IS vs US: สงครามรอบนี้ไร้กติกา

IS vs US: สงครามรอบนี้ไร้กติกา

พอเจอวิธีการ “ตัดหัวสั่งสอน” ของกลุ่ม Islamic State (IS) สหรัฐก็เต้นผาง ประกาศว่าจะต้องตามไล่ล่า

ให้กลุ่มหัวรุนแรงในอิรักและซีเรียนี้ราบคาบ

ประธานาธิบดีบารัก โอบามา บอกว่าจะต้อง “ทำลาย” กลุ่มนี้ให้ได้ แต่ใครก็ตามที่ฆ่าคนอเมริกันจะต้องเจอกับการตอบโต้ที่สาสม

รองประธานาธิบดีโจ ไบเดนบอกว่า “เราจะตามไล่ล่าพวกเขาไปถึงประตูนรกให้ได้”

รัฐมนตรีกลาโหมชั๊ก เฮเกลบอกว่า “กลุ่ม IS ไม่ใช่เป็นแค่กลุ่มก่อการร้าย แต่เป็นกองทัพ สหรัฐไม่อาจจะทำเฉยเมยได้”

รัฐมนตรีต่างประเทศยอห์น แคร์รี่ยืนยันว่าวอชิงตันต้อง “ทำลายล้าง” คนกลุ่มนี้ให้สิ้น

ล้วนแล้วแต่เป็นภาษาดุดันที่น้อยครั้งจะได้ยินพรั่งพรูออกมาจากปากของผู้นำสหรัฐหลาย ๆ คนอย่างนี้

แปลว่าสหรัฐกำลังเสียฟอร์ม ถูกกลุ่ม IS เป็นฝ่ายรุก และขู่ว่าจะตัดหัวคนตะวันตกเพิ่มอีกหากสหรัฐไม่หยุดถล่มฐานที่มั่นของพวกเขาในอิรักอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้

โอบามา กับ นายกฯอังกฤษ เดวิด คาเมรอน กำลังจะใช้โอกาสการประชุมสุดยอดนาโต้สัปดาห์นี้ ระดมประเทศพันธมิตรทั้งหลายเพื่อตั้งเป็น “กองกำลังผสม” เพื่อจะรุกโจมตีกลุ่ม IS ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของกลุ่ม ISIS

เพราะสหรัฐไม่ต้องการจะส่งกองกำลังภาคพื้นดินกลับเข้าไปในอิรัก แต่ขณะเดียวกันก็รู้ว่าการจะจัดการกับกลุ่มหัวรุนแรงที่กระจายตัวไปในหลาย ๆ จุดทั่วอิรัก และสามารถควบคุมดินแดนหลายจังหวัดในประเทศนั้นไม่อาจจะทำได้ด้วยกำลังทางอากาศเท่านั้น แต่ต้องเข้าไปยึดพื้นที่เพื่อสกัดการรุกคืบของกลุ่มนี้...ก่อนที่จะสังหารคนตะวันตกเพิ่มอีกอย่างที่ได้ขู่เอาไว้

สองคนแรกเป็นนักข่าวสหรัฐ

คนที่สามที่เป็นเป้าของการขู่ว่าจะสังหารตามมา เป็นอาสาสมัครชาวอังกฤษทำงานด้านความช่วยเหลือที่ถูกจับในอิรัก

สหรัฐกับตะวันตกต้องแสดงว่าไม่ยอมให้กลุ่มนี้ขู่ให้กลัว แต่ขณะเดียวกันก็รู้ว่า IS ไม่เล่นกติกาเดียวกับมหาอำนาจ ไม่สนใจว่าใครจะประณามวิธีการโหดเหี้ยม เพียงแต่ต้องการทำสงครามจิตวิทยาและใช้วิธี “ตาต่อตา” เพื่อต่อรองกับวอชิงตัน

สภาคองเกรสสหรัฐทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน กดดันให้โอบามาต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้กลุ่ม IS ใช้วิธีการข่มขู่ด้วยวิธีการ “ตัดหัว” อย่างนี้

โอบามายอมรับสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “ยังไม่มีแผนชัดเจน” ว่าจะเผชิญหน้ากับกลุ่มนี้อย่างไร

กลุ่ม IS เดิมชื่อเต็ม ISIS (Islamic State in Iraq and Syria) เป็นข่าวใหญ่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนหลังจากที่บุกเข้ายึดเมืองสำคัญ ๆ ของอิรักได้อย่างรวดเร็ว และประกาศตนเป็นผู้มีอำนาจเหนือดินแดนหลายจุดทั้งในซีเรียและอิรัก และยืนยันว่าจะใช้กฎหมายเคร่งครัดที่เรียกว่า Shariah Law ใน “รัฐอิสลาม” ที่กลุ่มตนกำลังจะประกาศก่อตั้งขึ้น

นักรบติดอาวุธแต่งตัวสีดำเหล่านี้เป็นมุสลิมสายสุหนี่ นำโดย Abu Bakr al-Baghdadi ซึ่งเคยเป็นกลุ่มขบถที่ต่อต้านรัฐบาลของ ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซัด และได้ประณามรัฐบาลของนายกฯ นัวรี อัล-มาลิกิ ซึ่งเป็นมุสลิมนิกายชิอะ และไม่เป็นที่ชื่นชอบของมุสลิมสุหนี่ส่วนใหญ่ในประเทศนั้น

กลุ่ม IS เดิมเป็นสาขาที่ต่อยอดมาจากกลุ่มอัลไกด้า แต่เมื่อไม่นานมานี้ผู้นำอัลไกด้าประกาศไม่ยอมรับ IS เพราะความขัดแย้งกับอีกบางกลุ่มของอัลไกด้า

นักรบของ IS มีจำนวนแท้จริงเท่าไหร่เป็นเรื่องที่เดาได้ยาก มีการประเมินกำลังตั้งแต่ 10,000 คนถึง 80,000 คน และใช้วิธีผิดกฎหมายหลายอย่างในการระดมทุน ไม่ว่าจะเป็นการเรียกค่าไถ่ หรือปล้นธนาคารหรือกิจกรรมอื่นใดที่องค์กรปกติไม่ทำหรือไม่กล้าทำ

นี่จึงกลายเป็นสงครามรอบใหม่ที่ไม่มีกติกาและไม่อาจจะเปรียบเทียบจำนวนทหารหรืออาวุธของคู่กรณีได้

เพราะแม้มหาอำนาจอย่างอเมริกา พอเจอกับยุทธวิธีแบบนอกตำราอย่างนี้ก็ยังงงงวย ไม่รู้ว่าเกมนี้จะเดินหน้าถอยหลังอย่างไร

แต่ที่แน่ ๆ ก็คือว่าสงครามรอบใหม่ในอิรักระหว่างสหรัฐกับกลุ่มสุดขั้วนั้น ไม่มีกฎ กติกา มารยาทใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการปะทะระหว่างอาวุธทันสมัยที่สุดในโลกกับอาวุธพื้น ๆ ที่สร้างความตื่นตระหนกได้มากกว่าระเบิดที่หย่อนจากเครื่องบินเป็นตัน ๆ เสียอีก