วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เก่งขึ้นอย่างพิสูจน์ได้

เพียงแค่มีใครมาบอกว่าเราเก่งขึ้นกว่าเดิม หลายคนก็ดีใจกับถ้อยคำที่ได้ยิน

แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่เขาชมมานั้น ชมจริงหรือชมประจบเพื่อหวังอะไรบางอย่างจากเรา ซึ่งสามารถพิสูจน์ความจริงได้ การพิสูจน์ไม่ต้องไปดูคนชม แต่ให้ดูที่ตัวเราเองด้วยการเปิดใจให้กว้าง ไม่เกลียดกระจกที่สะท้อนความจริงให้เห็นความไม่สวย ความไม่หล่อที่เราเป็นอยู่จริงๆ ถ้าจะพิสูจน์ว่าเราเก่งขึ้นจริงหรือไม่ ต้องยอมรับกระจกเสียก่อน ถ้ายังคิดว่ากระจกลำเอียงก็ขอให้สบายอกสบายใจไปกับคำชมนั้นไปก่อน จนกระทั่งวันใดที่เราคิดว่าเราเก่งเหลือเกิน แต่ผลลัพธ์ออกมาไม่ค่อยไปในทางที่เราคิด เราเก่งแต่ผลลัพธ์ไม่ดี วันนั้นค่อยหันมาส่องกระจกว่า เราบกพร่องในเรื่องใดบ้าง วันใดที่ผลงานย่ำแย่ไปแล้ว วันนั้นเราจะมองกระจกด้วยความเชื่อมั่นมากขึ้นราวกับเป็นคนละคน

การพิสูจน์ว่าเราเก่งขึ้นทำได้หลายหนทาง แต่ผลลัพธ์จากการทำงานจะยืนยันได้ดีที่สุดว่าเราเก่งจริง หากไม่รู้จะดูอะไรจากผลลัพธ์ตัวไหนนั้น ขอให้ลองใช้แนวทางของรางวัลคุณภาพแห่งชาติโดย ให้ตั้งไว้ก่อนว่าระดับความเก่งที่เราคาดหวังไว้นั้นเป็นแค่ไหน จะวัดจะติดตามความเก่งต้องตั้งเป้าไว้ก่อน เราทุกคนเก่งทั้งนั้นหากไม่ได้กำหนดเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ล่วงหน้า ดูผลลัพธ์ที่ได้จากการทำงานแล้วถ้าเป็นไปตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ เราบอกตัวเราได้แค่ว่าทำได้ แต่อย่าเพิ่งบอกว่าเก่งขึ้น ต้องได้ผลลัพธ์ที่มากว่าที่เราตั้งเป้าไว้ ถึงจะชมตัวเองได้ว่าท่าทางเราจะเก่งขึ้นแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มาโดยบังเอิญ คือทำงานไปโดยไม่ได้บอกว่าตั้งใจจะให้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรเมื่องานนั้นเสร็จสิ้น ไม่อาจนับเป็นความเก่งได้

และในทางตรงข้ามอาจทำให้เราหลงตนเองว่าเราเก่งขึ้น ทำอะไรโดยไม่มีเป้าหมายที่ประกาศไว้อย่างชัดเจนนั้น หลงตนเองได้เสมอว่าเราเก่งขึ้น หากทำงานโดยไม่มีเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า งานที่ทำเสร็จทุกงานสามารถอ้างว่าผลงานดีเด่นได้ทั้งนั้น การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนไว้ล่วงหน้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการขับเคลื่อนตัวเราให้เก่งขึ้นอย่างที่สามารถท้าพิสูจน์ได้ คนทำงานเก่ง กับคนคุยงานเก่งนั้นต่างกันตรงนี้ มีแต่คนทำงานเก่งเท่านั้นที่กล้าประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนไว้ล่วงหน้า คนคุยงานเก่งจะหาทางสรรเสริญตนเองจากผลลัพธ์ที่ได้เมื่องานเสร็จ โดยไม่เคยทบทวนให้คนอื่นทราบว่าเคยประกาศเป้าหมายอะไรไว้บ้างตั้งแต่เมื่อใด คนคุยงานเก่งหยิบทุกอย่างที่เกิดขึ้นมากล่าวอ้างเป็นความเก่งของตนเองได้เสมอ

เก่งขึ้นหมายถึงเก่งกว่าเดิม จึงต้องดูแนวโน้มด้วยว่าเก่งกว่าปีก่อนแค่ไหน ปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ต่ำๆ พอทำงานได้เกินเป้าหมายนั้นก็บอกว่าฉันเก่งขึ้นแล้ว เป็นการเก่งแบบหลอกตัวเอง ต้องย้อนกลับไปดูทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ได้ในปีก่อนหน้าสักสามสี่ปี เก่งขึ้นจริงต้องสูงขึ้นทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง การดูแนวโน้มที่ผ่านมาบอกเราได้ชัดเจนขึ้นว่าเราเก่งกว่าแต่ก่อนจริงหรือไม่ เก่งจริงแนวโน้มต้องสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่สูงขึ้นปีนี้ ปีที่แล้วต่ำลง ปีก่อนสูงกว่าปีนี้ ถ้าสูงต่ำสลับกันไปมา บอกได้แค่ว่าบางปีเราโชคดีเท่านั้น ถ้าผลงานปีนี้เป็นไปในทางลบแตกต่างไปจากแนวโน้มที่ผ่านมาที่ไปในทางบวก เราต้องหาคำอธิบายที่ไม่เข้าข้างตัวเราเองว่าเกิดอะไรที่ผิดปกติหรือสุดวิสัยขึ้นมา ปีก่อนๆ ผลงานดีขึ้น แต่ปีนี้ผลงานต่ำลงเพราะที่ทำงานมีความวุ่นวายจากการแย่งกันเป็นผู้บริหาร คนทำงานเก่งพิสูจน์ความเก่งด้วยการแสดงแนวโน้มผลงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องให้เห็นตลอดTimeline คนคุยงานเก่งแสดงผลงานแค่วันนี้ เดือนนี้ ไม่เคยย้อนให้เห็น Timeline สักครั้ง และมักโกรธเกรี้ยวกราดกับคนที่แสดงแนวโน้มที่บ่งบอกความจริง

แม้ว่าเราตั้งเป้าไว้สูงและเราทำงานไปถึงเป้าหมายนั้นได้ตลอดสามสี่ปีที่ผ่านมา เรายังไม่อาจบอกได้เต็มปากว่าเราเก่งขึ้น การบรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่องในสามสี่ปีที่ผ่านมาอาจมาจากโชคช่วย ปัจจัยภายนอกส่งเสริมให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ทำงานแบบเดิมๆ ขยันเท่าเดิมแต่ผลงานมากขึ้น ดังนั้นจะรู้ว่าเก่งขึ้นจริงหรือไม่ ให้หาทางเปรียบเทียบกับคนอื่นที่มีบริบทคล้ายๆ กับเรา เลือกคู่เปรียบเทียบให้ดี จะพิสูจน์ได้ว่าเราเก่งขึ้นจริง บอกว่านักเรียนจากบ้านเราได้เหรียญทองโอลิมปิกห้าหกเหรียญ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่านักเรียนบ้านเราเก่งขึ้นจริงหรือไม่ ต้องบอกด้วยว่าได้มากขึ้นกว่าปีก่อนกี่เหรียญ นักเรียนจากเพื่อนบ้านได้ปีนี้กี่เหรียญ เพิ่มขึ้นกี่เหรียญ บอกความเก่งโดยไม่มีการเปรียบเทียบใช้ได้เฉพาะเมื่อมีเราคนเดียวที่อยู่ในวงการนั้น ไม่มีใครทำงานเหมือนกับเราอีกแล้ว ซึ่งวันนี้หางานแบบนี้ยากขึ้นทุกที

จากสภาพของโลกาภิวัตน์ งานที่เราทำในบ้านเราอาจไม่มีใครทำ แต่บ้านอื่นเมืองอื่นมี และทำได้ดีกว่าเราถ้ามีการเปรียบเทียบกัน คนทำงานพิสูจน์ความเก่งจากการแสดงผลงานเปรียบเทียบทั้งการบรรลุเป้าหมายและแนวโน้ม คนคุยงานไม่เคยแสดงการเปรียบเทียบให้เห็น มีแต่สรรเสริญระดับผลงานของตนเองให้คนอื่นฟัง คนทำงานเก่งยืนอยู่นอกกะลากล้าเปรียบเทียบกับคนอื่นเสมอ