ความรุนแรงและการแพร่หลายของการทุจริตคอร์รัปชันเป็นผลมาจากปัจจัยและสาเหตุหลากหลาย
ทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทางการเมือง ปัจจัยทางวัฒนธรรมค่านิยมและความมีจริยธรรม จากงานวิจัยมากมายมีข้อสรุปตรงกันว่า รายได้และฐานะความมั่งคั่งของประเทศเป็นตัวกำหนดระดับการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศได้มากพอสมควร ประเทศที่มีรายได้สูงมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ มีแนวโน้มของการทุจริตลดลง ขนาดของงบประมาณของรัฐที่เล็กมักมีการทุจริตติดสินบนสูงเพื่อแย่งชิงงบประมาณจากรัฐบาล ขณะเดียวกัน ระดับการศึกษาและคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ที่สูงมีส่วนสำคัญทำให้การทุจริตคอร์รัปชันลดลง ส่วนปัจจัยทางการเมืองนั้น มีข้อสรุปที่เป็นทฤษฎีได้เลยว่า ประเทศประชาธิปไตยมีความโปร่งใสและทุจริตคอร์รัปชันน้อยกว่าประเทศอำนาจนิยม และยิ่งกระจายอำนาจมากเท่าไหร่ การทุจริตคอร์รัปชันยิ่งลดน้อยลงในระยะยาว
การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและค่าตอบแทนและเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สูงพอเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยป้องกันการทุจริตและลดแรงจูงใจในการคอร์รัปชัน
นอกจากนี้ยังมีข้อค้นพบ (ในบางงานวิจัย) ว่า ประเทศที่ประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกาย Protestant มีการทุจริตน้อยกว่าประเทศที่นับถือศาสนาอื่น
ผมมีความเห็นว่า การแก้ปัญหาคอร์รัปชันตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์เสรีนิยมต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. ต้องเปิดเสรี เพิ่มการแข่งขัน ลดการผูกขาดทางเศรษฐกิจและการเมือง 2. ผ่อนคลายกฎระเบียบ ลดการใช้อำนาจดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ 3. เพิ่มความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนและนักลงทุน เพิ่มเสรีภาพสื่อมวลชนและเสรีภาพทางวิชาการ 4. เพิ่มอำนาจตรวจสอบถ่วงดุลในระบบ 5. เพิ่มการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณการคลังไปยังภูมิภาคและชุมชนต่างๆ พร้อมพัฒนากลไกตรวจสอบและควบคุมในพื้นที่ 6. บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด การกระทำผิดจากการทุจริตคอร์รัปชันไม่มีอายุความ 7. การแปรรูปรัฐวิสาหกิจในกิจการที่เอกชนทำได้ดีกว่าและไม่ใช่การบริการพื้นฐานที่รัฐต้องดูแล
8. ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศและนานาชาติในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน 9. ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงและระบอบธนาธิปไตย 10. ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยมและวัฒนธรรมที่ยึดถือคุณธรรมจริยธรรม มีค่านิยมวัฒนธรรมแบบประชาธิปไตยแทนที่ ค่านิยมวัฒนธรรมในระบอบอุปถัมภ์เส้นสาย 11. การเปิดเผยทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีอำนาจรัฐในระดับสูง โดยเอาบุคคลมาเป็นตัวตั้งแทนที่จะใช้ตำแหน่งเป็นตัวตั้งเพื่อลดปริมาณงานและเอกสารของ ป.ป.ช. และต้องแยกชัดเจนระหว่างรายได้ซึ่งเป็น Flow หรือ กระแส กับ ทรัพย์สินซึ่งเป็นฐาน หรือ Stock ของความมั่งคั่ง 12. การตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินเพื่อป้องปรามการฟอกเงินผ่านสถาบันการเงิน
ระบบอุปถัมภ์และการผูกขาดอำนาจทางการเมืองเศรษฐกิจ รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมค่านิยมที่ไม่เป็นประชาธิปไตยฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน การปรับเปลี่ยนแก้ไขไม่ใช่เรื่องง่าย และสิ่งเหล่าล้วนเป็นอุปสรรคต่อการจัดการปัญหาคอร์รัปชันทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ ความอ่อนแอของสถาบันต่างๆ และระบบต่างๆ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายทำให้ปัญหาคอร์รัปชันย่ำแย่อีก ทั้งนักการเมืองและข้าราชการร่วมมือกันแสวงหารายได้จากการคอร์รัปชัน ข้าราชการประจำกระทำได้ตลอดเวลา แต่นักการเมืองมีวาระ ข้าราชการผู้ใหญ่บางรายดำเนินการคอร์รัปชันต่อไปได้หลังเกษียณโดยใช้เส้นสายในราชการช่วยเหลือเอกชนบางรายอย่างไม่เป็นธรรม เอกชนบางรายจะวิ่งเข้าหาผู้มีอำนาจรัฐทุกคนไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหนในระบอบเลือกตั้งหรือมาจากระบอบรัฐประหาร นำไปสู่การผูกขาดทางเศรษฐกิจ ประชาชนได้รับบริการต่ำกว่ามาตรฐาน ทุกคนสัมผัสได้จากการใช้บริการรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ประชาชนถูกเอาเปรียบจากราคาสินค้าสูงอย่างไม่เป็นธรรมจากอำนาจผูกขาด การก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคมีมาตรฐานต่ำ และเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน มีให้เห็นกันตลอดทั้ง ตึกถล่ม สะพานถล่ม กฎระเบียบที่เคร่งครัดและการเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจส่วนตัว การผ่อนคลายกฎระเบียบจึงช่วยลดปัญหาการติดสินบนคอร์รัปชันได้บางระดับ นอกจากนี้ ปัญหาการโกงกินและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายยังสะสมมาโดยไม่มีการแก้ไขเป็นเวลานานจนเกิดการยอมรับวัฒนธรรมการคอร์รัปชัน
แต่ท่านเชื่อไหมว่า ภาคเอกชนไทยนั้นมีความก้าวหน้าในเรื่องการแก้ปัญหาคอร์รัปชันไปมากกว่าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจหลายขุม มีธรรมาภิบาลและโปร่งใสกว่าจนหลายบริษัทได้รับรางวัลในระดับเอเชีย ภาคเอกชนกลายเป็นส่วนสำคัญในการประคับประคองประเทศ แต่ไม่รู้ว่า พวกเขาจะเข้มแข็งไปอีกนานแค่ไหน และแบกรับภารกิจเพื่อประเทศไปได้นานแค่ไหน หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในภาครัฐโดยเฉพาะภาคการเมือง ครับ
ในวันที่ 5 กันยายน ทางฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ม. รังสิต คณะบัญชี ม. รังสิต สถาบันวิจัยทางบัญชี และ Universiti Teknologi MARA ได้จัดงาน International Conference on Financial Criminology 2014 ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ใครสนใจเข้าร่วมสัมมนาเชิญลงทะเบียนได้ที่ 02-997-2222 ext 1082 มีทั้ง อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ของไทย ป.ป.ช. มาเลเซีย ประธาน กคช. และ นักวิชาการที่ศึกษาวิจัยเรื่อง การจัดการกับการทุจริตและการฟอกเงิน งาน International Conference นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้สังคมโปร่งใสขึ้น และ รู้เท่าทันพฤติกรรมการฟอกเงินและอาญากรรมทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น และ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้ ครับ









