วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับแล้วอย่ารีบจบ

นับเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ที่นำความสะเทือนใจมาสู่ผู้คนในสังคม กับคดีล่วงละเมิดทางเพศ เด็กหญิงวัย 13 ปี

บนขบวนรถไฟตู้นอนจากสุราษฎร์ธานีกลับเข้ากรุงเทพฯ

+++ แม้ว่าคดีนี้จะคลี่คลายไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว โดยพบร่างของเด็กหญิงผู้เสียหาย ผ้าปูที่นอน และที่สำคัญสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุ คือ นายวันชัย แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานรถไฟประจำตู้นอนดังกล่าวที่ยอมรับสารภาพ แต่การสอบสวนก็ยังไม่เสร็จสิ้นกระแสความ

+++ ที่ว่ายังไม่จบเพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริง โดยเฉพาะพฤติการณ์การทำลายหลักฐานต่างๆ เช่น การโยนร่างเด็ก หรือทิ้งผ้าปูที่นอน หรือแม้แต่คำรับสารภาพของผู้ต้องหา เชื่อถือได้หรือไม่ เป็น "ข้อเท็จจริง" หรือ "เสกสรรปั้นแต่ง"!

+++ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ เพราะจะเป็นประโยชน์กับการดำเนินคดี รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามคดีลักษณะนี้ในอนาคต

+++ แต่ถ้าทำเพื่อหวังเพียงแค่ "ปิดคดี" หรือทำในแบบที่ตำรวจเคยทำตามๆ กันมาในการสอบสวนผู้ต้องหา คนร้ายก็จะมีข้ออ้างต่อสู้คดีในชั้นศาล อาจถึงขั้น "หลุดคดี" ได้ด้วย ส่วนผู้เสียหายก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรม

+++ ขณะที่ "กระบวนการยุติธรรม" ในภาพรวมถูก "ดิสเครดิต" ส่งผลให้สุจริตชนต้องตกอยู่ในภาวะหวาดหวั่น กลัวว่าลูกหลานจะตกอยู่ในอันตรายอยู่ร่ำไป

+++ ดังนั้นกระบวนการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตรวจสอบวัตถุพยาน ชันสูตรพลิกศพ ตลอดจนการสอบสวนผู้ก่อเหตุ ควรดำเนินการให้ถูกต้องตาม "หลักการ" เราจึงจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำมาวางมาตรการป้องกันได้อย่างถูกจุด

+++ ตำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ ยกตัวอย่างกรณีคำให้การผู้ต้องหาคดีนี้ที่อ้างว่า "เสพยา" ก่อนลงมือก่อเหตุ หากฟังเผินๆ จะเข้าใจว่า ยาเสพติดเป็นตัวกระตุ้นให้ก่อเหตุ

+++ แต่ในความเป็นจริง ยาบ้าทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ สิ่งเสพติดหรือของมึนเมาจึงเป็นเพียง "ตัวช่วย" กระตุ้นให้เกิดความกล้าเท่านั้น

+++ และถ้าเรารู้จิตวิทยาพื้นฐานของคนร้ายที่ก่อคดีข่มขืน ก็จะรู้ว่าคนร้ายประเภทนี้มีพฤติกรรมเป็น "นักล่า"

+++ พฤติกรรมของนักล่า คือ รอ 3 อย่าง "เวลา สถานที่ โอกาส" ในการจัดการกับ "ผู้ที่อ่อนแอกว่า" เสมอ ส่วนการตัดสินใจว่าจะลงมือก่อเหตุหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่ว่าโทษทัณฑ์รุนแรงเพียงใด เพราะลึกลงไปใน "จิตใต้สำนึก" ของอาชญากรเหล่านี้ มีแค่ "ทำ-ไม่ทำ" เท่านั้น!

+++ หากเราตัดโอกาส ดูแลสถานที่ และปกป้องผู้อ่อนแอได้ ความเสี่ยงในการถูกก่อเหตุก็จะลดน้อยลง ความปลอดภัยก็จะมีมากขึ้น

+++ ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่าแค่ปีนี้ปีเดียว มีเด็กหายแล้วถูกฆาตกรรม 8 ราย เห็นตัวเลขแล้วน่าตกใจ เด็กๆ ในสังคมไทยยุค "คืนความสุข" กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง

+++ เห็น คสช.ขึงขังปราบปรามหลายๆ เรื่องแล้วได้ผลไม่น้อย จึงอยากฝากปัญหานี้ไว้ให้พิจารณา แต่ไม่เอาการแก้ปัญหาแบบ "จับแล้วจบ" เหมือนในหลายๆ กรณี แต่ขอให้วาง "ระบบ" ป้องกันอาชญากรรมประเภทนี้ให้ดี เพราะเกิดขึ้นกับเด็ก และจะไม่เป็น "คดีสุดท้าย" อย่างแน่นอน

+++ ส่วนต้องทำอย่างไรนั้น ตำรวจเขามีองค์ความรู้และมีข้อมูลพร้อมอยู่แล้ว ขอเพียงสั่งมา เขาพร้อมจัดให้...