วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มือดีสั่งห้ามขุดคุ้ยปตท.

คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรืออะไร หากจะต้องหยิบยกการลงทุนของบริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) ในต่างประเทศ

ขึ้นมาอีกสักครั้ง ด้วยแนวคิดและวิสัยทัศน์ ในการวางแผนการลงทุนต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่จะสร้างรายได้และความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ พร้อมๆ กับการดูแลผู้ถือหุ้นปตท. น่าจะได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่ดี หลังจากนำเงินของผู้ถือหุ้นไปขยายการลงทุนสร้างผลกำไร ตรงนี้ถือเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ ในฐานะที่ปตท.เป็นบริษัทมหาชนกึ่งรัฐวิสาหกิจ

ความยิ่งใหญ่ของปตท.คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก คงไม่มีใครที่จะไม่พูดถึงเพราะเป็นองค์กรใหญ่โตเสียขนาดนี้ หากมองถึงรายได้ของปตท. โดยรวมปีหนึ่งๆ มีรายได้กว่า 2.8 ล้านล้านบาท

ใครจะเชื่อว่าการลงทุนของปตท.ยังมีข้อน่าสงสัยและต้องติดตามอยู่อีกมากมาย คงไม่ปฏิเสธว่าการลงทุนต่างประเทศไม่ดี ต้องยอมรับว่าส่วนที่ดีมีกำไรก็มีอยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่ที่ลงทุนไปแล้วขาดทุนก็มีอยู่ไม่น้อย การขาดทุนจากสิ่งที่ไม่คาดคิดหรือขาดทุนโดยสุจริต ก็ไม่ถือเป็นความเลวร้ายอะไร เพราะถือเป็นการดำเนินงานปกติ

แต่จะมีใครสักกี่คนที่จะรู้ว่าการลงทุนของปตท.ในต่างประเทศ"ขาดทุนบักโกรก"จากกระบวนการวางแผนจัดการเพื่อประโยชน์พวกพ้องมากกว่าประโยชน์เพื่อองค์กร ที่สำคัญมีหลายประเด็นที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงการลงทุนต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา

ที่ต้องพูดเรื่องนี้หรือหยิบยกการลงทุนบางประเทศมาเป็น"น้ำจิ้ม"ก็เพราะต้องการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งประกาศจะจัดการให้รัฐวิสาหกิจมีประสิทธิภาพในการบริหารงาน สกัดกั้นการเข้ามาแทรกแซงจากกลุ่มคน หรือแสวงหาผลประโยชน์จากองค์ต้องการให้ประธานบอร์ดปตท.ใหม่อย่างปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ที่ประกาศจะตรวจสอบการลงทุนต่างประเทศของปตท.ได้เข้ามาเรียกข้อมูลหรือตรวจสอบที่สำคัญต้องการให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อร้องเรียนของปตท.อย่างจริงจังเช่นกัน

หากจำกันได้เมื่อประมาณปี 2554 มีการอภิปรายเกิดขึ้นในรัฐสภา พาดพิงถึงการลงทุนทำท่อก๊าซที่ประเทศอียิปต์ ของปตท.มูลค่า 1.67 หมื่นล้านมาแล้ว

ว่ากันว่าการลงทุนในอียิปต์ปตท.ถือหุ้น 100%ในบริษัทลูก โดยเข้าร่วมทุนกับบริษัทEast Mediterranean Gas Company S.A.E. (EMG)ร่วมทุนตามข้อตกลงสันติภาพอียิปต์-อิสราเอล เมื่อปี 2522 เป็นการส่งก๊าซจากอียิปต์ไปอิสราเอล

เมื่อปี 2550 ปตท.เข้าซื้อหุ้นEMGจาก บริษัทMediterranean Gas Pipeline Ltd. (MGP)จำนวน 36.75 ล้านหุ้น ประมาณ 25%ราคาอยู่ที่หุ้นละ 13.25 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเงินประมาณ 486.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,554 ล้านบาท (คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน ณ นั้น 1 ดอลลาร์สหรัฐ 34 บาท) ทำให้ปตท. มีสัดส่วนการถือหุ้นในEMGถึง 25%ขณะที่MGPCลดสัดส่วนจาก 53%เหลือ 28%ส่วนที่เหลือเป็นสัดส่วนการถือหุ้นในกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจอียิปต์ ระยะแรกๆ ของการเข้าในอียิปต์ ดูออกจะราบรื่น

สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลใหม่อียิปต์สั่งยกเลิกสัญญาการลงทุนครั้งนี้เรื่องนี้แดงขึ้นเมื่อฝ่ายบริหารปตท.นำเรื่องเสนอบอร์ด สารภาพทำนองการลงทุนในอียิปต์เสียหายยับไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาทแถมขอลงบัญชีเป็น"ด้อยสิทธิ์"เสียดื้อ

งานนี้ไม่ธรรมดาการเข้าไปลงทุนในอียิปต์ อย่างน้อยต้องมี"มือที่มองไม่เห็น"เป็นตัวเชื่อมชักใยเข้าไป แต่พอความเสียหายเกิดขึ้นวันนี้หลายๆ คนเผ่นหนีไปเสียแล้ว

ที่แย่ไปกว่านี้ว่ากันว่างานนี้มีการกู้หนี้ยืมสิน เงินจากบริษัทแม่อย่างปตท. ไปลงทุนเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้นความเสียหายนับหมื่นล้านบาทใคร?คือผู้รับผิดชอบ

เรื่องเหล่านี้ปิยสวัสดิ์ต้องตรวจสอบความเสียหาย อย่าหูเบา อย่าใจอ่อน แม้จะมีเสียงแว่วๆ มา จนทำให้ปิยสวัสดิ์เครียด เพราะเกิดอาการ"คุณขอมา"ห้ามไปขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ ในปตท.เพราะมันเป็นเรื่องอิทธิพล และผลประโยชน์สูงอย่าไปยุ่ง อย่างนี้ไม่"ล็อบบี้"ก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไร

จะมีเสียงคุณขอมาหรือไม่อย่างไร ปิยสวัสดิ์ ต้องตรวจสอบ ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหามีส่วนสมคบกับอดีต หรือเข้าข่ายไม่สนองนโยบายคสช.เอาได้ง่ายๆ นะครับท่าน