ไอโฟน ปิกัสโซ่ และ สปช. เกี่ยวกันอย่างไร?

ไอโฟน ปิกัสโซ่ และ สปช. เกี่ยวกันอย่างไร?

ถ้าข่าวลือที่ออกมาหนาหูทุกวันนี้ เป็นความจริง

วันอังคารหน้า 9 กันยายน ชาวโลกก็จะได้ยลโฉม “ไอโฟน 6” จากค่ายแอ๊ปเปิ้ลกันแล้ว

ต้องยอมรับว่าแอ๊ปเปิ้ล เป็นสุดยอดฝีมือในการนำเสนอสินค้าใหม่ เพราะไม่ว่าจะเป็น ไอแพด หรือ ไอโฟน 4 หรือ ไอโฟน 5 รวมทั้ง ไอโฟน 6 ที่กำลังจะออกมานี้ แอ๊ปเปิ้ลทำให้คนทั้งโลกเฝ้าติดตามและกล่าวขวัญถึง รวมทั้ง “เป็นข่าว” ตลอดเวลาที่รอคอย และเมื่อถึงวันที่สินค้าออกวางตลาดจริงๆ ก็มีสาวกไปเข้าคิวค้างคืนนับสิบชั่วโมง เพื่อให้ได้รับสิทธิเป็นผู้ซื้อสินค้าตั้งแต่วันแรก

ไอโฟน 6 จะมีเสน่ห์และใช้งานดีเพียงใด อดใจไม่กี่วันก็จะได้ยลโฉมกันแล้ว แต่วันนี้ผมมีเรื่องเล่าว่า แอ๊ปเปิ้ลมีวิธีคิดอย่างไรในการออกแบบสินค้าใหม่ๆ จึงประสบความสำเร็จตลอดมา ที่น่าสนใจมากก็คือ ปิกัสโซ่ จิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ก็เข้ามามีส่วนในเรื่องนี้ด้วย

นิวยอร์คไทม์ รายงานเมื่อสองสัปดาห์ก่อนว่านักข่าวของเขา ได้ข้อมูลที่ “หลุด” ออกมาจากพนักงานแอ๊ปเปิ้ลที่เข้ารับการฝึกอบรมใน “มหาวิทยาลัยแอ๊ปเปิ้ล” ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยภายในของบริษัท ที่ฝึกอบรมบุคลากร บ่มเพาะให้เข้าใจถึงปรัชญาต่างๆ ที่สืบทอดมาจาก สตีฟ จ็อบส์

ข่าวนั้นระบุว่า ปรัชญาสำคัญเรื่องหนึ่งของแอ๊ปเปิ้ลที่ไปเกี่ยวข้องกับ ปิกัสโซ่ ก็คือ ผลงาน ภาพพิมพ์หิน (Lithograph) ชุดที่มีชื่อว่า “กระทิง” (The Bull) ซึ่งปิกัสโซ่ได้รังสรรค์ไว้เมื่อปี 1945 ทั้งชุดมี 11 ภาพ ภาพแรก เป็นภาพกระทิงที่มีรายละเอียดที่สมบูรณ์ จากนั้นแต่ละภาพที่ตามมา ปิกัสโซ่ค่อยๆตัดรายละเอียดบางส่วนของกระทิงออกไปตามลำดับ ด้วยความพิถีพิถันอย่างยิ่ง แต่ยังคงรักษาความเป็น “กระทิง” ไว้ได้ ทั้งๆที่มีรายละเอียดน้อยลงไป ทุกขณะ

จนถึงภาพที่ 11 ซึ่งเป็นภาพสุดท้าย ปรากฏว่าปิกัสโซ่ เหลือเส้นสำคัญไว้เพียงไม่กี่เส้นเท่านั้น เป็นภาพที่ดูง่าย สบายตา และใครดู ก็รู้ทันทีว่านั่นคือ “กระทิง”

ว่ากันว่าสตีฟ จ็อบส์ ได้แรงบันดาลใจจากภาพชุด “กระทิง” ของปิกัสโซ่ จึงถือเป็นวิถีหลักในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของแอ๊ปเปิ้ล ที่จะต้อง “ง่าย” ทั้งรูปลักษณ์ และการใช้งาน และนี่คงเป็นเบื้องหลังของความสำเร็จ เพราะในขณะที่คู่แข่ง เพิ่มปุ่มต่างๆลงไปบนอุปกรณ์ แต่แอ๊ปเปิ้ลกลับลดปุ่มทั้งหลายลงไปเรื่อยๆ จนเหลือน้อยที่สุด และกลมกลืนกับอุปกรณ์อย่างยิ่ง ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ชนะใจลูกค้า ตลอดมา

ผมเลยนึกถึงเวลาเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเรามักต้องย้ายโรงแรมกันทุกคืน ปัญหาที่เคยพบก็คือก๊อกน้ำของแต่ละโรงแรม ที่มีรูปลักษณ์วิลิศมาหรา และวิธีใช้งานที่แตกต่างหลากหลาย บางแห่งต้องใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานว่า จะเปิดก๊อกอย่างไรไม่ให้โดนน้ำร้อนจัดพุ่งเข้าหาตัว หรือไม่ให้น้ำจากฝักบัวสายฝนรดลงบนศีรษะ ฯลฯ แต่คนส่วนใหญ่คงพบว่า อุปกรณ์ที่ใช้ง่ายที่สุด ก็คือรุ่นที่ธรรมดาที่สุดนั่นเอง!

แอ๊ปเปิ้ลให้ความสำคัญในการออกแบบมากเพียงใด คงรู้ได้จากหัวหน้าฝ่ายออกแบบของแอ๊ปเปิ้ลที่กล่าวว่า จิตวิญญาณของคนแอ๊ปเปิ้ลนั้น ยอมรับได้กับผลงานที่ “ล้มเหลว 1,000 ครั้ง เพื่อความสำเร็จเพียงครั้งเดียว”

วันนี้ประเทศไทยของเราก็กำลังจะมีการ “ออกแบบ” อยู่เหมือนกัน มีคนเกือบ 7 พันคน ที่อาสาเข้าไปออกแบบประเทศไทย พวกเขาจะไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เราเดินหน้ากันเสียที หลังจากที่ติดหล่มมานาน

รัฐธรรมนูญของประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้ว มักเขียนไว้สั้นๆ แต่ก็ใช้กันมาได้ยาวนานหลายร้อยปี มีแก้ไขบ้างก็ไม่บ่อยครั้งนัก ส่วนของเรานั้นเขียนกันละเอียดพอสมควร แต่ยังไม่ถึงร้อยปี กลับต้องเขียนแล้วเขียนอีก ฉีกทิ้งไปเกือบ 20 ฉบับแล้ว แต่ผมคิดว่า เราก็คงใจไม่ถึงขนาด “ยอมล้มเหลว 1,000 ครั้ง เพื่อสำเร็จเพียงครั้งเดียว” เหมือนที่แอ๊ปเปิ้ลว่าไว้นะครับ เพราะเขียนกันครั้งนี้ ต้องทำให้สำเร็จจริงๆ

ฝรั่งมีสำนวนว่า “ความง่ายคือสิ่งที่ดีที่สุด” (Simplicity is Best) หรือสำนวนชาวบ้านว่า “KISS” (Keep It Simple, Stupid!) “ทำให้มันง่ายเข้าไว้...ไอ้เบื๊อก!” ส่วนของเราก็คงกังวลกันว่าอะไรที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้เกิดปัญหาการตีความ ขนาดเขียนค่อนข้างละเอียดมากมายหลายฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญ ยังต้องเหน็ดเหนื่อย คอยตีความหลายกรณีเลย!

ท่าน สปช. ที่กำลังจะได้รับการแต่งตั้งทั้งหลาย โปรดคำนึงถึงภาพของปิกัสโซ่ ไว้เถอะครับ แล้วเมื่อปฏิบัติหน้าที่ ก็เลือกให้ดีว่า เส้นสำคัญ อยู่ที่ไหน ภาพสุดท้ายควรจะเหลือเส้นใดเก็บไว้บ้าง แต่ที่ผมก็ขอฝากไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็คือ ไม่ว่าท่านจะเลือก “เส้น” อะไร เก็บไว้ก็ตาม

ช่วยลบ “ระบบเส้น” ให้หายไปจากเมืองไทยด้วยครับ