ผลงานทางเศรษฐกิจของไทยในครึ่งปีแรก ออกมาอย่างไม่น่าประทับใจ โดยเฉพาะด้านการลงทุนของภาคเอกชน
ที่ออกมาติดลบ 2 ไตรมาสซ้อน ทำให้การลงทุนไทยครึ่งปีหลังยังต้องลุ้น จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุด มีการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2557 จะหดหายไปถึง 1.2% ลดลงมาอยู่ที่ 1.5% จากที่คาดไว้เดิมที่ 2.7% ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนยังคงซบเซาต่อเนื่อง โดยที่ธุรกิจยังชะลอการลงทุนใหม่ เนื่องจากธุรกิจยังรอความชัดเจนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และจากแนวนโยบายภาครัฐ ทำให้การลงทุนส่วนใหญ่เป็นไปเพียงเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ทั้งนี้ ภาพการลงทุนรวมในครึ่งปีแรก 2557 ติดลบ 4.4% โดยที่ไตรมาสที่ 1 ติดลบ 6.1% และไตรมาสที่ 2 ติดลบ 2.7%
ถึงแม้ว่าการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์หดตัวน้อยลง และการลงทุนในหมวดก่อสร้างชะลอตัว ตามภาวะอุปสงค์ในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังคงส่งผลให้การผลิตอุตสาหกรรมมีอัตราที่ติดลบ โดยที่ช่วง 6 เดือนแรกนั้นติดลบ 6.1% แยกเป็นไตรมาสที่ 1 ติดลบ 7.1% และไตรมาสที่ 2 ติดลบ 5.0% ซึ่งสะท้อนไปยังภาพนำเข้าที่ลดลงฮวบถึง 14.1% ขณะที่การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัว 1.1% ทั้งที่การเมืองที่มีความชัดเจนขึ้นช่วยเรียกความเชื่อมั่นของภาคเอกชนให้กลับคืนมา ส่งผลให้การใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนขยายตัวจากเดือนก่อน แต่การใช้จ่ายในสินค้าคงทนยังค่อนข้างทรงตัว ทำให้การตอบสนองจากการบริโภคยังคงน่าผิดหวังจากการส่งออกที่ติดลบในครึ่งปีแรก 0.1% โดยมีเพียงการส่งออกในเดือนมิ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 3.8% อาจเป็นพระเอกเพียงปัจจัยเดียวที่ช่วยหล่อเลี้ยงแต่ก็ยังคงเป็นไปในทิศทางที่อ่อนแอ
ส่วนการใช้จ่ายรวมของภาครัฐ ยังคงลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน ทำให้ธปท.ต้องปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2557 เหลือเพียง 1.5% โดยอยู่บนพื้นฐานการส่งออกที่เพิ่มขึ้นที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3% ต่อปี ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มชัดเจนขึ้นในเดือนมิถุนายนช่วยเรียกความเชื่อมั่นภาคเอกชน รวมทั้งรายได้ของครัวเรือนนอกภาคเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่หากเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน การบริโภคของครัวเรือนก็ยังคงหดตัวเนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อน โดยที่หนี้สินของภาคครัวเรือนยังคงมีอยู่ในระดับสูง ดังนั้น ภาพความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยที่อาจจะขยายตัวได้เพียง 1.5-2% ต่อปี บ่งบอกว่า สถานการณ์บริหารด้านเศรษฐกิจที่ดียังมีความจำเป็นและต้องได้รับการดูแลจากฝีมือการบริหารที่เป็นมืออาชีพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาวะเศรษฐกิจไทยควรต้องได้รับการจัดการ ให้เกิดความปลอดภัยจากความเสี่ยงต่างๆ บนโลกใบนี้ ทั้งจากปัญหาข้อขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงด้าน Geopolitics ที่กระทบต่อระบบการเงินและการค้าของเศรษฐกิจโลกมีความอ่อนไหว รวมถึงปัญหาความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกประเทศนั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมใดๆ แต่ความสำคัญกลับตกอยู่ที่การบริหารจัดการภายในประเทศเป็นตัวจักรกลสำคัญ ต้องอย่ามองข้าม 2 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง ที่เป็นปัญหามาจากความไม่ชัดเจนในนโยบายเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้า






