เป็นเรื่องน่าตกใจและสลดใจไปพร้อมกันเมื่อได้อ่านรายงานสถิติสาธารณสุขพบจำนวนแม่วัยใส 15-19 ปีที่ตั้งท้อง
กระทั่งคลอดลูกออกมา โดยคิดเป็นอัตราสูงถึง 53.8 รายต่อจำนวนประชากรในวัยเดียวกัน 1,000 คน (พูดง่ายๆ คือในเด็กสาว 100 คน จะมี 5 คนที่มีลูกตั้งแต่ยังอายุไม่พ้น 20 ปี) เทียบกับตัวเลขที่อัตรา 31.1 รายต่อ 1,000 คนในปี พ.ศ. 2543 ขณะเดียวกัน พบอัตราการคลอดของผู้หญิงโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ถดถอยลง แสดงให้เห็นสัดส่วนที่บิดเบี้ยวในสังคมคือ คนที่พร้อมกลับไม่มีลูกหรือมีลูกน้อยลง แต่คนที่ไม่พร้อมกลับกลายมาเป็นแม่คนเพิ่มมากขึ้น
ที่ต้องคิดต่อคือสภาวะเด็กเลี้ยงเด็กที่จะนำไปสู่ปัญหาคุณภาพชีวิตทั้งของเด็กลูกและเด็กแม่ (และพ่อในบางกรณี) หากจะแก้ปัญหาต้องหันมาทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายดังแนวคิดทางการตลาด โดยเฉพาะมูลเหตุอันเป็นแรงจูงใจนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันตัว
เหตุผลพื้นฐานที่หลายฝ่ายชอบหยิบยกขึ้นมา ได้แก่ ปัจจัยแวดล้อมภายนอก เช่น สื่อยั่วยุที่เข้าถึงได้สะดวกมากขึ้นในปัจจุบัน จากอดีตที่หนังโป๊เป็นเรื่องหลบๆ ซ่อนๆ ตอนนี้ก็กลายเป็นดูได้ชั่วลัดนิ้วคลิก ยังไม่นับสื่อยั่วยุทางอ้อม เช่น ภาพดารานางแบบนุ่งน้อยห่มน้อยที่กลายเป็นสิ่งปรกติชวนปฏิบัติตามเป็นแฟชั่น เมื่อประกอบกับวัยที่อยากรู้อยากลองและการติดต่อสื่อสารกันโดยง่าย พ่วงด้วยตัวเร่งอย่างเหล้าและยาเสพติด จึงทำให้ขั้วลบกับขั้วบวกเจอกันได้ไม่ยาก
ปัจจัยแวดล้อมภายนอกเหล่านี้แม้จะมีอิทธิพลกับความคิดและการกระทำของเด็ก แต่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกับอีกหลายประเด็น ทำให้การจัดการไม่อาจทำโดยเบ็ดเสร็จได้ เช่น การควบคุมสื่อยั่วยุที่บางค่ายว่าเป็นเครื่องช่วยปลดปล่อยแรงกดดันของบางกลุ่ม หรือบางคนมองเป็นการเปิดกว้างเรื่องสุนทรียภาพความบันเทิงดังที่พบในผลงานศิลปะระดับโลกหลายชิ้น จึงทำให้ต้องดำเนินมาตรการแบบจำกัด เช่น การระบุอายุผู้ชม การขีดกรอบพื้นที่การปรากฏและเผยแพร่ ซึ่งนับวันมาตรการเหล่านี้ดูจะมีผลลัพธ์อ่อนแอลง เพราะเป็นสิ่งสวนทางกับกระแสสังคมและช่องทางอันเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ดี สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงต้องทำไปต่อ พร้อมๆ กันกับมาตรการในด้านอื่น เช่น การพิจารณาเหตุปัจจัยจากความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนของเด็กวัยรุ่นที่ส่งผลมากมายต่อการตัดสินใจของเด็ก ข้อมูลปัจจุบันพบการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกคว่ำจากอดีตที่การมีประสบการณ์ทางเพศเป็นเรื่องที่ต้องปิดบัง ตอนนี้ในบางกลุ่มกลายเป็นว่าใครไม่เคยมีประสบการณ์กลับเป็นพวกประหลาด จนถูกกดดันได้จากเพื่อนๆ และนับวันวิธีคิดนี้จะยิ่งแพร่ขยายมากขึ้น สังเกตแนวโน้มได้จากประเทศที่ไปรุดหน้ากว่าบ้านเราเช่นสหรัฐอเมริกา มาตรการที่พบต่อกรณีนี้มีตั้งแต่การรณรงค์เรื่องการรักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่าม ที่เป็นการนำวิถีดั้งเดิมมาตอกย้ำ เรียกว่าเข้าตำรา Conservative หรืออนุรักษ์นิยม แม้จะเป็นมาตรการที่ปลอดภัยถูกต้อง (Politically Correct) แต่ก็พบว่าไม่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายสักเท่าไร เพราะวัยรุ่นเป็นวัยปฏิเสธอะไรแบบโบราณ ยกเว้นว่าจะสามารถทำให้ความเก่ากลายเป็นความเก๋าขึ้นได้ก็เป็นอีกกรณี ในอเมริกาพบการโปรโมทแนวคิดนี้อยู่บ้างโดยทำให้กลายเป็นเรื่องเจ๋งสุดคูล แต่มักได้ผลแค่ในวงแคบ เรียกเป็น Niche Market
มาตรการที่พบมากกว่าจึงเป็นการสนับสนุนให้วัยรุ่นหยุดเป็นและหยุดได้ บนสมมติฐานว่าส่วนใหญ่อยากรู้อยากลอง แต่ที่จุดไหนจึงไม่เลยเถิดไปสู่ปัญหายากแก่การแก้ไขจัดการ นอกจากวิธีการป้องกันตัวเองที่กลายเป็นความรู้พื้นฐานไปแล้ว ยังมีวิธีการเจรจาต่อรองที่ต้องเรียนรู้ แม้เรื่องนี้จะฟังดูน่าขบขัน แต่ข้อมูลจากการสอบถามแม่วัยใสหลายคนพบว่าเหตุผลการตั้งท้องมาจากการไม่รู้จะสื่อสารหรือจัดการเพื่อหยุดยั้งอารมณ์เตลิดเปิดเปิงของทั้งสองฝั่งได้อย่างไรดี
นอกจากนั้น การบริหารสภาพแวดล้อมยังเป็นอีกเครื่องมือช่วยควบคุมขอบเขตการแสดงความรัก ข้อมูลพบว่าสถานที่การมีเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่คือที่บ้านหรือหอพัก สอดคล้องกับที่นักสังคมสงเคราะห์รายหนึ่งเคยเล่าให้ฟังจากการพูดคุยกับแม่วัยใสว่าเหตุปัจจัยเกิดจากการชวนกันไปติวหนังสือ! คุณพี่ท่านนี้ตั้งข้อสังเกตว่าเด็กกลุ่มนี้มีโอกาสพลาดสูงเพราะไม่ได้ตั้งตัว ต่างจากเด็กบางกลุ่มที่ออกเที่ยวเป็นปรกติจึงพอรู้วิธีป้องกันปัญหาอยู่บ้าง ทั้งนี้ยังได้แง่คิดเรื่องการจัดสิ่งแวดล้อมที่พ่อแม่หลายคนอาจเห็นว่าพากันมาที่บ้านยังดีกว่าให้ออกไปกันที่อื่น แต่ก็ต้องกำหนดบริเวณให้อยู่ในสายตา อีกมาตรการคือการจัดพื้นที่สาธารณะให้เพียงพอรองรับการใช้เวลาของวัยรุ่น เผื่อกรณีคนที่บ้านไม่พร้อมอยู่สอดส่องก็ให้ไปอยู่ที่มีคนหมู่มากยังอาจจะดีกว่า ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป การแสดงความรักของวัยรุ่นก็เปิดเผยมากขึ้น สิ่งแวดล้อมที่จะชวนให้เขาอยากมาใช้เวลาจึงต้องเปิดกว้างไม่บีบคั้น เช่นห้องสมุดประชาชนในอเมริกาบางแห่งให้ส่งเสียงดัง กินขนม และใช้เป็นที่นั่งเล่นนอนเล่นได้ แถมมีโซฟาให้ ใครอยากนั่งกระแซะกับใคร ถ้าไม่เยอะเกินก็ถือว่ารับได้ไปตามธรรมชาติ
สุดท้าย พิจารณาที่เหตุปัจจัยจากตัวกลุ่มเป้าหมายเอง จะพบว่ากลุ่มแม่วัยใสที่มีเพศสัมพันธ์แบบสมยอม (ไม่ใช่ถูกบังคับ ล่วงละเมิด หรือให้มีครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย) มีแรงจูงใจหนึ่งคือการต้องการความรักความสนใจ ยิ่งเป็นกลุ่มขาดความอบอุ่น ยิ่งมาหาทางชดเชยเอาจากคนรัก และมักจะกลัวว่าการปฏิเสธจะทำให้ไม่ได้รับความรักตอบ พร้อมกันกับวัยอ่อนเยาว์ทำให้มักคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่เป็นไร ไม่น่าถึงคราวตั้งท้องโดยง่าย เลยไม่เห็นความสำคัญของการป้องกันตัว บางมาตรการที่พบจึงเป็นการกระตุ้นให้ตระหนักว่าโอกาสท้องง่ายนิดเดียว หรือถ้าเป็นแบบจี๊ดๆ เช่นในซีรีส์ฮอร์โมนก็เป็นการสื่อสารให้รู้ว่าผู้ชายมักเอาไปเล่าต่อให้เพื่อนฟัง ฉะนั้นอย่าคิดว่ายอมเพราะรักทั้งที่อีกฝั่งพร้อมเอาไปเล่าอวดอ้างได้ต่างๆ นานา
แนวทางจัดการปัญหาจากสายตานักการตลาดที่กล่าวมานี้อาจมีที่ไม่เข้าข่ายถูกต้องตามแบบอย่างอันดีงามในอดีต หรือบางคนมองเป็นการชี้โพรงให้กระรอกก็ได้ แต่สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงและการทำงานต้องเปิดใจ สำคัญคือทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายจากมุมมองของเขาให้ได้มากที่สุด









