รัฐวิสาหกิจเป็นหน่วยงานรัฐที่สำคัญประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวัน
และการประกอบธุรกิจของประชาชน การปรับพันธกิจและคุณลักษณะของรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมจะเป็นพลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อสร้างความสุขให้สังคมไทยของเราอย่างยั่งยืน
พันธกิจของรัฐวิสาหกิจในฝัน
รัฐวิสาหกิจต้องมีพันธกิจที่สำคัญที่สุด คือ เป็น “องค์กรที่ให้บริการสินค้าและบริการสาธารณะพื้นฐาน” (Public Service Organization) แก่ชาวบ้าน ชาวเมือง ชาวเกาะ ชาวพื้นราบและชาวเขาชาวดอย ให้บริการครัวเรือน และสถานประกอบการในทุกภาคส่วนทั้งภาคการเกษตรประมง ขนส่ง สื่อสารโทรคมนาคม ธุรกิจการค้า อุตสาหกรรมและท่องเที่ยวบริการ อย่างมีคุณภาพ รวดเร็ว ทั่วถึง เท่าเทียม และเที่ยงธรรม
รัฐวิสาหกิจควรเป็น “องค์กรที่ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นภายในประเทศ” (Domestic Infrastructure Investment Organization) ที่จะเป็นฐานอันแข็งแกร่งมั่นคงในการพัฒนาขับเคลื่อนประเทศชาติราคาของสินค้าและบริการจึงต้องมีกำไรแค่เพียงพอสำหรับการลงทุนต่อไปในอนาคตโดยไม่ต้องเป็นภาระที่ไปแบ่งปันเงินงบประมาณแผ่นดินมาเพื่อดำเนินกิจการของรัฐวิสาหกิจ
รัฐวิสาหกิจควรเป็น “องค์กรที่เสริมสร้างความมั่นคง (Security) และเสถียรภาพ (Stability) ของสังคมและเศรษฐกิจ” เพื่อให้ทุกองคาพยพของสังคมเจริญเติบโตได้อย่างมีดุลยภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุน บิดเบือน ผูกขาด ตัดตอน สร้างอำนาจเหนือตลาดจนเกิดการกดขี่เอารัดเอาเปรียบประชาชนทั่วไป
รัฐวิสาหกิจควรเป็น “องค์กรลงทุนเพื่อสร้างกำไรให้กับประเทศไทย” (Profit Maker) ด้วยการออกไปลงทุนในต่างประเทศ (Investment in Foreign Countries) ในกิจการที่เป็นขีดความสามารถหลักของรัฐวิสาหกิจรัฐวิสาหกิจเหล่านั้นมีศักยภาพในการแข่งขันสูงที่จะสร้างเม็ดเงินกลับคืนสู่ประเทศไทย
สินค้าและบริการของรัฐวิสาหกิจ
รัฐวิสาหกิจมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้าและบริการหลัก 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ สินค้าและบริการสาธารณะ (Public Service Obligation) สำหรับประชาชนทั่วไปและประชาชนกลุ่มพิเศษกลุ่มที่สอง คือ สินค้าและบริการที่อยู่ในตลาดแข่งขัน (Competitive Market)
สินค้าและบริการสาธารณะมีสภาพผูกขาดมีผู้ประกอบการเพียงรายเดียว สภาพกึ่งผูกขาดมีผู้ประกอบการจำนวนน้อยราย กิจการที่หากผู้ประกอบการเอกชนดำเนินการอาจจะสิ้นเปลืองสูญเสียทรัพยากรจำนวนมาก เกิดผลกระทบต่อสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมไม่คุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ หรือเกิดความสูญเสียต่อสังคมโดยรวม
สินค้าและบริการสาธารณะมีสภาพเป็นสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการในกรณีนี้จะนำงบประมาณจากภาษีของประชาชนมาพัฒนาสินค้าและบริการกลับคืนให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมและในกรณีที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพจะต้องมีหลักประกันที่มั่นใจได้ว่าประชาชนจะได้รับบริการนี้อย่างแน่นอน
สินค้าและบริการสาธารณะเป็นที่พึ่งพาอาศัยซึ่งในบางกรณีเป็นที่พึ่งสุดท้าย (Last Resort) ของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสคนยากไร้ในสังคมในกรณีนี้มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณกลางหรือใช้กลไกพิเศษในการดำเนินการภายใต้เงื่อนไขพิเศษและช่วงเวลาที่จำกัด เช่น การอุดหนุน (Subsidy) เพื่อให้ความสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้เหล่านั้น
รัฐวิสาหกิจที่มีผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าและบริการสาธารณะ เป็น “องค์กรที่ให้บริการสินค้าและบริการสาธารณะพื้นฐาน” เป็น “องค์กรที่ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นภายในประเทศ” และเป็น “องค์กรที่เสริมสร้างความมั่นคง (Security) และเสถียรภาพ (Stability) ของสังคมและเศรษฐกิจ”
รัฐวิสาหกิจกลุ่มแรกนี้จำเป็นต้องได้สิทธิความเป็นรัฐในการดำเนินการ เนื่องจากการดำเนินการจะกระทบต่อสิทธิของปัจเจกชนหรือใช้ทรัพยากรของชาติ จึงต้องใช้กฎหมายและกติกาที่บัญญัติให้อำนาจดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
รัฐวิสาหกิจกลุ่มที่สองมีผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าและบริการที่อยู่ในตลาดแข่งขัน เป็น "องค์กรที่เสริมสร้างความมั่นคง (Security) และเสถียรภาพ (Stability) ของสังคมและเศรษฐกิจ" และเป็น "องค์กรลงทุนเพื่อสร้างกำไรให้กับประเทศไทย"
รัฐวิสาหกิจกลุ่มหลังนี้ไม่จำเป็นต้องได้รับเอกสิทธิ์ความเป็นรัฐในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการแข่งขันกับผู้ประกอบการภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจกลุ่มนี้ดำเนินธุรกิจภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกติกาการค้า
งานเร่งด่วนที่ “ซุปเปอร์บอร์ดรัฐวิสาหกิจ” ควรทำคือ “แยกกลุ่มงานภายในรัฐวิสาหกิจ” และจัดงานให้อยู่ในกลุ่มรัฐวิสาหกิจแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจนว่าเป็นประเภทใดถ้าเป็นสินค้าและบริการสาธารณะให้กำกับดูแลอย่างเข้มข้นแต่ถ้าอยู่ในตลาดแข่งขันก็ให้อยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกติกาการค้าทั่วไปสิ่งที่รัฐควรกระทำคือกำกับดูแลทิศทางและนโยบาย
โปรดติดตามตอนต่อไป






