เป็นประเด็นที่สร้างความสับสนมาตลอด เมื่อได้ยินข่าวว่า "เด็กไทยคว้ารางวัล เหรียญทอง-เหรียญเงินโอลิมปิก
ด้านการศึกษา ให้คนไทยได้ชื่นชมอย่างต่อเนื่อง แต่กลับมีเสียงบ่นสม่ำเสมอว่าระบบการศึกษาไทยย่ำแย่ ล้าหลัง ล่าสุดก็เช่นกัน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือสสวท. ได้ส่งตัวแทนจากประเทศไทย (เด็กนักเรียนไทย) เดินทางไปแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ที่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 20 - 29 ก.ค. 2557 ปรากฏว่าเด็กไทยสามารถคว้า 1 เหรียญทอง และ 3 เหรียญเงิน จากการแข่งขันดังกล่าวมาได้ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เด็กไทยได้รับรางวัล จากการแข่งขันด้านการศึกษาระดับนานาชาติ ซึ่งดูจากความสามารถแล้ว น่าจะสะท้อนว่าคุณภาพการศึกษาไทย ควรจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จึงทำให้เด็กมีคุณภาพถึงขั้นแข่งขันในระดับสากลได้
แต่ข้อเท็จจริงระบบการศึกษาไทย ตามเนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอด กลับอยู่ในทางตรงกันข้าม ดังเช่นคำกล่าวของ ศ.(พิเศษ) ภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ที่บอกว่า ไทยถูกสะท้อนภาพคุณภาพการจัดการศึกษาตกต่ำลงทุกปี ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยจัดอยู่ในอันดับ 6 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยไทยตามหลังเวียดนาม ขณะที่ระดับอุดมศึกษาอยู่อันดับ 8 น่าตกใจว่าไทยตามหลังกัมพูชาและฟิลิปปินส์ อ้างอิงจากผลการจัดอันดับของ สถาบันวิจัยของสำนักพิมพ์ตำรา Pearson ซึ่งจัดอันดับการศึกษาของไทยอยู่ในกลุ่มสุดท้าย พร้อมข้อสรุปว่า เงินทุน..ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุด ของการมีระบบการศึกษาที่ดี การที่ครูอาจารย์มีเงินเดือนสูง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสามารถทางการสอนสูงตามไปด้วย..
คำอธิบายจากการจัดอันดับของสำนักพิมพ์แห่งนี้ สอดคล้องกับข้อมูลโครงสร้างรายจ่าย ในระบบการศึกษาไทยที่ว่า "รายจ่ายทางการศึกษา เมื่อไปถึงโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ระดับชั้น ป.1-ม.6 มีงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 34,451 บาท/คน/ปี หรือเกือบ 100 บาท/คน/วัน ซึ่งพบว่า 75 บาท เป็นเงินเดือนครูโดยตรง ตามด้วยอาคาร สถานที่ สิ่งก่อสร้าง ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำค่าไฟ ประมาณ 10 บาท เหลือมีเพียง 4.5 บาทเท่านั้น ที่เป็นค่าใช้จ่ายพัฒนาผู้เรียน และอีก 0.5 บาท เป็นงบสำหรับพัฒนาการเรียนการสอนของครู"
ข้อมูลนี้ยืนยันคำกล่าวของ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ประเทศไทยใช้เงินสำหรับการศึกษา ใน 10 ปีเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยภาครัฐในการลงทุนเรื่องการศึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า การลงทุนในครูที่ปัจจุบัน ได้รับค่าตอบแทนแบบก้าวกระโดด เหมือนงบด้านการศึกษา เพราะมีคณะกรรมการกำหนดการเพิ่มเงินเดือนและวิทยฐานะ เงินเดือนของครู จึงกลายเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ในระบบการศึกษา ควรทำอย่างไรให้เงินเดือนของครูที่เพิ่มขึ้น ไปผูกโยงกับผลการเรียนรู้ของเด็กที่ดีขึ้น
ข้อสังเกตของนักวิชาการ และข้อท้วงติงหลายประเด็น มองตรงกันระบบการศึกษาไทยมีปัญหา และปัญหานั้นก็มิได้มาจากการขาดงบประมาณ แต่เป็นความบกพร่องในระบบการจัดสรร-จัดการ มาถึงวันนี้ที่ประเทศไทยเดินเข้าสู่แนวทางการปฏิรูปหลายด้าน ถึงเวลาหรือยังที่ระบบการศึกษาไทย ควรได้รับการปฏิรูปด้วยเช่นกัน






