ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช. ได้ประชุมพิจารณาผู้ที่สมควรได้รับความเห็นชอบ
จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยได้มีการเสนอชื่อ จากนั้นก็ใช้วิธีการลงคะแนนเสียง ผลปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ความเห็นชอบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนน 191 คะแนน อันถือว่าเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่
มุมมองของผู้คนจำนวนหนึ่งออกไปในเชิงที่เห็นว่า เมื่อมีความมั่นใจทางการเมืองขึ้นมาแล้ว ก็น่าจะเป็นผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งในช่วงที่จังหวะเวลาผ่านพ้นครึ่งปีแรกมาแล้วนี้ ช่วงครึ่งหลังของปีจึงเป็นที่น่าจับตาว่าจะเป็นอย่างไร และหลายฝ่ายก็ฝากความหวัง รวมถึงวาดหวังว่าความมั่นใจทางการเมืองน่าจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะในระยะใกล้อย่างครึ่งหลังของปีนี้ และก็น่าจะมีผลต่อเนื่องถึงในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากมีการมองกันว่าสิ่งที่นักธุรกิจปรารถนาจะเห็นคือความชัดเจนทางการเมือง
การผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นหนึ่งในงานหลักที่ประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในสหรัฐนั้น หลายฝ่ายก็จับตากันว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ระดับต่ำ 0-0.25% เมื่อไร หลังจากมีการลดการเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมาตั้งแต่ต้นปี และจะยุติการเข้าซื้อพันธบัตรลงช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐครั้งหลังสุดคือปลายเดือนที่แล้ว ระบุว่าบรรดาผู้กำหนดนโยบายยังไม่แน่ใจว่าตลาดแรงงานมั่นคงแข็งแรงดีจริงหรือไม่ เพราะแม้อัตราว่างงานลดลงเร็วจริงแต่ค่าจ้างปรับขึ้นไม่มากนัก อันส่งผลให้เงินเฟ้อก็ไม่สูงนักเช่นกัน
ในส่วนของเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งหดตัวรายปีไปถึง 6.8% ในช่วงไตรมาส 2 จนเป็นการหดตัวมากที่สุด ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนมี.ค. 2554 ได้ซึมซับข่าวดีเมื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือนก.ค. นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ทั้งยังเป็นสัญญาณเพิ่มเติมว่าความต้องการในต่างแดนกำลังเริ่มฟื้นตัว ซึ่งอาจก่อให้เกิดความหวังว่าการส่งออกสามารถชดเชยการใช้จ่ายที่ซบเซาของผู้บริโภคได้ แต่จะเป็นจริงหรือไม่นั้นก็ยังต้องรอดูกันต่อไป
ในฟากของประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร หรือยูโรโซนนั้น การเติบโตแทบชะงักงันในช่วงไตรมาส 2 เพราะเยอรมนีซึ่งเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป มีเศรษฐกิจหดตัวไป 0.2% โดยการค้าและการลงทุนต่างชาติถือเป็นจุดอ่อนที่สังเกตเห็นได้ ส่วนฝรั่งเศสที่มีเศรษฐกิจรองลงมาก็ไม่ขยายตัวเลยเป็นไตรมาสที่ 2 ติดกัน ด้านอิตาลีซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของยูโรโซน ตกสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่ปี 2551 ด้วยเศรษฐกิจที่หดตัวไป 0.2% ช่วงไตรมาสที่ 2
สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของหลายประเทศในโลก ที่ต้องประคับประคองและผลักดัน การเติบโตกันไปตามความเหมาะสม ทำให้ไทยซึ่งอยู่ในบริบทของภาวะเศรษฐกิจโลก ย่อมมีงานที่ต้องทำและขับเคลื่อนการเติบโตในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งงานที่รออยู่ข้างหน้าถือเป็นงานใหญ่งานหนึ่ง แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อส่วนรวมและผลประโยชน์ของประเทศชาติ ก็จะสามารถนำพาประเทศให้เจริญเติบโตไปได้









