ยุคนี้ใครๆ ก็เอาอกเอาใจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. กันเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะคิดหรือออกปากอะไร
ดูจะขานรับกันเป็นแถวไม่เฉพาะบรรดาข้าราชการ แต่ยังรวมไปถึงภาคเอกชนด้วย เห็นได้จากล่าสุดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. เอ่ยปากว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลองไปศึกษาดูว่าจะทำให้รายได้ของข้าราชการชั้นผู้น้อยเพิ่มขึ้น เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน แต่หลังจากผ่านไปแค่ 2 วันปรากฏว่ามีรายละเอียดการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการออกมาเป็นเรื่องเป็นราว ชนิดที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณถึงกับอึ้ง เพราะยังไม่ได้หารือเรื่องนี้กันอย่างเป็นทางการอะไรเลย แต่ก็ขานรับกับนโยบายนี้ทันที และรีบเดินหน้าอย่างรวดเร็วทันใจกันเลยทีเดียว
งานนี้ พลเอกประยุทธ์ ถึงกับเอ่ยปากว่าแค่คิดและให้ไปศึกษาเท่านั้น ยังไม่ทันมีรายละเอียดอะไรเสนอกลับมาเลย แต่กลับ มีข้อมูลปรับขึ้นเงินเดือนออกมาซะละเอียดยิบ.. ว่ากันว่า รายละเอียดที่ออกมานั้น มีต้นเรื่องมาจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. ที่มีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว... สบโอกาสก็เลยหยิบออกมาใช้ซะเลย แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจกันได้ทันทีทันใด เพราะการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการแต่ละครั้ง ใช้งบประมาณเป็นพันๆ ล้าน ขึ้นอยู่กับว่าจะปรับขึ้นจากฐานเดิมกี่เปอร์เซ็นต์
ข้อมูลจากสำนักงบประมาณระบุว่า ในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2550-2557 งบประมาณรายจ่ายเงินเดือนและค่าจ้างของบุคลากรภาครัฐ ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 5-6% แต่เฉพาะงบประมาณรายจ่ายปี 2555 ที่มีอัตราเพิ่มถึง 10%ซึ่งมาจากนโยบายประชานิยม ปริญญาตรีเงินเดือน 1.5 หมื่นบาทของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยงบเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการทั่วประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 24-30%-ของงบประมาณทั้งหมด โดยปีงบประมาณ 2557 มีวงเงินอยู่ที่ 6.06 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2556 มีวงเงินอยู่คิดเป็น 5.8%และปี 2558 วงเงินเพิ่มเป็น 6.22 แสนล้านบาท
แม้จะยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าจะปรับขึ้นเงินเดือนในสัดส่วนเท่าไหร่ออกมา แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่ผู้บริหารประเทศมองเห็นความสำคัญของข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการระดับล่าง เพราะที่ผ่านมาการปรับขึ้นเงินเดือนประโยชน์มักจะไปตกอยู่ที่ข้าราชการระดับสูงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ว่าจะปรับขึ้นในสัดส่วนเท่าไหร่ แต่ด้วยฐานเงินเดือนที่แตกต่างกันทำให้ข้าราชการระดับล่างได้รับเงินเดือนส่วนเพิ่มในสัดส่วนที่น้อยกว่าข้าราชการระดับสูงอยู่ดีและแตกต่างกันลิบลิ่วเลยก็ว่าได้
และเมื่อมีกระแสการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการเกิดขึ้น แม้พลเอกประยุทธ์ จะหวังดีตั้งใจให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยมีกำลังใจ และยังช่วยให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วย แต่เมื่อมีมุมบวกก็ต้องมีมุมลบ เพราะทันทีที่มีข่าวปรับขึ้่นเงินเดือน ก็มีข่าวว่า รัฐวิสาหกิจและลูกจ้างภาคเอกชนก็พลอยขยับตัวขอปรับขึ้นเงินเดือนไปด้วยเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่รอท่าที่จะขยับขึ้นตามก็คือ ราคาสินค้า หลังถูกกระทรวงพาณิชย์ขอร้องให้ตรึงราคามานานพอสมควรแล้ว ครั้งนี้ก็น่าจะขยับขึ้นอย่างแน่นอน
นี่คือผลพวงที่จะตามหากมีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการจริง นั่นหมายความว่า ค่าครองชีพจะขยับขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เงินเดือนใหม่ที่ข้าราชการจะได้รับอาจไม่เพียงพอกับข้าวของที่จะขยับขึ้นไปรอท่าก็เป็นไปได้ ....งานพลเอกประยุทธ์เองก็คงนึกไม่ถึงว่า เพียงแค่คิด...ก็มีคนเอาไปมโน..ไปซะไกลขนาดนี้แล้ว!!!






