วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บางมุมมอง PR ว่าด้วยการ "รับฟัง"

ผู้เขียนได้อ่านข่าวราษฎรบ้านปางผึ้ง หมู่ 10 อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ประสบความเดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าใช้มานานกว่า40ปี

ด้วยความรู้สึกที่หดหู่ สะเทือนใจ สงสารชาวบ้าน แต่ก็เข้าใจ เห็นใจหน่วยปฏิบัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ติดขัดเงื่อนไข หรือหลักเกณฑ์บางอย่าง

อาจเป็นข่าวเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ด้วยคุณค่า 2-3 ประการ

1) เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชน และกระทรวงมหาดไทย (มท.) โดย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงฯได้สั่งการให้จังหวัด กฟภ.ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งหาแนวทางช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

2) ต้องขอบคุณสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ที่นำเสนอและให้คุณค่าข่าวลักษณะนี้

3) การให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นการให้แสงสว่าง มิเพียงแสงสว่างของไฟฟ้า ยังเป็นแสงสว่างของชีวิต

ทราบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินงาน คาดว่า จะสามารถตั้งเสาไฟฟ้าเพื่อให้บริการไฟฟ้าได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ (อ่านรายละเอียดข่าวได้ทางกูเกิล โดยพิมพ์ “กระทรวงมหาดไทยสั่งจ่ายไฟให้ชาวท่าปลา”)

เห็นด้วยอย่างยิ่ง เชื่อว่าผู้อ่านก็คงจะเห็นด้วยเช่นเดียวกัน ชนบทห่างไกลของเรายากไร้ อ่อนแอ อ่อนด้อย ขาดทั้งโอกาสและการเข้าถึง เหมาะสมแล้วที่เร่งหาแนวทางช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

ชื่นชมปลัดกระทรวงฯในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กรในภาพใหญ่ ใช้การติดตามข่าวสื่อมวลชน และให้ความสำคัญกับการ “รับฟัง” มีอะไร เกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร มิเพียงเป็นนักบริหาร ยังเป็นนักสื่อสาร ใช้ประโยชน์จากสื่อ ถือเป็นหัวใจของการประชาสัมพันธ์ หรือ PR อย่างหนึ่ง จึงทำให้ท่านได้ทราบถึงปัญหาความต้องการ และนำไปสู่การสื่อสารสั่งการเร่งช่วยเหลือดังกล่าว

เป็นผู้นำ ใช้ PR มีแต่ได้ ยิ่งฟัง ยิ่งรู้

เมื่อรู้ ก็ได้เปรียบในการเข้าถึง เข้าใจและพัฒนา ชนบทขาดการเข้าถึงเรา เราต้องไม่ขาดการเข้าถึงเขา ภารกิจผู้นำอย่างปลัดกระทรวงฯ อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น มีมากมายหลายด้าน ทั้งงานประจำ งานนโยบาย งานพิเศษ งานที่ต้องรุกไปข้างหน้า ไหนจะปัญหาต่างๆ ที่ต้องแก้ กรณีชาวท่าปลา เป็นหนึ่งของปัญหา สื่อหามาให้ ไม่ต้องไปหาเอง หรือหาจากที่ไหน ใครไม่นำพา ก็น่าเสียดาย

เข้าถึงสื่อ เข้าถึงประชาชน

ชาวบ้านปางผึ้ง ท่าปลา รวมถึงสังคมคงจะจดจำชื่อ “ปลัดวิบูลย์ฯ” ไปตราบนานเท่านาน ผลงานนี้ไม่มีลืม ขณะที่มีบางมุมมอง PR หากหน่วยปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ หรือฝ่าย PR ใช้หลัก PR รับฟัง เข้าถึงปัญหาดั่งเช่นผู้นำ (บ้าง) ก็คงจะดีไม่น้อย มีอะไรติดขัดเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ใด เสนอแนะหรือชงเรื่องขึ้นไป อย่างน้อยน่าจะส่งผลให้การหาทางช่วยเหลือได้เร็วกว่านี้ หรือไม่ ประการใด

เป็นผู้ปฏิบัติ ถ้ารู้ใช้ PR มีแต่ได้เช่นกัน รู้ก่อน แก้ปัญหาก่อน

มีบางคำถามชวนคิดเชิง PR : จะดีหรือไม่ ประการใด ถ้าการสั่งให้เร่งหาแนวทางช่วยเหลือราษฎรบ้านปางผึ้งโดยเร็วที่สุดของปลัดกระทรวงฯ ไปจากความคิดที่ได้จาก PR รับฟัง และเสนอแนะของหน่วยปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ไฟฟ้า หรือฝ่าย PR ?

อยู่ที่หน่วยปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ไฟฟ้า ฝ่าย PR จะพิจารณา

จะอย่างไรก็ตาม ที่แน่ๆ วันนี้ชาวบ้านปางผึ้ง ท่าปลาคงจะดีใจ มีพลังกาย ใจ และปลื้มเปี่ยมด้วยความหวัง ขอขอบคุณภาครัฐทุกฝ่าย มท. จังหวัด กฟภ. ทำให้ฝันเป็นจริง 40 ปีไม่มีไฟฟ้าใช้ กับการผ่อนลดปลดล็อกเงื่อนไขหรืออุปสรรคหลักเกณฑ์บางอย่าง เชื่อว่าสังคม ประชาชนไม่มีใครว่า มีแต่จะสรรเสริญ ชื่นชมยกย่อง ทำให้พี่น้องท้องถิ่นห่างไกลของเราไม่ต้องทนทุกข์ยาก ลำบากลำบนโดยเฉพาะในยามค่ำคืน

สลายทุกข์ให้เขาได้เท่าใด สร้างสุขให้เขาได้เท่านั้น

มองว่า ผลสำเร็จในงานนี้เป็นอีกชิ้นที่น่าสนใจเนื่องมาจากการรู้ใช้ PR รับฟัง เข้าถึงสื่อ ไม่ว่าปัญหาประชาชน คนในเมืองหรือชนบทห่างไกลแค่ไหน สื่อสอดส่อง สื่อสืบเสาะ เจาะหาข่าวสาร ข้อมูลข้อเท็จจริง อะไร ที่ไหน อย่างไร มานำเสนอให้รู้ เสมือนหนึ่ง “ประชาสัมพันธ์ของสังคม”

อยู่ที่ใครจะรับฟังหรือไม่ ให้ความสนใจนำพาปัญหาแค่ไหน

พูดถึง PR องค์กรไหนองค์กรนั้น ส่วนใหญ่มักจะไปมอง หรือให้ความสำคัญที่การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ขององค์กรหน่วยงานผ่านสื่อ เพื่อส่งออกไปยังประชาชน สังคม ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารนโยบาย โครงการ หรือผลการดำเนินงานต่างๆ

เน้น “บอกกล่าว” มากกว่าจะ “รับฟัง”

อันที่จริงการเน้นบอกกล่าวนั้น ก็ถูกต้อง เห็นด้วย ไม่ได้ผิดกฎกติกาอะไร เพราะว่า PR มีหน้าที่สื่อสาร ส่งผ่านข้อมูล สร้างการเข้าถึง ทำให้ประชาชนรับรู้รับทราบข่าวสาร และใช้ประโยชน์จากนโยบายขององค์กรให้มากที่สุด หวังผลความร่วมมือร่วมใจ เพื่อบรรลุถึงซึ่งผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และสังคมที่ดีขึ้น

แต่นั่นเป็น PR ข่าวสารขาออกเท่านั้น ต้อง PR ข่าวสารขาเข้าด้วย การที่ชีวิตความเป็นอยู่ และสังคมจะดีขึ้นอย่างไร มิได้มาจากนโยบายขององค์กร PR บอกกล่าวออกไปเท่านั้น ยังมาจากปัญหาความต้องการของประชาชน PR รับฟังเข้ามาอีกด้วย

โดยนำปัญหาที่รับฟังมาเป็นโจทย์ และแปลงไปสู่ความช่วยเหลือหรือส่งเสริมพัฒนาในรูปโครงการหนึ่งโครงการใด หรือหลายโครงการก็เป็นไปได้ ขึ้นกับความเหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความต้องการ ความเดือดร้อน ความลำบากยากไร้ ขาดโอกาส ด้อยโอกาส ความไม่เป็นธรรม เอารัดเอาเปรียบ สารทุกข์สุกดิบต่างๆ ฯลฯ

อยู่ที่ผู้นำองค์กร หน่วยงานปฏิบัติ หรือ ฝ่าย PR รับฟังตั้งใจ ใส่ใจใกล้ชิด สนใจจดจ่อ หรือรับฟังแล้วผ่านไป บางทีการกำหนดนโยบาย ก็ (อาจ) ไม่ตรงความต้องการของประชาชนเท่าที่ควร สู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ สะท้อนความต้องการกว่า สลายทุกข์ได้ตรงจุดกว่า

มองในมุม PR ขององค์กรไม่พอ ต้องมองในมุม PR ของสังคมด้วย