญ่ๆ ได้ ถ้านักกีฬาทีมไหน ไปแข่งอุ่นเครื่องแล้วแพ้แล้วแพ้อีก ก็ไม่ต้องไปแข่งดีกว่า เพราะใจจะบอกนักกีฬาว่าแพ้แน่ๆ ใจแพ้ก็แพ้ตั้งแต่ก่อนแข่งขันแล้ว ดังนั้นการรู้จักหาชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ให้กับตัวเองบ้างในยามที่ตกไปอยู่ในวงการเล่นพรรคเล่นพวก จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับที่จะอยู่รอดในการทำงานในสภาพนั้น

งานวิจัยอีกงานหนึ่งบอกว่าความทุกข์จากการแพ้นั้น เกิดขึ้นได้แม้ว่าไม่ได้แพ้ แต่ได้รางวัลไม่เหมือนกับคนชนะ เป็นรางวัลที่ไม่ดีเด่นเท่ากับคนชนะเลิศก็ทุกข์จากชนะไม่เท่า และความทุกข์จากการชนะไม่เท่านี่แหละที่สร้างความทุกข์ได้อย่างสาหัส แพ้ไปชัดๆ เลย ไม่ได้รางวัลสักอย่าง เสียใจหนักแต่ไม่นาน ชนะไม่เท่าเสียใจไม่หนักเท่า แต่เรื้อรังและทำลายกำลังใจได้มากกว่า นักวิจัยทดลองกับลิงสองตัว โดยให้ทำงานตามที่นักวิจัยสั่งให้ทำ ถ้าลิงทำได้ก็ให้รางวัล ในการทดลองแรกนักวิจัยแยกลิงสองตัวไม่ให้เห็นรางวัลที่ได้ที่แตกต่างกัน ตัวหนึ่งได้แตงกวา ตัวหนึ่งได้กล้วย ทดลองซ้ำกี่รอบ ลิงสองตัวก็ไม่ออกท่าออกทางอะไรที่แสดงว่ามีทุกข์ ตรงข้ามทั้งสองตัวดีอกดีใจที่ได้รางวัล

นักวิจัยทดลองแบบเดิมอีก แต่คราวนี้ยอมให้ทั้งสองตัวมองเห็นรางวัลของอีกตัวหนึ่ง ในรอบแรกทั้งสองตัวไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใดๆ รอบสองนักวิจัยยังให้รางวัลที่แตกต่างกันให้เห็นเหมือนเดิม ลิงตัวแรกเริ่มหงุดหงิด ลิงตัวที่สองไม่มีอาการใดๆ พอทำซ้ำเป็นรอบที่สามลิงตัวแรกที่เห็นว่าลิงตัวที่สองที่ทำงานเดียวกันแต่ได้รางวัลดีกว่า เริ่มแสดงความไม่พอใจโดยไม่ยอมรับแตงกวาที่เป็นรางวัลจากการทำงาน รอบสี่ที่ทำซ้ำ ลิงตัวแรกอาละวาดใส่นักวิจัยและพยายามทำร้ายลิงตัวที่สอง งานวิจัยนี้ยืนยันว่าชนะไม่เหมือนกันทำให้เกิดทุกข์ และทุกข์นั้นมาจากการเปรียบเทียบรางวัล ไม่ใช่มาจากการที่ไม่ได้รางวัล

ถ้าพิจารณาดีๆ จะพอมองเห็นรางวัลที่เราได้จากการทำการงาน ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่เราอาจได้รางวัลจากการที่ได้ทำงานที่ชอบ หรือมีเวลามากขึ้นในการทำงานอดิเรกที่ชอบ โดนย้ายไปเข้ากรุ ก็ได้รางวัลที่ได้พบเจอคนเก่งอีกหลายคน ที่เหมือนของขลังต่างๆ ที่รวมอยู่ในกรุนั้น แต่ที่ต้องระวังให้มากคือทุกวันนี้อินเทอร์เน็ต ทั้งตั้งโต๊ะและมือถือทำให้เราเปรียบเทียบตัวเรากับคนนั้นคนนี้ได้มากขึ้น เพื่อนร่วมชั้นที่ไม่เคยคิดว่าเก่งกว่าเราได้ตำแหน่งใหญ่โต ก็อุตส่าห์ไปรับรู้จากเฟซบุ๊คมาสร้างความทุกข์ให้ตนเองว่าฉันชนะไม่เท่าอีกแล้ว งานวิจัยอีกงานหนึ่งพบว่ายิ่งใช้เวลากับเครือข่ายสังคมออนไลน์ในแต่ละวันมากเท่าใด โอกาสที่จะหงุดหงิดจากเรื่องเล็กเรื่องน้อยก็มากขึ้นเท่านั้น อธิบายได้ว่ามัวแต่หาทางเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น หาไปเรื่อยจนกระทั่งไปเจอคนที่ตนเองชนะไม่เท่าเขา แล้วก็มาเป็นทุกข์ ออกอาการหงุดหงิดกับคนอื่นไปทั่ว

อยากมีสุขต้องรู้จักชนะไม่เท่าให้เป็น ทำเป็นแล้วจะแข่งบุญแข่งวาสนากับใครก็ไม่ทุกข์ร้อนแล้ว