ช็อก! ประหลาดใจ! ตกใจ! ขนาดผมซึ่งไม่ได้อดหลับอดนอน ติดตามฟุตบอลโลกทุกคืน เหมือนแฟนพันธุ์แท้ทั้งหลาย
ยังอดที่จะแปลกใจกับผลบอลคู่เยอรมันกับบราซิลเจ้าภาพ
เป็นไปได้อย่างไรที่นักบอลระดับโลก ที่มีสิทธิลุ้นแชมป์ปีนี้อย่างบราซิล จะแพ้ราบคาบ 1-7 ได้?
นักวิเคราะห์บอลคงจะถกแถลงกันไปอีกนาน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความพร้อม เรื่องของตัวบุคคลกับระบบ ความสามารถส่วนตัว หรือความเก่งของทีม
แต่ที่แน่ ๆ คือจะเกิดผลทางจิตวิทยาและการเมืองต่อคนบราซิลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะคนบราซิลที่ต่อต้าน การที่รัฐบาลบราซิลของประธานาธิบดี Dilma Rousseff ตัดสินใจเป็นเจ้าภาพโดยใช้งบประมาณสูงถึง 11,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 350,000 ล้านบาท)
หากทีมบราซิลเข้าชิงรอบชนะเลิศ ก็ยังอาจจะอธิบายได้ว่าการทุ่มเงินมหาศาลเพื่อเป็นเจ้าภาพ World Cup คุ้มค่า เพราะสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ
แต่ความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปต่อเยอรมันในรอบ semi-final ในสนามแข่งของตัวเองเช่นนี้ สร้างความรันทดหดหู่ไปทั่วประเทศ และผมเชื่อว่าจะมีผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองของผู้นำบราซิลอย่างยิ่ง
เพราะสำหรับคนบราซิลแล้ว ฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจที่มีผลกระทบต่อทุกด้านของสังคม
ความเศร้าสลดระดับชาติก่อนหน้านี้เมื่อ 64 ปีก่อน ตอนที่บราซิลแพ้เกมสุดท้ายให้กับอุรุกวัยในบ้านของตัวเองเหมือนกัน
ความทรงจำอันปวดร้าวครั้งนั้นไม่เคยหายไปจากคนบราซิล แต่การถูกเยอรมันถล่มหนักหน่วงเมื่อวานนี้ในบ้านตัวเองเหมือนกันจะทิ้งรอยแผลที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคราวนั้นหลายเท่านัก
นักวิเคราะห์บอลคงจะมองหาสาเหตุแห่งความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไปในหลายมุม เช่นการที่นักเตะโดดเด่นอย่าง Neymar บาดเจ็บหนัก เพราะโดนกระแทกกระดูกสันหลังในเกมที่เล่นกับโคลัมเบีย
โคช Luiz Felipe Scolari ร้อนใจถึงกับต้องเชิญนักจิตวิทยากีฬามาพูดคุยกับนักเตะ เพื่อไม่ให้ลูกทีมที่เหลือขวัญเสีย
บางคนวิจารณ์ว่าที่นักเตะบราซิลเล่นไม่เต็มที่เพราะ “เสียวสันหลัง” กลัวจะบาดเจ็บหนักเหมือนเพื่อนร่วมทีม
ความกดดันต่อทีมบราซิลสูงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพราะการเป็นเจ้าภาพ ความคาดหวังของคนบราซิลเอง การสูญเสีย “เนย์มาร์” อย่างคาดไม่ถึง และแม้จะมีการทำพิธีราดเกลือลงนามก่อนการแข่งขันเพื่อความเป็นศิริมงคลตามประเพณี แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย
ทีมเยอรมันสามารถทำได้ 5 ลูกในครึ่งแรกเป็นสถิติสูงสุดสำหรับครึ่งแรกของบอลโลก
และ 7 ลูกของเยอรมันถือเป็นสถิติทำคะแนนสูงสุดสำหรับรอบ semi-final ของบอลโลกเช่นกัน
ชัยชนะ 7-1 ของเยอรมันต่อบราซิลรอบนี้ ถือเป็นคะแนนนำสูงสุดในประวัติศาสตร์บอลโลกในรอบ semi-final เพราะในอดีตเยอรมันเคยชนะออสเตรีย 6-1 เมื่อ 1954 และสหรัฐฯกับยูโกสลาเวียเคยแพ้ 1-6 เมื่อปี 1930.
แต่ผลพวงที่จะตามมาจะรุนแรงกว่าแค่บนสนามฟุตบอล ความรู้สึกของคนทั้งประเทศบราซิลจะซึมเศร้ากันทั่ว รัฐบาลจะสั่นสะเทือนและคำว่าฟุตบอลจะเปลี่ยนความหมาย สำหรับคนประเทศบ้าบอลนี้ไปอีกนาน
แต่ผมก็เชื่อว่าคนบราซิลจะฟื้นจากความโศกสลด เพื่อลุกขึ้นมาสร้างความเป็นเลิศในบอลโลกอีกแน่นอน
เพราะอะไรที่อยู่ในสายเลือดไม่อาจจะลบไปได้ ด้วยแค่อุบัติเหตุครั้งใหญ่ครั้งเดียว!









