วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผลจากการสแกนสมอง

สิ่งหนึ่งลึกล้ำและยังรอการสำรวจในโลกนี้อยู่คือการทำงานของสมองเรา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของสมองเราในขณะที่คิดหรือตัดสินใจในเรื่องต่างๆ แต่ปัจจุบันจากพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ในด้าน neuroimaging ทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าใจและเห็นภาพการทำงานของสมองเราในขณะที่เผชิญปัญหาและการตัดสินใจด้านต่างๆ มากขึ้น ผมไปพบบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ที่เขาไปรวบรวมการค้นพบที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานของสมองเราภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ซึ่งหลายอย่างอาจจะเป็นสิ่งที่เราพอคุ้นอยู่แล้ว หลายอย่างอาจจะขัดกับความเชื่อเดิมของเราก็ได้ โดยการทดลองเหล่านี้ เกิดขึ้นจากนักวิชาการที่สนใจและอยากรู้การทำงานของสมองภายใต้สถานการณ์ต่างๆ จึงนำพาพนักงานและผู้บริหารมาต่อท่อเข้ากับเครื่องสแกนสมอง เพื่อศึกษาดูการทำงานในส่วนต่างๆ ของสมอง ภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ว่าเมื่อเผชิญหรือเกิดสถานการณ์ต่างๆ แล้วสมองในส่วนใดของเราจะถูกกระตุ้นหรือมีกิจกรรมมากที่สุด แสดงว่าในสถานการณ์นั้นสมองในส่วนนั้นของเราทำงานมากที่สุด เรามาลองดูกันนะครับว่าผลการค้นพบเป็นอย่างไรบ้าง

เรื่องแรกคือการกำหนดเส้นตาย หรือ ที่เราคุ้นกันในชื่อของ Deadline ที่เราเชื่อว่าถ้าไม่มีการกำหนดเส้นตายหรือวันสุดท้ายนั้น เราก็มักจะทำงานไม่เสร็จหรือกระทั่งไม่ทำงานเลย แต่จากการศึกษาทางด้านสมองจะพบว่าการมีเส้นตายนั้นกลับจะส่งผลเสียต่อความคิดสร้างสรรค์ การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพราะเมื่อมีเส้นตายสมองส่วนที่ถูกกระตุ้นให้ทำงานจะเป็นสมองส่วนที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา แต่สมองส่วนของการคิดสร้างสรรค์กลับไม่ได้มีกิจกรรมหรือการทำงานใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงเริ่มมองประเด็นที่ว่าการมีเส้นตายสำหรับงานใดๆ นั้น จะส่งผลเสียต่อความสามารถในการแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

เรื่องที่สองคือเมื่อเราเผชิญกับความไม่แน่นอน (Uncertainty) ต่างๆ จะทำให้สมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความวิตกกังวลถูกกระตุ้นขึ้นมา มีการศึกษาเพิ่มเติมและพบว่าร้อยละ 75 ของคนในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนมักจะชอบคิดไปก่อนในแง่ร้ายว่าสิ่งไม่ดีต่างๆ จะเกิดขึ้น ซึ่งเกิดเนื่องจากสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความวิตกกังวล (Anxiety) จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน ทำให้สุดท้ายการตัดสินใจต่างๆ มักจะผิดพลาดเนื่องจากมาจากฐานของความกังวลและการคิดไปในแง่ร้าย อย่างไรก็ดีความยากคือปัจจุบันเราอยู่บนโลกของความไม่แน่นอนดังนั้นคงยากที่จะหลีกเลี่ยงเจ้าความไม่แน่นอน เพียงแต่จะทำอย่างไรให้เรายอมรับมันได้ อีกทั้งตระหนักว่าการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนนั้นมักจะเกินจริงหรือเป็นไปในแง่ลบเป็นประจำ

เรื่องที่สามเป็นเรื่องการตัดสินใจของผู้บริหารเมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องที่เป็นสิ่งที่สำคัญครับ โดยปกติเรามักจะคิดว่าเวลาผู้บริหารตัดสินใจนั้นมักจะกระตุ้นให้เกิดการทำงานในสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) เนื่องจากสมองส่วนนี้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน การคิดเชิงเหตุผล ตัวเลขต่างๆ แต่เมื่อสำรวจการทำงานของสมองภายใต้สถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจที่สำคัญแล้ว พบว่าสมองส่วนที่ถูกกระตุ้นมากกลับเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับสังคมและอารมณ์ และยิ่งเป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์มากเท่าใด สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และสังคมยิ่งถูกกระตุ้นมากเท่านั้น

เหมือนเขาจะพยายามสรุปในเบื้องต้นว่าพวกที่เก่งในด้านการคิดเรื่องกลยุทธ์นั้น มักจะใช้เรื่องของอารมณ์ ความรู้สึกในการตัดสินใจมากกว่าเหตุผล ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลกและน่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปครับ

เรื่องที่สี่เป็นการศึกษาเรื่องของการจูงใจของผู้บริหารครับ มีการสแกนสมองของพนักงานเพื่อดูว่าเมื่อพนักงานนึกถึงผู้นำที่ดีแล้ว เขาเหล่านั้นจะนึกถึงสิ่งใด สิ่งที่ค้นพบคือในขณะที่พนักงานคิดถึงผู้นำที่ดีนั้น สมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์หรือความคิดในด้านบวกจะถูกกระตุ้น แสดงให้เห็นว่าผู้นำที่ดีในสายตาลูกน้องนั้น จะสามารถจูงใจ ชี้นำลูกน้องได้ด้วยปัจจัยในส่วนที่เป็นบวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคำชมเชย รางวัล แล้วจะทำให้เกิดความผูกพันในทางอารมณ์ที่ดีกับลูกน้อง

เป็นอย่างไรครับ ผลการค้นพบจากการสแกนสมองส่วนต่างๆ ของเรา อาจจะตรงใจหรือไม่ตรงใจบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่าสมองของเราถือเป็นส่วนที่ลึกล้ำที่สุดของเราและคงจะต้องมีการศึกษากันต่อไปเรื่อยๆ

ก่อนจบผมขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์ครับ World Economic Forum เขากำลังจะประกาศผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั่วโลกในต้นเดือนกันยายนนี้แล้ว ดังนั้นคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯในฐานะที่เป็น Partner ของ WEF จึงจะจัดสัมมนาเรื่อง “การพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทย ภายใต้มุมมอง WEF” ซึ่งจะเป็นการนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูลของ WEF ในวันที่ 10 กันยายน นี้ครับ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ [email protected]ครับ