วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บันทึกความทรงจำฮิลลารี : เผยที่มาของ "ปักหมุดเอเชีย"

ผมอ่าน "Hard Choices" หนังสือบันทึกความทรงจำขายดีขณะนี้ของ ฮิลลารี คลินตัน อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1

และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่กำลังตัดสินใจ ว่าจะลงสมัครตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งหรือไม่ ได้รับรู้ถึงวิธีคิดของมหาอำนาจประเทศนี้เกี่ยวกับเอเชียไม่น้อยเลย

เธอเขียนหนังสือได้สนุก เนื้อหาสาระแน่น และมีสีสันของเหตุการณ์แทรกเข้ามาเป็นช่วงๆ ทำให้เข้าใจถึงเบื้องลึกการตัดสินใจนโยบายสำคัญๆ ของวอชิงตันตอนที่เธอเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในเทอมแรกของ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้อย่างน่าสนใจยิ่ง

โดยเฉพาะในประเด็นนโยบาย "ปักหมุดเอเชีย" หรือ Pivot to Asia ที่ฮิลลารีเล่าว่ามาจากความริเริ่มของเธอ

เธอเปิดเผยเหตุผลที่เอเชีย-แปซิฟิกมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ ที่คนไทยควรจะได้รับรู้หลายข้อ

O จีนกำลังขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน

O ครึ่งหนึ่งของประชากรโลกอยู่ในภูมิภาคนี้

O พันธมิตรสำคัญๆ ทางความมั่นคงอยู่แถบนี้

O คู่ค้า "ที่ทรงคุณค่า" ของสหรัฐฯหลายประเทศอยู่เอเชีย

O เส้นทางการค้าและการขนส่งพลังงานที่คึกคักที่สุดของโลกคือแถบนี้

O การส่งออกของสหรัฐฯมาเอเชีย-แปซิฟิกช่วยให้สหรัฐฯฟื้นตัวเศรษฐกิจขณะที่เผชิญกับภาวะถดถอย

O การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯในอนาคตต้องพึ่งพาการเข้าถึงฐานผู้บริโภคของชนชั้นกลางในเอเชียที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

O เอเชียเป็นแหล่ง "การคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯอย่างชัดเจน" โดยเฉพาะจาก "ระบบเผด็จการของเกาหลีเหนือ"

ฮิลลารี เขียนเล่าไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า คนจำนวนมากในเอเชียเห็นว่าการที่รัฐบาลโอบามาทุ่มเทความสนใจให้กับอิรัก, อัฟกานิสถาน และตะวันออกกลาง ทำให้วอชิงตันถอยห่างจากบทบาทความเป็นผู้นำของเอเชียที่เคยมีความสำคัญเป็นเวลายาวนาน

"ดิฉันจึงคิดว่าเราควรจะขยายความสัมพันธ์กับจีนและวางความสำคัญของเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ลำดับสูงสุดของวาระทางการทูตของเรา..." เธอบอก (“I thought we ought to broaden our engagement with China and put the Asia-Pacific at the top of our diplomatic agenda.”)

มิน่าเล่า ตอนที่ผมสัมภาษณ์เธอในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศที่กรุงเทพฯเมื่อเดือน ก.ค.ปี 2009 เธอจึงประกาศอย่างฉาดฉานว่า "Yes, America is back!"

ในแง่ของทางเลือกทางนโยบายนั้น ฮิลลารีบอกว่ามีสามแนวทาง

หนึ่ง คือ การเน้นขยายความสัมพันธ์กับจีน บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าหากวอชิงตันสามารถดำเนินนโยบายที่ถูกต้องกับปักกิ่ง งานส่วนอื่นๆ ในเอเชียก็จะง่ายขึ้นมาก

สอง คือ การให้ความสำคัญกับการกระชับความแข็งแกร่งกับพันธมิตรเอเชียที่มีพันธสัญญากับสหรัฐ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไทย, ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย "ซึ่งจะเป็นการสร้างดุลถ่วง (counterbalance) ต่ออิทธิพลที่ขยายตัวของจีน”

ประโยคนี้ชี้ชัดว่าแกนหลักของนโยบายสหรัฐฯในเอเชียนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าจับตาดูความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และทุกความเคลื่อนไหวของวอชิงตันล้วนต้องเกี่ยวกับการรักษาดุลแห่งอำนาจของตนเองในเอเชียทั้งสิ้น

แนวทางที่สามของฮิลลารี คือ การยกระดับความสัมพันธ์กับการรวมกลุ่มในเอเชีย เช่น ASEAN และ APEC

เธอเลือกแนวทางไหน?

ฮิลลารีบอกว่าแนวทางของเธอไม่ใช่การเลือกระหว่าง Hard Power หรือ Soft Power แต่ต้องเป็น Smart Power นั่นคือการใช้อำนาจสหรัฐฯแบบชาญฉลาดโดยไม่ต้องสนใจว่าจะเป็นแบบ "แข็ง" หรือ "นิ่ม"

เธอจึงตัดสินใจในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศขณะนั้นว่าจะต้องใช้ทั้ง 3 แนวทางผสมผสานกัน

และนี่คือที่มาของนโยบาย "ปักหมุดเอเชีย" หรือ Pivot to Asia ของสหรัฐฯ (บางคนเรียก "rebalance to Asia" หรือการ "ปรับดุลอำนาจในเอเชีย")

จะเห็นว่าในแผนภูมิแห่งการเดินเกมอำนาจในเอเชียนั้น ประเทศไทยเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญในเอเชีย และเมื่อเกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ในไทย แนวทาง Pivot to Asia ของโอบามาจึงเกิดอาการ "ชักกระตุก" ขึ้นมาเหมือนกัน

(เครือเนชั่นได้ลิขสิทธิ์แปลหนังสือ "Hard Choices” ของ ฮิลลารี คลินตัน เป็นภาษาไทยแต่ผู้เดียว...จะวางแผงก่อนสิ้นปี...โปรดติดตามต่อไป)