แม้จะสิ้นสตีฟ จ็อบส์ ไปหลายปีแล้วแต่บทบาทของแอ๊ปเปิ้ลในฐานะความเป็นผู้นำในโลกนวัตกรรมยังคงไม่เสื่อมคลายลง
ความคาดหวังของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ของแอ๊ปเปิ้ลจึงยังคงสูงลิ่วไม่ต่างจาก 7 ปีที่แล้วที่วางจำหน่ายไอโฟนเครื่องแรก
ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของไอโฟน 6 ที่เริ่มมีระแคะระคายมาเป็นระยะๆ ตามสไตล์การตลาดของแอ๊ปเปิ้ลทำให้เราพอมองเห็นสมาร์ทโฟนรุ่นต่อไปของแอ๊ปเปิ้ลว่าน่าจะมาพร้อมจอภาพขนาดใหญ่ขึ้น และมีฟังก์ชั่นเพิ่มขึ้นเพื่อกลับมาทวงบัลลังก์คืนจากแอนดรอยด์โดยเฉพาะอย่างยิ่งของค่ายซัมซุง
รายละเอียดของไอโฟนใหม่นี้ ผมขอไม่พูดถึง เพราะมีนักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้แล้วมากมาย ก่อให้เกิดความคาดหวังกับผู้บริโภคไม่แตกต่างจากไอโฟน 5, ไอโฟน 4, ไอแพด, ไอแพด นาโน, ไอแพด มินิ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้เปลี่ยนโฉมตลาดไอทีไปไกลยิ่งกว่าที่ใครจะนึกถึง
ที่สำคัญตลาดใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ยังสร้างความปั่นป่วนให้อุตสาหกรรมไอทีในภาพรวมทั้งหมด เพราะสีสันและความทันสมัยของตลาดสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตทำให้ตลาดคอมพิวเตอร์โดยรวมซบเซาลงถนัดตา และตลาดสมาร์ทโฟนก็เปลี่ยนไปอย่างมหาศาล
มาถึงวันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคต่อการใช้โทรศัพท์มือถือไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งในแง่การใช้งานส่วนบุคคลหรือใช้ในการทำงาน เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานเพื่อชีวิตประจำวันของเราไปมากมาย ทั้งการเข้าถึงข้อมูล การติดต่อสื่อสาร และความหลากหลายในการใช้งาน
และอีกเรื่องสำคัญ คือการเปลี่ยนแปลงนี้ยังเชื่อมโยงแต่ละอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว จนทำให้สมาร์ทโฟนสร้างแรงกระเพื่อมไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ เช่นกล้องดิจิทัล เครื่องเล่นเอ็มพี3 ระบบนำทางจีพีเอส ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในท้องตลาด
มาถึงวันนี้แนวโน้มการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปรับตัวมาสู่การเป็นเทคโนโลยีสวมใส่ได้ (Wearable Technology) ซึ่งเป็นบทพิสูจน์การเป็นผู้นำในโลกนวัตกรรมของทิม คุก ผู้กุมบังเหียนแอ๊ปเปิ้ลคนปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีในด้านนี้ที่ซัมซุง เกียร์ ชิงเปิดตัวก่อนหลายเดือน และยังคงต้องพิสูจน์กันว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่
ผู้บริโภคจึงคาดหมายว่าผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเดียวกันที่น่าจะเป็นไอวอทช์ที่มีลูกเล่นไม่ต่างจากของคู่แข่งมากนัก แต่แน่นอนว่าการมาทีหลังย่อมต้องมีความโดดเด่นมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบันนี้
ข้อมูลพื้นฐานทางด้านกายภาพของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นอัตราชีพจร การเต้นของหัวใจ ฯลฯ กลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการเพราะกระแสความสนใจในด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้คนทำงานในเมืองซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดต้องการฟังก์ชั่นด้านนี้มากที่สุด
ความพยายามคาดเดาพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเป็นเวทีที่เปิดกว้างให้นักประดิษฐ์จากทุกมุมโลก ซึ่งที่ผ่านมาแอ๊ปเปิ้ลดูจะเดาทางถูกมาตลอด แต่ระยะหลังก็เริ่มเห็นคู่แข่งรายสำคัญคือซังซุง จากค่ายแอนดรอยด์เริ่มมีบทบาทมากขึ้น
ไอวอทช์ จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นสมรภูมิแห่งใหม่ที่ทั้ง 2 ค่ายคือ แอ๊ปเปิ้ล และซัมซุงจะเปิดศึกครั้งใหญ่ต่อกัน เพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำตลาด แต่ในศึกครั้งนี้อาจไม่ได้มีเพียง 2 ยี่ห้อนี้เข้าห้ำหั่นกัน เพราะบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีนต่างก็จับตาดูตลาดนี้เช่นเดียวกัน
ผมเองก็ได้รับนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นต้นแบบนี้มาจากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ไม่แตกต่างกันนัก คือเน้นเรื่องการเก็บข้อมูลด้านกายภาพเพื่อวิเคราะห์การออกกำลังกาย การเผาผลาญไขมัน ฯลฯ โดยวัตถุประสงค์หลักของอุปกรณ์เหล่านี้ก็คือการเป็นเครื่องมือสื่อสารในอีกรูปแบบหนึ่ง
เพียงแต่การสื่อสารในวันนี้ มนุษย์เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่การติดต่อสื่อสารด้วยเสียงพูดเหมือนในโทรศัพท์มือถือยุคแรกๆ หรือจะเป็นการส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเหมือนเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วก็ยังไม่น่าพอใจ เพราะเราต้องการส่งข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อตัวเราจริงๆ ผ่านเซนเซอร์ต่างๆ รอบตัวเราอย่างอัตโนมัติ
และแน่นอนว่าผู้นำในธุรกิจนี้ยังไม่มีผู้ชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงเป็นโอกาสทั้งของผู้ผลิตและผู้บริโภคไปในเวลาเดียวกัน






