การปฏิรูปเศรษฐกิจสู่ประเทศพัฒนาแล้ว นอกจากต้องพัฒนาและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพทั้งหมด
ให้ถึงมาตรฐานประเทศพัฒนาแล้ว โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเหล่านี้ ได้แก่ ระบบขนส่งคมนาคม (ถนนหนทาง ระบบขนส่งทางน้ำ ระบบราง ระบบขนส่งทางอากาศ) ระบบสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า น้ำประปา) ระบบสื่อสารโทรคมนาคม เป็นต้น เรายังต้องมีระบบกฎหมายกฎระเบียบ ระบบและกระบวนการยุติธรรมที่ได้มาตรฐาน ระบบและกลไกส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการประกอบการและคุ้มครองนักลงทุน
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ประเมินว่าศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Potential GDP Growth) ของประเทศไทยลดลงจาก 4.9% ในช่วงปี ค.ศ. 2000-2007 เหลือ 3.5% ในช่วงปี ค.ศ. 2008-2013 สาเหตุหลักมาจาก ปัญหาความอ่อนแอของระบบสถาบัน โครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในระดับ 4-6% ในทศวรรษต่อไป ในความเห็นของผู้เขียนมองว่า ต้องเพิ่มศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ทางด้านคุณภาพและผลิตภาพ เนื่องจากประชากรในวัยทำงานลดลง (อาจแก้ปัญหาด้วยการนำเข้าแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ) หากไม่แก้ไขปัญหาความอ่อนแอทางด้านอุปทานตามที่กล่าวมา เราอาจต้องอาศัยการกระตุ้นอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ซึ่งไม่ยั่งยืนและอาจก่อปัญหาหนี้ภาครัฐได้หากใช้นโยบายกระตุ้นอุปสงค์ระยะสั้นเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ
ศักยภาพในการเติบโตของไทยหลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปปลายปี พ.ศ. 2558 สามารถขยายตัวได้ในระดับไม่ต่ำกว่า 4-5% หากบ้านเมืองมีเสถียรภาพ และ การเติบโตต้องเกิดจากการปฏิรูปเศรษฐกิจทางด้านอุปทาน การกระตุ้นทางด้านอุปสงค์จะไม่มีพลังขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากไทยจะประสบปัญหาทั้งกำลังการผลิตส่วนเกินลดลงมากและประชากรวัยทำงานมีอัตราเพิ่มลดลง การกระตุ้นเศรษฐกิจทางด้านอุปสงค์อย่างเดียวจะทำให้เกิดแรงกดดันของเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
การปฏิรูปทางด้านระบบสถาบันและกฎระเบียบ (Institution and RegulationReform) ต้องมุ่งไปที่การลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ความด้อยประสิทธิภาพ ขั้นตอนที่ล่าช้า และความแน่นอนต่อเนื่อง ความคงเส้นคงวาและความมั่นคงเชื่อถือได้ของระบบสถาบันและกฎระเบียบ
การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานต้องเน้นไปที่การลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในมิติทางภูมิศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน ไทยมีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางทางโลจิสติกส์โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการขนส่งทางบกได้เป็นอย่างดี
การปฏิรูประบบสวัสดิการสังคม มุ่งไปที่การสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำ และวางแผนให้เกิดความยั่งยืนทางการเงิน
การปฏิรูประบบการศึกษา การใช้ระดับปีการศึกษา (School attainment) หรือ จำนวนปีการศึกษา (Year of schooling) เป็นปัจจัยในการอธิบายการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจไม่พบข้อสรุปที่ถูกต้องนัก หากไม่พิจารณาถึง “คุณภาพการศึกษา” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ การพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์นอกจากเป็นไปเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวแล้วยังมีความจำเป็นต่อการหักล้างกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากสังคมผู้สูงอายุที่ไทยต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยประสบกับปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการและอุปทานในตลาดแรงงาน การผลิตคนสู่ภาคการผลิตของเรายังไม่ได้อิงกับอุปสงค์ของระบบเศรษฐกิจเท่าไหร่นัก แต่สถาบันการศึกษาเลือกผลิตคนตามความพร้อมของตน นอกจากนี้ระบบการศึกษายังผลิตคนตามความนิยมและค่านิยมในการเรียนมากกว่าความต้องการจริงๆ ในระบบเศรษฐกิจ ผลิตคนจบมหาวิทยาลัยออกมาจำนวนมากเพราะมองว่าคนจบจากมหาวิทยาลัยมีสถานะที่สูงกว่า ระบบการศึกษาไทย จึงเป็น Supply Driven Education System คุณภาพทางด้านการศึกษาระดับสูงของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทุนทางด้านวิจัยและการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการอุดมศึกษาไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความด้อยลงของคุณภาพการศึกษาสะท้อนมาที่แรงงานที่ไม่มีคุณภาพ
การปฏิรูปเศรษฐกิจภายใต้ระบอบประชาธิปไตยจะสามารถทำเรื่องยากๆ ได้หากระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีอำนาจอย่างแท้จริง กรณีที่การปฏิรูปเศรษฐกิจไปขัดกับผลประโยชน์คนส่วนน้อย อภิสิทธิ์ชนก็สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้ด้วยพลังของประชาชนส่วนใหญ่ กระบวนการประชาธิปไตยย่อมมีความล่าช้าเป็นปรกติ เพราะเป็นกระบวนการที่ต้องดึงการมีส่วนร่วมของผู้คนที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เมื่อมีการผลักดันให้เกิดขึ้นแล้วจะมีแรงต่อต้านน้อยมาก (จากฐานล่างสู่การตัดสินใจ)
ขณะที่การปฏิรูปเศรษฐกิจที่อาศัยอำนาจเผด็จการบนสู่ล่างด้วยการสั่งการอาจขาดความรอบคอบและขาดการมองปัญหาอย่างรอบด้าน การปฏิรูปเศรษฐกิจภายใต้ระบอบอำนาจนิยม อาจทำให้เกิดแรงต่อต้านในภายหลัง หากผู้เผด็จการใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม แรงต่อต้านจะน้อยลง หากผู้เผด็จการมีที่ปรึกษาที่ดี และทำตามข้อเสนอที่มีวิสัยทัศน์ ก็อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศในทางที่ดีขึ้นก็ได้โดยไม่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการนานเท่ากับการดำเนินการผ่านกระบวนการประชาธิปไตย
อย่างไรก็ตาม ประชาธิปไตยที่ถูกครอบงำด้วยทุนผูกขาดก็จะมีปัญหาเช่นเดียวกันกับระบอบอำนาจนิยม ครับ






