วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สุขอนามัยคนไทย หัวใจชีวิตมีสุข

ในยามที่ประเทศชาติอยู่ในภาวะลำบากต้องรับมือกับความกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ ประชาชนจะคับขันตามไปด้วย

สุขอนามัยที่ดีเป็นความต้องการพื้นฐานที่ทำให้ชาวบ้านยังยิ้มออกและสู้ชีวิตต่อไป มีความหวังสำหรับการพลิกฟื้นตนเองและสังคมได้ในวันข้างหน้า เมื่อเทียบกับบ้านใกล้เรือนเคียง สาธารณสุขไทยประสบความสำเร็จมากกว่าเยอะ แต่ก็ยังมีปัญหาหลายประการที่ยังต้องอาศัยเวลาในการแก้ไข เช่น การตระหนักรู้ของประชาชนเรื่องการใช้ยา โรคภัยข้ามพรมแดน การติดสารเสพติดชนิดเบาในหมู่เยาวชน

เป็นความจริงที่ว่าการสาธารณสุขโลกนับตั้งแต่ยุคเซเว่นตี้มานี้เจริญขึ้นมาก เรียกว่าในรอบสี่สิบปีมานี้ดีกว่า 4000 ปีที่ผ่านมามากนัก ยืดอายุขัยเฉลี่ยของคนในโลกจาก 48 ปีของศตวรรษที่ 19 เป็น 61 ปีในยุคเซเว่นตี้และ เป็น 83 ปีในปัจจุบันตามลำดับ โรคบางอย่างที่เคยคร่าชีวิตคนเป็นจำนวนมาก เช่น โปลิโอแทบจะหายไปจากโลก กล่าวได้ว่าเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) ที่ต้องการเห็นพัฒนาการในสหัสวรรษนี้ เช่น การทำให้คนหายหิว มีการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความเท่าเทียมระหว่างเพศ อัตราการตายของแม่ที่ตั้งครรภ์ เด็กแรกเกิด และเด็กในวัยอนุบาลลดลง โรคร้ายค่อยขจัด รักษาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันด้านสาธารณสุขทั่วโลกนั้นประสบผลสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง เช่นเดียวกับเป้าหมายหลักอื่น อาทิเช่น การรับมือกับภัยฉุกเฉิน การได้รับสุขอนามัยที่ดีทั่วหน้าประชาชนและการได้ยินเสียงเรียกร้องของผู้ป่วยในเรื่องต่างๆ

ทั้งนี้ ไทยซึ่งเกาะเทรนด์โลกมาโดยตลอด มิได้น้อยหน้าใครเหนือกว่ามาตรฐานทุกอย่างในภูมิภาค โดยเฉพาะด้านการผดุงครรภ์และการฉีดวัคซีนป้องกันหัดที่เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์รายจ่ายเพื่อสุขภาพต่อหัวก็มากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคถึงสี่เท่า ความสำเร็จในการควบคุมเอดส์ ความสะอาดของสถานพยาบาลล้วนเหนือชั้น การรณรงค์ในเชิงสุขศึกษาก็อยู่ในระดับน่าชื่นชม มีการส่งเสริมการออกกำลังกาย ใส่ใจสุขภาพ ทานอาหารมีประโยชน์กันอย่างต่อเนื่อง การตระหนักในสุขอนามัยที่ดีเป็นผลให้ประเทศไทยโดยรวมใช้ได้ น่าอยู่ และเป็นตัวอย่างให้กับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ

แต่ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายด้านนี้อยู่ ถ้าดูตามดัชนีจะพบว่าหลายอย่างไทยยังมีปัญหามาก เช่น การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ความเสี่ยงเจ็บป่วยต่อโรคที่ไม่แสดงอาการ จู่ๆ ก็ป๊อก ตรวจพบมะเร็งขั้นสาม โรคปอดขั้นสี่กันทีเดียวซึ่งไม่ทันการเสียแล้ว เบาหวานหรือความดันสูงที่พบมากขึ้นนั้นมีไม่น้อยที่สัมพันธ์กับวิถีการใช้ชีวิต แม้ว่าจะทราบดีว่าอันตรายอย่างไรก็ยังฝืนทานอาหารผิดๆ และไม่ออกกำลังกาย

แต่ที่น่าห่วงใยมากกว่าที่สุดคือสามประเด็นนี้ ประเด็นแรกคือ การไม่ใส่ใจในเรื่องยารักษาโรคทั้งหลาย มีการใช้กันอย่างไม่มีขอบเขตจนโรคดื้อยา คนไทยจำนวนมากอะไรนิดอะไรหน่อยก็ทานยาไว้ก่อน โดยเชื่อว่าเป็นการป้องกัน บางทีทานโดยไม่ทราบสรรพคุณแน่ชัด ไม่สนใจผลข้างเคียงในระยะยาว การควบคุมของรัฐก็ไม่ทั่วถึง เช่น ทุกวันนี้ยังมีการใช้ยา steroid จากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอยู่มาก เพียงเพราะหลงเชื่อเขาว่าสรรพคุณดีมีมาตรฐานนับพันปี แม้แต่หมอเองก็มีไม่น้อยก็จ่ายยาเกินความจำเป็น ทั้งนี้ ถ้าแยกระหว่างผู้สั่งจ่ายยากับผู้จัดหาควบคุมยาให้เป็นคนละคนได้เหมือนอินเดีย ผลประโยชน์ทับซ้อนจากธุรกิจยาข้ามชาติน่าจะลดลง

ไทยยังมีโรคมาลาเรียและไข้เลือดออกระบาดในบางพื้นที่และห้วงเวลา แต่ที่น่าเป็นห่วงคือโรคในเวลานี้ไร้พรมแดน ไทยอาจมีขีดความสามารถในการรักษาโรคอย่างไวรัสโคโรนาหรืออีโบลาหากต้องเผชิญวิกฤติระดับโลกก็จริง แต่สำหรับโรคที่ติดมากับการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนเป็นประจำของแรงงานหรือผู้ย้ายถิ่นฐานของประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นภัยมืดที่น่ากลัว

แม้ว่าการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะจะลดลงมาก จนสามารถกลับเข้าบ้านจากออฟฟิศโดยตัวได้กลิ่นบุหรี่ ขณะที่การรณรงค์ทางส่อก็เข้มข้น แต่เยาวชนไม่ได้ลดการติดบุหรี่ลงเลย เพราะผับบาร์กลางคืนยังเสรีสำหรับยาเสพติดชนิดเบานี้ เช่นเดียวกับการดื่มสุราของกลุ่มหนุ่มสาววัยเรียนและทำงาน

สาธารณสุขไทยก้าวเดินมาไกลโดยไม่ได้มุ่งหวังว่าจะมียาดีที่สุด โรงพยาบาลดีที่สุด หรือหมอดีที่สุดสำหรับคนที่มีเงินจ่าย แต่หวังว่าจะมีทุกอย่างเหล่านั้นอย่างเหมาะสมสำหรับคนทุกคนเท่าที่จะเป็นได้ ไม่ว่ายากดีมีจนอย่างไร การประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างใกล้เคียงกับความเสมอภาคและเป็นธรรมที่สุดคือคำตอบของอนาคต ทุกคนในประเทศนี้ควรร่วมแบกภาระคนจนไว้ เพื่อความสุขของทั้งสังคม เพื่อการุณย์ในใจ และเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติอันเนื่องมาจากการมีประชากรสุขภาพดี