การศึกษาพฤติกรรมการลงทุนด้วยเครื่องมือวิเคราะห์เชิงปริมาณเริ่มครั้งแรกกว่าหกสิบปีมาแล้วด้วยงานของ Markowitz
ซึ่งเสนอวิธีจัดพอร์ตหุ้นให้เกิดกำไรมากที่สุดภายใต้ความเสี่ยงที่กำหนด ตามที่ทราบกันดีว่าการลงทุนในหุ้นนั้น เมื่อใส่เงินเข้าไปวันนี้ไม่มีใครคาดการณ์ได้แน่นอนว่าเมื่อถึงเวลาขายหุ้นจะได้รับเงินเท่าไร ดังนั้นการพิจารณาอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของ Markowitz ในครั้งนั้นจึงอาศัยกรอบความน่าจะเป็นและสถิติเข้ามาช่วยวิเคราะห์
อัตราผลตอบแทนถูกแทนที่ด้วยอัตราผลตอบแทนคาดการณ์ ซึ่งคำนวณจากค่าเฉลี่ยเลขคณิตจากอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงในอดีต
ความเสี่ยงถูกแทนที่ด้วยค่าสถิติที่เรียกว่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงในอดีต ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่าหากเราจะลงทุนในหุ้นนี้จริง มีโอกาสที่อัตราผลตอบแทนจริงจะเบี่ยงไปจากอัตราผลตอบแทนคาดการณ์เท่าใด การเบี่ยงในมุมมองของค่าสถิตินี้จะให้ความสำคัญเท่ากันทั้งหมด ไม่ว่าจะมากหรือน้อยกว่าอัตราผลตอบแทนคาดการณ์ หากค่าสถิตินี้มีค่ามากหมายความว่าผลการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงจะเบี่ยงไปจากที่คาดการณ์มาก แสดงว่าหุ้นนั้นมีความเสี่ยงมาก
ภายใต้กรอบของ Markowitz ที่ใช้ค่าสถิติสองตัวข้างต้น จึงเป็นที่มาของสมมติฐานว่าอัตราผลตอบแทนของหุ้นจะต้องมีการกระจายแบบปกติ (Normal Distribution) ด้วย ซึ่งสมมติฐานนี้ก็ถูกโจมตีมาตลอด แต่ด้วยเทคโนโลยี ณ ขณะนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถหาคำตอบได้ หากอัตราผลตอบแทนไม่เป็นปกติ
เนื่องจากในกระบวนการจัดพอร์ตหุ้นในขั้นต่อไป Markowitz จะใช้เทคนิคของ Quadratic Programming ในการตอบว่านักลงทุนควรซื้อหุ้นตัวใด ในสัดส่วนเท่าไรบ้าง เทคโนโลยีนี้เองที่เป็นข้อจำกัดให้ไม่สามารถพิจารณาเงื่อนไขที่มากเกินไปได้ ณ เวลานั้น ทำให้การสมมติให้อัตราผลตอบแทนหุ้นมีการกระจายแบบปกติเป็นที่ยึดถือกันมาโดยไม่นำพาข้อเท็จจริง การแก้ปัญหาของ Markowitz จะเป็นกระบวนการทำซ้ำที่ซับซ้อน เพราะต้องเปลี่ยนค่าความเสี่ยงไปเรื่อยๆ แล้วนำผลลัพธ์มาพล็อต ผลลัพธ์ที่ได้คือพอร์ตที่ Efficient ทั้งสิ้น นั่นคือเป็นพอร์ตที่ให้อัตราผลตอบแทนคาดการณ์มากที่สุดภายใต้ค่าความเสี่ยงที่กำหนด แต่นักลงทุนจะเลือกพอร์ตใดในการลงทุนก็จะนำไปพิจารณาประกอบกับความพอใจของตนเอง สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุน (เลือกพอร์ต) และการบริโภค (เลือกความพอใจ) นั้นเป็นเรื่องเดียวกัน แบ่งแยกไม่ได้ บริษัทจัดการการลงทุนควรจัดพอร์ตเฉพาะเจาะจงกับลูกค้าแต่ละราย
กรอบการลงทุนของ Markowitz จำกัดเฉพาะการลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงเท่านั้น ต่อมา Tobin เกิดคำถามถึงเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับโลกความจริงมากขึ้นว่าหากนักลงทุนมีทางเลือกในการนำการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงเข้ามาผสมในพอร์ตหุ้นด้วย ผลจะเป็นอย่างไร การลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงคือการซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่กำหนดอัตราผลตอบแทนที่แน่นอน เราจะเรียกอัตราผลตอบแทนนี้ว่าอัตราดอกเบี้ยละกัน Tobin แสดงให้เห็นว่านักลงทุนจะบรรลุความพอใจที่เพิ่มขึ้น และปัญหาการสร้างพอร์ตที่ซับซ้อนของ Markowitz จะลดรูปเหลือเพียงการชั่งน้ำหนักระหว่างการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและการลงทุนในพอร์ตหุ้นที่ Super-Efficient เท่านั้น ต่อไปขอเรียกว่าซูเปอร์พอร์ต ซึ่งหมายความว่าเราไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการแก้ปัญหาด้วย Quadratic Programming อีกต่อไป เพียงรู้อัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนคาดการณ์จากซูเปอร์พอร์ต เราก็จะลากเส้นตรงเชื่อมอัตราผลตอบแทนทั้งสองเข้าด้วยกันเป็นอันเรียบร้อย ส่วนนักลงทุนจะเลือกลงทุนอย่างไรนั้นก็ขึ้นกับความชอบ (เลือกความพอใจ) โดยแบ่งเงินลงทุนของตนเป็นสองส่วน ส่วนแรกเอาไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล ส่วนที่สองเอาไปให้ผู้จัดการการลงทุนลงทุนในหุ้น เขาก็จะเอาไปลงทุนให้ในซูเปอร์พอร์ต “เท่านั้น” ดังนั้นการบริโภคและการลงทุนกลายเป็นเรื่องที่แยกออกจากกันได้ บริษัทจัดการการลงทุนไม่จำเป็นต้องไปสนใจว่าลูกค้าเป็นใคร ใครส่งเงินมาก็ไปลงทุนที่ซูเปอร์พอร์ตเหมือนกันหมด
ในทฤษฎีของ Tobin ไม่ได้บอกว่าซูเปอร์พอร์ตมีหน้าตาอย่างไร เพียงแต่บอกว่ามันคือหนึ่งใน Efficient Port ของ Markowitz ที่เมื่อลากเส้นตรงจากอัตราดอกเบี้ยมาสัมผัสกับกลุ่มพอร์ตของ Markowitz จะเป็นเพียงพอร์ตเดียวที่สัมผัสกับเส้นตรงนั้น
เกิดการตีความกันต่อมาว่ามันน่าจะหมายถึงพอร์ตตลาดหรือ Market Portfolio ถ้าเป็นบ้านเราก็คงเป็นอารมณ์พอร์ตที่ลงทุนในหุ้นทุกตัวของตลาดตามดัชนีตลาดเช่น SET Index ซึ่งเป็นการตีความไปเอง และจะเป็นเครื่องมือที่จำเป็นของการกระโดดองค์ความรู้ไปสู่สูตรกำหนดราคาหุ้น CAPM ที่เราจะกล่าวถึงอาทิตย์หน้า
มาถึงจุดนี้ ขอชวนท่านผู้อ่านบริหารสมองด้วยการตอบคำถามต่อไปนี้
หนึ่ง พอร์ต SET Index เป็นซูเปอร์พอร์ตจริงหรือไม่ หากท่านคิดว่าไม่ใช่ เพราะอะไร
สอง หาก SET Index เป็นซูเปอร์พอร์ต แต่ในตลาดไม่มีขาย มีแต่ SET50 ไม่ว่าจะเป็น ETF, Index Fund หรือ Futures ทุกคนยึดหุ้นเพียง 50 ตัวหมด จะถือว่า SET50 เป็นซูเปอร์พอร์ตได้ไหม ลองส่ง e-mail มาคุยกันได้ที่ [email protected]ครับ






