หนึ่งในข้อเสนอที่จะชะล้างทำความสะอาดการเมืองไทย เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศชาติ
คือทำอย่างไรไม่ให้นักการเมืองใช้ “หุ่นเชิด” เพื่อทำสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้หรือพยายามจะปิดบังซ่อนเร้นในสิ่งที่พวกเขากระทำ
ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าฯ พูดในที่สาธารณะวันก่อนว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องมีกลไกที่มีประสิทธิภาพที่ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ, ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพรรคการเมืองเป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลหรือคณะบุคคลใด ๆ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
“แปลว่าหุ่นเชิดทางการเมืองจะมีไม่ได้อีกต่อไป” คุณบวรศักดิ์บอก
ภาษาการเมืองไทยเรียก “หุ่นเชิด” ในความหมายนี้ว่า “นอมินี” ซึ่งปรากฏเป็นปัญหาของบ้านเมืองนี้มาช้านาน และเป็นสาเหตุที่ทำให้นักการเมืองฉ้อฉลสามารถปิดบังอำพรางความชั่วร้ายของตัวเองผ่าน “ตัวแทน” ได้อย่างไร้ความสำนึกผิดชอบใด ๆ เลย
คำว่า “หุ่นเชิด” ย่อมหมายความว่าคนที่ทำหน้าที่อย่างเป็นทางการนั้นเป็นเพียงแค่ “เครื่องบังหน้า” เท่านั้น และที่แปลกคือสังคมไทยทั้งหมดรู้ดีว่าใครเป็น “หุ่นเชิด” ใคร และใครทำหน้าที่เป็นเพียง “นอมินี” ของใคร แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนทุกคนจะยอมรับว่ามันเป็นเช่นนี้และไม่มีใครสามารถแก้ไขปัญหาได้เพราะเขามีอำนาจ มีเสียงข้างมาก มีบารมีหรือมีเงิน
ปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้นไม่ได้หากสังคมไทยยัง “ยอมรับ” ว่า “หุ่นเชิด” เป็นส่วนหนึ่งของการเมืองไทยที่ต้องยอมรับ
เราต้องเริ่มด้วยการไม่ยอมรับสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่ว่าคนทำนั้นจะมีอำนาจ มีบารมี มีเงินแค่ไหน เพราะความกลัวทำให้เสื่อม และความเสื่อมจะเป็นมาตรฐานของสังคมไทยไม่ได้
การจะกำจัด “หุ่นเชิด” ออกจากการเมืองไทยย่อมหมายถึงการเขียนกติกาใหม่ที่เข้มข้นและโปร่งใส ทุกความเคลื่อนไหวของนักการเมือง ต้องเป็นที่จับตาของกลไกสังคม และมีการเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง
ความจริงสังคมไทยเล็กนิดเดียว ใครเป็นใครก็รู้กัน ใครเป็น “หุ่นเชิด” หรือ “นอมินี” ใครก็ไม่ใช่ความลับ เพียงแต่นักการเมืองจะใช้ช่องว่างกฎหมายมาทำสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ และมีความอหังการว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้
ด้วยเหตุนี้การเมืองเรื่องอำนาจเงินจึงสามารถดำรงมาได้ถึงทุกวันนี้ และเสียงประชาชนกลายเป็น “เสียงนกเสียงกา” ที่ไร้ความหมาย
แต่การปฏิรูปการเมืองครั้งนี้ต้องลงลึกถึงทั้งการเขียนรัฐธรรมนูญ, กฎหมายลูก, การสร้างความตื่นตัวของภาคประชาสังคม และการสร้างพลังให้กับเครือข่ายสังคมในการตรวจสอบและเปิดโปงข้อมูลข่าวสารเพื่อไม่ให้นักเลือกตั้งสามารถใช้ “หุ่นเชิด” ทำสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างชัดแจ้งอย่างที่ผ่านมา
คำว่า “นอมินี” ย่อมแตกต่างไปจากคำว่า “ตัวตายตัวแทน” หรือการสร้าง “ผู้สืบทอดเจตนารมณ์” ทางการเมืองเพราะอย่างแรกหมายถึงการรับใช้คนคนเดียวหรือคนกลุ่มเดียว ขณะที่อย่างหลังคือการสร้างคนมีคุณภาพเพื่อสืบสานหลักการของนักการเมืองที่ต้องการจะพิสูจน์ว่าทำงานเพื่อปวงชนอย่างแท้จริง
เพราะหากนักการเมืองคนใดไม่กล้าทำเอง ต้องใช้ “หุ่นเชิด” ก็ย่อมแปลว่าเขาหรือเธอมีวาระซ่อนเร้นที่ไม่ต้องการให้ประชาชนรับรู้
จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไม “หุ่นเชิด” หรือ “นอมินี” คือสัญลักษณ์ของความไม่ชอบมาพากลในวงการการเมืองอย่างแน่นอน








