วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปุจฉา-วิสัชนาว่าด้วย การเมืองไทยวันนี้กับท่านทูตอังกฤษ

ผมตั้งวงสนทนากับท่านเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย มาร์ค เคนท์ วันก่อนเพื่อวิเคราะห์

และแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยการเมืองไทย และความหมายของ “ประชาธิปไตย” กับ “รัฐประหาร” อย่างเป็นกันเอง

ท่านทูตพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ยืนยันกับผมว่าการสัมภาษณ์ควรจะพูดภาษาไทย เพราะท่านได้ฝึกฝนมามากพอที่จะใช้ภาษาของบ้านเราในการวิวาทะเรื่องการเมือง

จุดยืนของอังกฤษชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยรัฐประหารในไทย และท่านทูตก็ยืนยันว่า “เรายังห่วงกังวล” กับเรื่องนี้อยู่

เมื่อถามว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ประกาศ Roadmap ที่จะมีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองภายในเดือนนี้และต่อไปก็จะตั้งรัฐบาล, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, กับสภาปฏิรูป และสามารถเลือกตั้งทั่วไปได้ในเดือนตุลาคม ปีหน้า ท่านทูตคิดว่าอังกฤษและสหภาพยุโรปจะทบทวนจุดยืนต่อ คสช. หรือไม่อย่างไร?

ท่านทูตมาร์ค เคนท์บอกว่า “แน่นอน นี่เป็นความคืบหน้า แต่เราก็ยังจะต้องเฝ้าติดตามต่อไป”

ท่านยืนยันกับผมว่า “ประเทศอังกฤษกับไทยเป็นเพื่อนกันมากว่า 400 ปี และทุกวันนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่...เรายืนข้างประเทศไทยนะครับ”

คุณมาร์ค เคนท์ บอกว่าความสัมพันธ์ของอังกฤษกับไทยแม้จะมีปัญหาด้านการเมืองในช่วงนี้ แต่ทางด้านการค้าการลงทุนและสังคม ก็ยังดำเนินต่อไป “ความจริง ผมก็ยังติดต่อกับนักลงทุนอังกฤษและฝ่ายไทยอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเรื่องความร่วมมือทางการศึกษา เราก็ยังมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ไม่เปลี่ยนแปลง”

ท่านทูตบอกว่า “คำว่าประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงความวุ่นวาย แต่เราต้องมีระบบระเบียบ ต้องมี rule of law หรือนิติธรรมและนิติรัฐ ถ้ามีคนไม่เคารพกฎหมายก็ต้องไปครับ ...ใช่ เราต้องการความสงบเรียบร้อย แต่เราไม่จำเป็นต้องหยุดระบอบประชาธิปไตยหรือเปล่า?”

ผมถามว่าทำไมเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ในอียิปต์ แต่โลกตะวันตกไม่เรียกว่า “coup” แต่เรียกว่า “restoration of peace and order” แต่เรื่องเดียวกันในไทยโลกตะวันตกประกาศเป็น “coup” ปัจจุบันทันด่วน?

ท่านไม่ตอบตรง ๆ บอกว่าท่านอยู่เมืองไทย ไม่ได้อยู่อียิปต์ จึงบอกไม่ได้ว่าที่นั่นเป็น coup หรือไม่

อีกทั้งท่านบอกว่าสถานการณ์ในไทยไม่เหมือนที่อื่นเพราะ “ไม่มีสงครามกลางเมือง”

ผมบอกท่านทูตว่า คสช. อ้างว่าหากไม่เข้ามายึดอำนาจ เมืองไทยก็จะเข้าสู่ภาวะสงครามกลางเมืองและจะกลายเป็น “รัฐล้มเหลว” แล้ว

ท่านทูตบอกว่า “คุณสุทธิชัยก็ทราบดีว่าหากมีรัฐประหารเกิดขึ้นในไทย จะมีปฏิกิริยาตอบสนองจากประเทศอื่นอย่างไร

คุณมาร์ค เคนท์ บอกว่าทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกับเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศไทย และ “ผมมีความชื่นชอบนักการทูตของไทยเพราะเป็นมืออาชีพ เก่งมาก ผมชื่นชมในความสามารถของนักการทูตไทยมาก”

ผมแย้งว่าหากนักการทูตไทยเก่งและเป็นมืออาชีพจริง ท่านทูตอังกฤษคนนี้ก็คงจะต้องเชื่อในเหตุผลของ คสช. ที่กระทรวงต่างประเทศไทยพยายามอธิบายให้โลกตะวันตกได้เข้าใจถึงเหตุผลของการก่อรัฐประหารคราวนี้แล้ว

ท่านทูตยืนยันว่าเป็นห่วงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลิดรอนเสรีภาพของสื่อสารมวลชนหลังรัฐประหาร และถามผมถึงการทำงานของสื่อในช่วงนี้

ผมอธิบายถึงจุดยืนของสื่อไทยที่ยืนหยัดในการทำหน้าที่รายงานความจริงต่อสาธารณชนภายใต้ภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ เพราะทั้ง คสช. และ สื่อสารมวลชนมืออาชีพต่างก็มีหน้าที่จะต้องทำงานเพื่อประชาชนตามหลักการแห่งจริยธรรมของตน

คุณมาร์ค เคนท์ ยอมรับว่าคนไทยจำนวนหนึ่งเห็นด้วยกับ คสช. แต่อีกจำนวนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วย

“ตอนนี้คนไม่เห็นด้วยไม่สามารถจะแสดงความเห็นอย่างนั้นได้” ทูตอังกฤษบอก และนั่นคือเหตุผลที่เขาบอกว่ายัง “มีความกังวล” ต่อสถานการณ์ในไทย

บทสนทนาของท่านทูตอังกฤษกับผมเป็นไปด้วยความครึกครื้นและเป็นกันเอง เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยแลกเปลี่ยนความเห็นกันหลายรอบ ทั้งที่เป็นข่าวและที่ไม่เป็นข่าว แต่ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นแย้งในประเด็นการเมืองใด นักการทูตประสบการณ์สูงอย่างท่านทูตมาร์ค เคนท์ ก็ยืนยันถึงความเป็นมิตรกับประเทศไทยและคนไทย

ช่วงนี้อาจเป็นภาวะไม่ปกติสำหรับประเทศไทย และความสัมพันธ์เฉพาะกิจเฉพาะเรื่องอาจได้รับผลกระทบไปบ้าง

แต่ลึก ๆ แล้ว คุยกันนอกรอบตัวต่อตัว ผมก็สัมผัสได้ถึงความเป็นมืออาชีพของนักการทูต ที่ได้รับมอบหมายมาประจำประเทศไทยเพื่อดูแลผลประโยชน์ของประเทศของตน แต่ขณะเดียวกันก็พยายามเข้าใจความเป็นไปและความรู้สึกของเจ้าของประเทศที่กำลังประสบกับปัญหาที่ต้องเผชิญร่วมกัน

คนไทยต้องการปฏิรูปบ้านเมือง ท่านทูตมาร์ค เคนท์ ก็เห็นว่านั่นเป็นเส้นทางที่ถูกต้องและพร้อมสนับสนุน

คนไทยต้องการประชาธิปไตย ท่านทูตก็เห็นพ้องร้อยเปอร์เซ็นต์

ผมถามว่าถ้อยแถลงแข็งกร้าวจากโลกตะวันตกเป็นการ “ลงโทษ” หรือ “กดดัน” หรือ “ช่วยผลักดันให้กลับสู่ทิศทางที่ถูกต้อง”?

ท่านไม่ตอบตรง ๆ แต่ยืนยันนั่งยันว่า

“เรายังเป็นมิตรกันอยู่แน่นอนครับ อังกฤษยืนข้างประเทศไทยครับ”

(โปรดติดตามการสนทนาฉบับเต็มในรายการ “ไทม์ไลน์ สุทธิชัย หยุ่น” 1 ทุ่ม วันอาทิตย์นี้ทาง Nation TV จะได้อรรถรสเต็ม ๆ ครับ)