วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟื้นฟูการบินไทยย้อนดูบทเรียน มาเลเซียยึดสายการบินเป็นของรัฐ

รัฐบาลมาเลเซียตัดสินใจรวบกิจการ ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เป็นกิจการของรัฐทั้ง 100%

หรือทำการ Nationalized หลังสายการบินแห่งนี้ต้องประสบชะตากรรมหนักหน่วงมาถึง 2 ครั้งภายในช่วงเวลาห่างกันเพียง 4 เดือน นับจากโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจากการหายอย่างลึกลับของ MH370 ทั้งลำเหนือบริเวณอ่าวไทย เป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้ง 239 รายในเดือนมีนาคม แต่ในระยะ 4 เดือนถัดมาเมื่อเดือนกรกฎาคมเครื่องบิน MH37 ก็ต้องประสบกับการถูกยิงตกทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งลำที่ยูเครนในเมืองโดเนสค์ เป็นสาเหตุให้สายการบินแห่งชาติของมาเลเซียตกอยู่ในภาวะวิกฤติศรัทธาความเชื่อมั่น และประสบปัญหาการขาดทุนจำนวนมหาศาล

ล่าสุดคาซานาห์ เนชันแนล ซึ่งเป็นกองทุนของรัฐ และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในมาเลเซีย แอร์ไลน์ หรือ MAS ต้องปลดพนักงานออก 30% หรือราว 6,000 คน เหลือ 14,000 คน ตามแผนปรับโครงสร้างเพื่อหาทางยุติภาวะขาดทุนที่ดำเนินมานาน โดยจะมีค่าใช้จ่าย 6 พันล้านริงกิต (1.9 พันล้านดอลลาร์) ทั้งนี้ MAS จะถูกเพิกถอนการจดทะเบียนออกจากตลาดหุ้นกัวลาลัมเปอร์ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อที่จะกลับมาทำกำไรภายใน 3 ปี โดยต้องเพิกถอนการจดทะเบียน แต่ก็มีแผนที่จะจดทะเบียนในตลาดอีกครั้งภายใน 3-5 ปีข้างหน้า หลังจากต้องเจอกับผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเป็น 307 ล้านริงกิต และมีผลขาดทุนสุทธิ 443 ล้านริงกิตในไตรมาสแรก

ขณะที่บริษัทการบินไทย มีการจดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ก็อยู่ในฐานะต้องทำแผนฟื้นฟูกิจการปี 2557 เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงิน 2,000-3,000 ล้านบาท เหตุมีผลขาดทุนการขายเครื่องบินในวงเงิน 12,756 ล้านบาท โดยในปี 2558 จะมีกำไรอีกเล็กน้อยราว 11 ล้านบาท แต่เมื่อรวมการขาดทุนจากการขายเครื่องบินและการด้อยค่าสินทรัพย์แล้ว การบินไทยยังจะมีผลขาดทุนสุทธิถึง 3,623 ล้านบาท โดยความหวังว่าจะเริ่มรับรู้ผลกำไรสุทธิจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2559 อย่างไรก็ตามความต้องการเงินทุนยังอยู่ในระดับสูงถึง 27,000 ล้านบาทในปีหน้า จากความต้องการเงินทุนที่ต้องจัดหาเพิ่มเติมอีกล็อตใหญ่เป็นจำนวน 42,000 ล้านบาทในระยะ 5 ปีนับจากนี้ไป

นอกจากนี้ การบินไทยยังต้องดำเนินการหาเงินลงทุนให้ได้ตามแผนระยะ 5 ปีรวมทั้งสิ้น 160,347 ล้านบาท ซึ่งหากรวมกับเงินกู้เพื่อการจัดหาเครื่องบินจำนวน 50,486 ล้านบาท และเงินสดจากการขายเครื่องบินจำนวน 9,807 ล้านบาท แต่ฐานะของเงินทุนยังไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายลงทุน และเพื่อชำระคืนหนี้ ทั้งนี้ฐานะของการบินไทยอาจจะไม่ใช่เรื่องของวิกฤติศรัทธาความเชื่อมั่นในวันนี้ แต่การจะฟื้นฟูฐานะทางการเงินเพื่อให้นักลงทุนเกิดความน่าเชื่อถือต่อการเข้ามาลงทุนโดยผ่านการระดมทุนในตลาดทุน อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ง่ายดายนัก หากแผนงานการฟื้นฟูและระบบการบริหารยังไม่มีการปรับเปลี่ยนให้มองเห็นอย่างมีประสิทธิภาพในความเป็นมืออาชีพ และมีธรรมาภิบาลที่สามารถตรวจสอบได้แล้ว การระดมเงินทุนจากมหาชนก็อาจจะไม่เกิดขึ้น ถึงเวลานั้น การบินไทยอาจต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติศรัทธาต่อองค์กรก็เป็นได้