วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มองเหตุการณ์ในย่านตะวันออกกลาง

ตะวันออกกลางเป็นข่าวใหญ่รายวันติดต่อกันมานานหลายปีและน่าจะเป็นเช่นนั้นต่อไปอีกนาน

เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในย่านนั้นอาจมองได้ว่ามิใช่เหตุการณ์ใหม่ หากเป็นเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อมาหลายพันปีและไม่น่าจะมีโอกาสจบในเร็ววัน ปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์มีต้นตอมาจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีซึ่งมักมีคำสาปติดมาด้วย มันนำไปสู่ความไม่สมดุลร้ายแรงระหว่างจำนวนคนกับทรัพยากรในย่านนั้นซึ่งในช่วงนี้มีปัจจัยภายนอกเข้าไปซ้ำเติม

ย่านตะวันออกกลางเป็นพื้นที่ซึ่งมีความก้าวหน้ามาก่อนภาคอื่นของโลกโดยเฉพาะในส่วนที่มีนามว่า “เสี้ยวจันทร์อันอุดม” (Fertile Crescent) ส่วนนี้มีศูนย์กลางอยู่ระหว่างแม่น้ำยูเฟรติสและไทกริส หรือเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) อันได้แก่ส่วนหนึ่งของประเทศซีเรียและอิรักในปัจจุบัน ย้อนไปราวหมื่นปี ผู้คนในย่านนี้ค้นพบเทคโนโลยีใหม่ได้แก่การทำเกษตรกรรมซึ่งสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ การรู้จักปลูกพืชจำพวกข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ตามด้วยการรู้จักเลี้ยงสัตว์จำพวกแพะและวัว เกษตรกรรมทำให้ผลิตอาหารได้มากขึ้นแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับการแสวงหาของป่าและการล่าสัตว์อันเป็นวิถีชีวิตของชาวโลกโดยทั่วไปในยุคนั้น การผลิตอาหารได้มากแบบก้าวกระโดดนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็ว พวกเขาตั้งบ้านเรือนเป็นหลักแหล่งถาวรแทนการเร่ร่อนไปตามฤดูกาล ส่วนหนึ่งของคนเหล่านั้นมีเวลาสำหรับค้นคว้าหาความรู้ที่นำไปสู่ความก้าวหน้าทางวิชาการในด้านต่าง ๆ และการประดิษฐ์คิดค้นจนได้เทคโนโลยีใหม่เพิ่มขึ้น

การตั้งหลักแหล่งถาวรและความก้าวหน้าทางวิชาการนำไปสู่การก่อสร้างอย่างแพร่หลายรวมทั้งถาวรวัตถุและอาคารขนาดใหญ่ที่เกินความจำเป็นสำหรับดำเนินชีวิตเบื้องต้น สิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญของอารยธรรมในพื้นที่ซึ่งใช้ทรัพยากรที่มีอยู่รอบด้าน ในขณะเดียวกัน จำนวนคนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่วนใหญ่ก็ต้องการใช้ทรัพยากรเหล่านั้นเพิ่มขึ้นด้วย ปัจจัยเหล่านี้มีผลทำให้ทรัพยากรหมดไปจนเกิดความไม่สมดุลร้ายแรงและการแย่งชิงกัน การตัดต้นไม้นำไปสู่การทำลายป่าจนหมดสิ้น ทั้งนี้เพราะในยุคนั้นไม้เป็นวัตถุดิบสำคัญของการปลูกสร้าง ยานพาหนะ เครื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้านและในการเกษตร และเชื้อเพลิงซึ่งใช้ไม้เป็นหลักเนื่องจากยังไม่มีการค้นพบน้ำมันปิโตรเลียม เมื่อหมดป่า ภูมิอากาศก็ผันแปรไป แผ่นดินกลายเป็นทะเลทรายทำให้พื้นดินที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกลดลงส่งผลให้เกิดการแย่งชิงกันอย่างเข้มข้นจนเกิดสงคราม ผลสุดท้าย อารยธรรมก็ล่มสลายเหลือไว้แต่ซากจำพวกอาณาจักรบาบิโลนให้คนรุ่นหลังศึกษา

ผลของการศึกษาเหตุการณ์เหล่านั้นได้รับการบันทึกไว้ในหนังสือจำนวนมาก สำหรับผู้ที่สนใจในด้านการเปลี่ยนแปลงระยะยาว ขอแนะนำให้อ่าน 4 เล่มคือ A Forest Journey: The Story of Wood and Civilization โดย John Perlin; One with Nineveh: Politics, Consumption, and the Human Future โดย Paul Ehrlich และ Anne Ehrlich; Guns, Germs, and Steel: The Fates of Human Societies โดย Jared Diamond และ Collapse: How Societies Choose to Fail or Succeed โดย Jared Diamond เช่นกัน ทั้ง 4 เล่มเป็นหนังสือขนาดใหญ่ ผู้ไม่ค่อยมีเวลา หรือความแตกฉานในด้านการอ่านภาษาอังกฤษอาจเข้าไปดาวน์โหลดบทคัดย่อภาษาไทยมาอ่านได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา www.bannareader.com

ความไม่สมดุลร้ายแรงจนต้องแย่งชิงกันในย่านตะวันออกกลางยืดเยื้อมาจนถึงยุคปัจจุบัน ณ วันนี้ ความไม่สมดุลที่ร้ายแรงที่สุดได้แก่การมีน้ำจืดไม่เพียงพอต่อการใช้ในชีวิตประจำวันและการปลูกพืชอาหารเลี้ยงประชากรซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าในหลายส่วนของโลก เทคโนโลยีร่วมสมัยในด้านการรักษาพยาบาลและการป้องกันโรคร้ายเป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มประชากร การขาดแคลนน้ำนำไปสู่การแย่งชิงกันอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะระหว่างประชาชนของอิสราเอลกับของปาเลสไตน์ การแย่งชิงกันนั้นถูกซ้ำเติมด้วยปัจจัยภายนอกหลังจากการพบน้ำมันปิโตรเลียมปริมาณมหาศาลซึ่งมหาอำนาจต้องการเพราะมันเป็นวัตถุดิบสำคัญของเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวิถีชีวิตร่วมสมัย เนื่องจากความไม่สมดุลร้ายแรงจะมีต่อไปและทรัพยากรน้ำมันจะยังไม่หมด การแย่งชิงกันและความต้องการเข้าไปยึดครองของมหาอำนาจจะยังคงมีต่อไปส่งผลให้เหตุการณ์ในย่านตะวันออกกลางไม่มีทางจะจบลงในเร็ววัน

ปราชญ์หลายคนเตือนว่า เหตุการณ์ในย่านตะวันออกกลางเป็นเสมือนละครโรงเล็กที่กำลังขยายออกไปสู่โรงใหญ่อันได้แก่โลกโดยรวม ทั้งนี้เพราะประชากรโลกยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่วนใหญ่ต้องการใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นแบบไม่หยุดยั้งทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเบื้องต้นส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลร้ายแรง การทำลายป่าไม้และการใช้สารเคมีล้วนมีส่วนทำให้ภูมิอากาศผันแปรไปอย่างมีนัยสำคัญ ชาวโลกแย่งชิงทรัพยากรที่ร่อยหรอลงกันอย่างเข้มข้น เทคโนโลยีใหม่ช่วยได้มาก แต่มันมักแฝงคำสาปมาด้วยรวมทั้งในรูปของอาวุธทำลายล้างสูงจำพวกนิวเคลียร์ ผลสุดท้ายความล่มสลายในแนวที่เกิดขึ้นแล้วในย่านตะวันกลางก็จะเกิดขึ้นทั่วโลก คำเตือนนี้คงมีผู้ได้ยินไม่มากนักหากมองจากความพยายามที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อไปซึ่งมีค่าเท่ากับการใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย มองจากมุมนี้ต่อไปในอนาคต ภาพที่ปรากฏคงไม่ต้องบรรยาย ปริศนามีเพียงว่า มันสายเกินไปที่จะป้องกันมิให้มันเกิดขึ้นแล้วหรือยังเท่านั้น