วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยินดีกับน้องใหม่ PR.. "ว่าที่นักประชาสัมพันธ์"

ขอแสดงความยินดีกับน้องใหม่นิเทศศาสตร์/ประชาสัมพันธ์ (PR) ผ่านการสอบเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยตามที่มุ่งหวังตั้งใจ

หลายคนหวังอนาคตอยากทำงานเป็น PR สื่อสารองค์กร บ้างต้องการเป็นนักข่าว ทำงานเกี่ยวกับสื่อ ใฝ่ฝันออกทีวี เป็นพิธีกร ผลิตรายการ ฯลฯ วันนี้ฝันเป็นจริง น้องใหม่ PR “ว่าที่นักประชาสัมพันธ์” จะได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ เพื่อเรียนในสิ่งที่ตนเองสนใจ ไปทำงานในสิ่งที่ตนเองฝัน

ว่าแต่เตรียมพร้อมสำหรับเริ่มต้นการเรียนถึงไหนแล้ว วางแผนไว้หรือยัง จะสร้างความแข็งแกร่งในเชิงชั้นความรู้ประสบการณ์ของเราอย่างไรให้สำเร็จผลที่ดี มิเพียงเพื่อคุณภาพการเรียน ยังเพื่อศักยภาพการทำงานอีกด้วย ซึ่งในยุคใหม่เป็นอะไรที่ต้องแข่งขัน อย่างน้อยแข่งกับตัวเอง โดยเฉพาะการทำงาน ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าองค์กรหน่วยงานต่างๆ ล้วนต้องการคนเก่ง และคนดี ทำอย่างไรเราถึงจะเป็นคนหนึ่งในนั้น

เป็นโอกาสและความท้าทายไม่น้อย อยู่ที่น้องใหม่เตรียมพร้อม ทั้งการเรียน การใช้ชีวิต การแสวงหาความรู้และประสบการณ์ 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างไร ผู้เขียนมีบางข้อคิด มุมมองที่จะมาร่วมแชร์ แลกเปลี่ยนพูดคุยกันแบบสบายๆ เบาๆ ในโอกาสเริ่มต้นปีการศึกษา 2557

ปีแรกน้องใหม่ PR จะได้เรียนรายวิชาทางด้าน PR 2-3 วิชาที่เป็นพื้นฐาน นอกนั้นเป็นรายวิชาศึกษาทั่วไป ซึ่งทุกคณะ/สาขาต้องเรียนเหมือนกันทุกคน พอปี 2-3 เรียนทางด้าน PR มากขึ้นและมากขึ้น ขณะที่วิชาศึกษาทั่วไปลดลงหรือค่อยๆ หมดไป ยิ่งปี 4 เหลือเฉพาะที่เป็น PR เพราะเป็นวิชาหลักที่จะนำไปใช้เป็นวิชาชีพ ตอบโจทย์ความฝันข้างต้นของแต่ละคนที่มุ่งหวัง

อาจแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดแต่ละมหาวิทยาลัย ที่สำคัญ ทำอย่างไรให้เกรดตลอดหลักสูตรได้ 3.00 ไหวไหมครับน้องใหม่ โดยเฉพาะรายวิชา PR ทุกๆ วิชาถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรต่ำกว่า B ถ้าทำได้ ก็ได้เปรียบในการแข่งขัน จะไปเป็น PR ได้ C ไป จะช่วยกระทรวง กรมทำ PR ยังไง ปลัดกระทรวง อธิบดี จะมั่นใจได้อย่างไรไหนขอดูซิมีประสบการณ์อะไรมาบ้าง สมมุติ 3.00 ไม่ไหว ก็ขอ 2.5 ขึ้นล่ะกัน ดีมั๊ย ที่ต้องพูดเรื่องเกรด เพราะมีผลต่อการหางาน คนหนึ่งมี C เป็นส่วนใหญ่ มี A B บ้างบางวิชา ขณะที่อีกคนมี A มี B เพียบ C บางวิชา ใครจะมีโอกาสได้รับการพิจารณาก่อน-หลัง

น้องใหม่อาจคิดว่า ไหนผู้เขียนว่าจะคุยแบบสบายๆ เบาๆ จัดซะหนัก ทำซะเครียด อันที่จริงไม่ได้มีเจตนาทำให้เครียดนะครับ เพียงเป็นแง่คิด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจมากกว่า จะได้ตั้งรับ หรือรุกจังหวะก้าวอย่างไร มิเพียงเรื่องเรียน ประสบการณ์ก็สำคัญ เสริมกัน ย้ำกัน จะสร้างคุณภาพประสบการณ์ที่เหมาะสมกับบริบทการเรียนชั้นปี 1 อย่างไร เตรียมไว้หรือยัง

1) เข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัย คณะหรือภาควิชา ร่วมกับพี่ๆ เพื่อนๆ อาจเป็นองค์การนักศึกษา สโมสรนักศึกษา ชมรมวิชาการ ชมรมต่างๆ หรือโครงการกิจกรรมเพื่อสังคม โครงการพัฒนาชนบท หรือโครงการอาสาพัฒนาต่างๆ จะช่วยหนุนนำประสบการณ์ให้น้องใหม่ ได้เพื่อน ได้เรียนรู้ชีวิต สังคม ฝึกให้เราอดทน สู้งาน อึด รู้จักเสียสละ เห็นคุณค่าของคน ชนบทยากไร้ มีเมตตาสงสาร เห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ใส่ใจช่วยเหลือสังคมชุมชน คนด้อยโอกาส ฯลฯ อาจขอสมัครทำหน้าที่ในฝ่าย PR ได้ทั้งประสบการณ์กิจกรรมนักศึกษา และประสบการณ์ PR

2) ต่อไปนี้เดินผ่านบอร์ดป้ายประกาศประชาสัมพันธ์ตามตึกต่างๆ คณะ อาคารเรียน ควร (ต้อง) หยุดเพื่ออ่าน นั่นคือ สื่อ PR จะได้ประสบการณ์อย่างน้อย 2 อย่าง 1) รู้ข่าวสารงานโครงการกิจกรรมนั้นๆ เกี่ยวกับใคร มีอะไรเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย คณะ ซึ่งต่อไปน้องใหม่ใครจะทำงาน PR จำเป็นต้องรู้เรื่องขององค์กรของตน 2) ได้ภาษา สำนวนการเขียน การถ่ายทอดเนื้อหา การใช้คำ วลี ประโยคในการสื่อสาร ซึ่งจะต้องไปเขียนข่าวประชาสัมพันธ์งานต่างๆ เป็น PR ต้องอยู่กับสื่อ PR สร้างทักษะไว้ได้เปรียบ

3) อ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน หลายคนอาจทำอยู่แล้ว เป็น PR ต้องรู้นโยบายรัฐบาล เศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพราะมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับงาน PR ขององค์กรใดๆ เสมอ มีสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆ เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงทุกวัน ไม่เช่นนั้นน้องใหม่ PR ก็จะไม่รอบรู้เท่าทัน แข่งขันไม่ได้ จะเขียนข่าว PR สักชิ้นหนึ่ง ก็ต้องอ้างนโยบายรัฐบาลแล้ว ถึงจะมีน้ำหนักและคุณค่าข่าว ฯลฯ เป็นประชาสัมพันธ์ ต้องปฏิสัมพันธ์กับสถานการณ์

4) ติดตามข่าวสารองค์กรหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ PR ว่า เขาทำ PR อย่างไร รวมถึงปัญหา (ถ้ามี) เช่น อ่อนประชาสัมพันธ์ เพื่อศึกษาว่า เขาแก้ปัญหาอย่างไร ถึงประสบความสำเร็จ ถือเป็นประสบการณ์ประชาสัมพันธ์สำเร็จรูปให้น้องใหม่ PR เรียนรู้

5) เข้าร่วมฟังการสัมมนา หรือบรรยายทางด้าน PR หรือที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมหาวิทยาลัย คณะอาจจะจัดโครงการขึ้น หรือหน่วยงานภายนอกจัดก็ได้ ขออนุญาตเข้าร่วม (ถ้าสะดวกเดินทาง) เพื่อสร้างประสบการณ์ โลกทัศน์ด้าน PR จากวิทยากรมืออาชีพ ยิ่งฟัง ยิ่งได้ ยิ่งเข้าถึง ยิ่งลึกซึ้ง เนื่องเพราะ PR เป็นศิลปะ ความพลิ้วเนียนอย่างหนึ่ง

6) อาจชวนเพื่อนๆ น้องใหม่ PR ด้วยกัน 3-4 คน แวะไปแนะนำตัว เข้าพบพูดคุยกับฝ่าย PR ของมหาวิทยาลัย /คณะในเรื่องงาน PR ที่เขาทำอยู่ตามโอกาสและความเหมาะสม น่าจะเป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจให้น้องใหม่ PR มีโอกาสเพิ่มความรู้ เสริมทักษะ เติมเต็มประสบการณ์ รวมทั้งอาจขออาสาเป็นผู้ช่วยงานบางเรื่องให้พี่ๆ ทีมงาน PR เท่าที่ไม่เสียการเรียน เป็นการชิมลาง PR ของจริง

7) เรียนรู้ผู้นำ ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารงานองค์กรโดยอ่านบทสัมภาษณ์ผู้นำ เช่น ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งผู้นำธุรกิจ ฯลฯ เพื่อจะได้สัมผัสเรียนรู้หลักคิด หลักการบริหาร วิสัยทัศน์ผู้นำ นำองค์กรอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ และดูว่าแต่ละท่านใช้ PR เป็นเครื่องมือหนุนนำการบริหารงานอย่างไร เป็นการสร้างบันไดทางลัดเรียนรู้ผู้นำ วันหนึ่งน้องใหม่ PR อาจนำวิธีคิด มุมมองผู้นำไปใช้เมื่อไปทำงานในองค์กร หรือแม้ในขณะที่เรียนนี้ก็ตาม วิสัยทัศน์เป็นประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้ ยิ่งรู้ ยิ่งคม

8) เรียนรู้วิสัยทัศน์ผู้นำแล้ว ลองฝึกสร้างวิสัยทัศน์ของตนเอง (บ้าง) จะเป็นวิสัยทัศน์ทางการบริหาร PR หรือวิสัยทัศน์การเรียน อยากเห็นอะไร ต้องการอะไร ฝึกคิด ฝึกมอง อ่านขาดเชิงเป้าหมาย ทิศทาง และทำให้บรรลุถึงซึ่งผลวิสัยทัศน์นั้นได้อย่างไร เสมือนหนึ่งรู้จักสร้างโจทย์ และทำให้ได้มาซึ่งคำตอบ หากทำได้ ย่อมเป็นโอกาส อาจเติบโต ก้าวหน้าเร็ว เป็นผู้นำงาน PR ตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว ก็เป็นไปได้

เป็นบางเหลี่ยมมุมการเรียนและประสบการณ์ น้องใหม่ PR อาจเห็นด้วย เห็นต่าง หรือเห็นเพิ่มจากผู้เขียน หรือนำไปปรับใช้ พัฒนาแตกไลน์ ต่อยอดที่สูงขึ้น เรียนให้สนุก มีความสุขกับการเรียน สร้างประสบการณ์ให้สนุก มีความสุขกับประสบการณ์

อยู่ที่น้องใหม่ PR ว่าที่นักประชาสัมพันธ์จะพิจารณา