ค.ศ.2019 เมื่อจีนแซงหน้าสหรัฐ

ค.ศ.2019 เมื่อจีนแซงหน้าสหรัฐ

ในที่สุดความฝันของชาวเอเชียก็กลายเป็นความจริงเมื่อจีนที่พึ่งแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นอภิมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

อันดับสองของโลกเมื่อปี ค.ศ.2008 และคาดกันว่าปี 2019 เศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าสหรัฐเป็นเบอร์หนึ่งของโลกด้วยรายได้ประชาชาติราว 18 ล้านล้านดอลลาร์ ครับคนจีนร่ำรวยขึ้นแต่ยังจนเมื่อเทียบกับคนมะกันเพราะคนจีนมีมากกว่าคนมะกันประมาณห้าเท่าเพราะตัวหารมากกว่า ครับคำทำนายของจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสเป็นจริงตั้งแต่เมื่อปี 2008 แล้ว แต่มาตอกย้ำอีกทีก็ปี 2019 เมื่อรายได้รวมประชาชาติจีนแซงหน้าสหรัฐ

ปี 2008 จีนกลายเป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกด้วยรายได้ประชาชาติ 9 ล้านล้านดอลลาร์เป็นชาติที่มีเงินทุนสำรองมากที่สุดในโลกประมาณ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์ มีหนี้สินพอๆ กับเงินทุนสำรองคือร้อยละ 40 และเป็นชาติที่ให้ความช่วยเหลือชาติต่าง ๆ มากที่สุดในโลกคือราว 8 ล้านล้านดอลลาร์ ตอนนั้น ผมถือว่าจีนยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้วเพราะเป็นชาติการผลิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเป็นความฝันของประธานเหมาเจ๋อตงผู้นำรุ่นแรกของจีนที่เคยฝันเฟื่องจะขับดันการผลิตเหล็กกล้าของจีนแซงหน้าสหรัฐฯภายใน 15 ปี จีนมาทำสำเร็จจริงในปี 2008 หรือช้ากว่าความฝันของเหมาฯ 44 ปี แต่จีนก็ทำสำเร็จแม้จะช้าไป 44 ปีก็ตาม

ประเทศจีนซึ่งผู้นำสหรัฐฯเคยดูถูกว่าล้าหลังอ่อนแอ และเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชียนานราวสองร้อยปีตั้งแต่จีนรบแพ้อังกฤษในสงครามฝิ่นที่อังกฤษนำไปขายในจีน

ความยิ่งใหญ่ของจีนเริ่มเมื่อจีนทำสงครามกับญี่ปุ่นโดยญี่ปุ่นตระเตรียมทหารพร้อมอาวุธที่ทันสมัยเมื่อเทียบกับจีน 3 ล้านคนบุกโจมตีจีนซึ่งไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้เลย มีแต่ประชากรที่มากกว่าญี่ปุ่นเท่านั้น

แต่จีนกลับต่อสู้กับญี่ปุ่นอย่างไม่ย่อท้อแม้เป็นรองด้านอาวุธ ญี่ปุ่นปิดล้อมจีนด้วยกองทัพเรือที่ทันสมัย แต่จีนก็สู้อย่างไม่ท้อแท้แม้ว่าญี่ปุ่นจะยึดเมืองหลวงของจีนไว้ได้ และเข่นฆ่าคนจีนราว 5 แสนคนส่วนใหญ่เป็นพลเรือนที่ไม่มีอาวุธซึ่งต่อมาญี่ปุ่นก็ได้รับผลกรรมที่ก่อขึ้นโดยเป็นชาติแรกในโลกที่ประสบมหาภัยจากระเบิดปรมาณูที่สหรัฐฯนำไปทิ้งใส่เมืองญี่ปุ่นสองเมืองคือ นางาซากิ และฮิโรชิมาทำให้คนญี่ปุ่นกว่าสองแสนคนต้องเสียชีวิต ครับญี่ปุ่นตายน้อยกว่าคนจีน แต่พ่ายแพ้สงคราม และอยู่อย่างยากสาหัสหลังสงครามโลกสงบ แม้ญี่ปุ่นจะฟื้นตัวเร็วด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และความขยันหมั่นเพียร บวกกับความมีวินัยของคนญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นก็ไม่มีความสามารถแซงหน้าสหรัฐฯได้ และถูกจีนแซงหน้าในปี 2008 แม้ว่าญี่ปุ่นเป็นชาติแรก ๆ ของเอเชียที่ลอกเลียนการพัฒนาประเทศอย่างยุโรปโดยยึดถือเยอรมันเป็นแบบอย่าง ญี่ปุ่นพัฒนาอย่างไร้มนุษยธรรมถือเอาอาวุธเป็นสิ่งดี และการเข่นฆ่าเป็นความสุข ญี่ปุ่นจึงบุกรุกรานจีน แม้ว่าคนญี่ปุ่นเป็นชาติที่สองที่แปลคัมภีร์เต้าเต๋อจิงไปอ่าน แต่ก็ได้แค่อ่านไม่ได้นำไปปฏิบัติเพราะคัมภีร์เต้าเต๋อจิงบทที่29 สอนไว้ว่าคิดจะยึดครองโลก ไม่อาจบรรลุเป้าหมายได้เพราะโลกอันศักดิ์สิทธิ์มิอาจใช้กำลัง ถ้าใช้ต้องล้มเหลว แม้ญี่ปุ่นตระเตรียมกองทัพไว้ถึงสามล้านคนก็พ่ายแพ้ แค่บุกจีนก็พ่ายแล้วไม่ต้องพูดถึงเรื่องยึดครองโลก

แค่จีนสั่งย้ายเมืองหลวง อพยพคนจีนกว่า 50 ล้านคนไปสร้างเมืองหลวงใหม่ที่ฉงชิ่ง ญี่ปุ่นก็แพ้แล้ว นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน และจิตใจที่หาญกล้าต่อสู้ต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นซึ่งเหนือกว่าด้วยแสนยานุภาพทางด้านอาวุธ แม้กองทัพญี่ปุ่นจะมีวินัยดี และโหดร้ายป่าเถื่อน ญี่ปุ่นก็มิอาจสยบพลังน้ำใจต่อสู้ของชาวจีนได้

เมื่อคนจีนตื่นขึ้นมาในวันที่ 1 ตุลาคม 1949 หรือปี 2492 ประชาชาติจีนซึ่งมีประวัติอันยาวนานกว่า 7 พันปี จีนก็สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่ชาวโลกทั้งมวลดังคำพูดอมตะของจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสผู้ซึ่งอ่านคัมภีร์โบราณของจีนเพียงเล่มเดียวซึ่งก็คือซุนจื่อปิงฝ่า หรือคัมภีร์การทหารเล่มแรกของโลกที่ปัจจุบันโรงเรียนนายร้อยทั่วโลกใช้เป็นตำราศึกษา ครับเป็นคัมภีร์โบราณที่มีอายุใกล้เคียงกับเต้าเต๋อจิงของท่านเหลาจื่อคือมีอายุราว 2.8 พันปีหรือน้อยกว่าเต้าเต๋อจิงแค่สองร้อยปี

อย่างไรก็ดี ผมไม่แนะนำให้ท่านอ่านครับเพราะท่านควรอ่านคัมภีร์เต้าเต๋อจิงก่อนเพื่อปลูกฝั่งคุณธรรมในใจของท่านก่อนอ่านซุนจื่อปิงฝ่าเพราะเต้าเต๋อจิงคือสุดยอดแห่งคัมภีร์จีน