คณะกรรมการตรวจสอบข้าว โครงการรับจำนำได้เริ่มทำการตรวจข้าว ในโกดังรัฐบาลทั่วประเทศเป็นสัปดาห์แรก
ซึ่งดูเหมือนเป็นไปตามคาดว่าจะพบปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว นั่นคือ ข้าวหายจากโกดัง ข้าวเสื่อมสภาพเนื่องจากเก็บมานานกว่า 2 ปี การจัดเก็บไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น เพราะหากใครที่คิดตามนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่แล้ว ก็จะเห็นว่าโครงการนี้มีขนาดใหญ่มาก และดำเนินการอย่างรีบเร่งในขอบเขตทั่วประเทศ โดยการบริหารจัดการทั้งหมดคือกระทรวงพาณิชย์
ประเด็นปัญหาที่พบหลังจากตรวจสอบเพียงไม่กี่วัน ก็เป็นประเด็นเดียวกันกับที่รัฐบาลชุดที่แล้ว ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ เพียงแต่การตรวจสอบก่อนหน้านี้ ผู้ที่พบว่ามีความผิดมักจะเป็นรายเล็กรายน้อยเท่านั้น แต่ยังไม่เคยเจอรายใหญ่จริงเหมือนที่พบในขณะนี้ เพราะต้องถือว่าเป็นรายใหญ่เนื่องจากมีปริมาณข้าวนับหมื่นตัน ดังนั้นจึงน่าติดตามว่าจะมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่เกิดขึ้น และเราหวังว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการแถลงให้ประชาชนทราบ
ประเด็นการทุจริตในครั้งนี้ หากมีการตรวจพบหลักฐานจริงถือว่ามีประเด็นที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวในครั้งนี้มีลักษณะพิเศษหลายประการ คือ 1. เป็นโครงการที่ใช้เงินมหาศาลกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งในที่สุดแล้วภาระต้องตกอยู่กับประชาชนผู้เสียภาษีทุกคน 2. เป็นโครงการที่กล่าวว่าเป็นอภิมหาประชานิยม เพราะรับจำนำในราคาสูงกว่าตลาดมาก และ 3. กระตุ้นให้เกิดการผลิตจำนวนมากจากชาวนาทั่วประเทศ ซึ่งพึงพอใจกับโครงการนี้
ความล้มเหลวของโครงการนี้ ย่อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อคนไทยทุกคน ดังนั้น การเปิดเผยข้อเท็จจริงของโครงการนี้ทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมาขอคสช.จะถือว่าเป็นคุณของแผ่นดินอย่างยิ่ง โดยคสช.จะต้องเปิดเผยให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในแง่ของการผลิต การตลาด และสิ่งสำคัญคือกระบวนการทุจริตคอร์รัปชันของโครงการว่ามีขั้นตอนอย่างไร และมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ ซึ่งเราเชื่อว่าคนไทยทุกคนต้องการจะรู้ว่าการทุจริตในโครงการนี้ทำกันอย่างไร
แม้ว่าก่อนหน้านี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหาอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน แต่เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการดำเนินงาน คนไทยจึงรู้เพียงแต่ว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนใดบ้าง แต่ที่น่ารู้ยิ่งว่าคือกระบวนการของการทุจริตกับนโยบายช่วยเหลือชาวนาของนักการเมืองว่าเขาทำกันอย่างไร มีความซับซ้อนและมีคนเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญพอๆ กับความเสียหายที่เกิดขึ้น
เราเห็นว่าเมื่อคสช.มีมุ่งหมายต้องการปฏิรูปประเทศ และนโยบายประชานิยมเป็นเป้าหมายหนึ่ง ที่ต้องการยกเลิก คสช.จำต้องชี้แจงอย่างละเอียดว่านโยบายเช่นนี้สร้างความเสียหายอย่างไร เพราะนอกจากจะเป็นบทเรียนให้กับรัฐบาลในอนาคตแล้ว เราเชื่อว่าผลเสียที่เกิดขึ้นก็จะทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ความจริงว่าโครงการนี้สมควรยกเลิกอย่างไร เพราะหากประชาชนได้เข้าใจอย่างแท้จริง เราเชื่อว่าประชาชนนี่เองจะเป็นเครื่องป้องกันคอร์รัปชันและนโยบายที่ไม่เกิดประโยชน์ได้ ประชาชนจะได้มีความรู้ไว้ตัดสินใจเมื่อโอกาสเลือกตั้งมาถึง






