ทวิตเตอร์ มีข้อความมากกว่า 12.2 ล้านทวิตในแมตช์เปิดสนามที่บราซิลฟาดแข้งกับโครเอเชีย
ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวล่ามาแรงที่สุดในช่วงนี้ จะเป็นเรื่องอะไรไม่ได้ นอกจาก "ฟุตบอลโลก 2014" ต้องยอมรับว่าปีนี้ถือว่าเป็นปีที่มาแรงมากอีกปีหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ตั้งแต่ความพร้อมในการจัดการแข่งขันที่บราซิล, เกมในแต่ละแมตช์ที่พลิกโผกันให้คอบอลได้ลุ้นกันทุกนาที ตลอดจนเรื่องไลฟ์สไตล์อย่างแฟนสาวสุดสวย และเซ็กซี่ของเหล่านักเตะ กระแสต่างๆ เหล่านี้ หากนำมาเชื่อมโยงกับมุมมองการใช้สื่อบนโลกออนไลน์ นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากอีกเช่นกัน
แต่ก่อนคนส่วนใหญ่ จะเป็นฝ่ายรับสารจากข่าวต่างๆ และพูดคุยกันในคอมมูนิตี้ที่ยังมีอยู่ในวงจำกัด แต่ปัจจุบันนี้ ทุกคนมีช่องทางในการรับสารเข้า และสื่อสารออกหลากหลายมากขึ้น ช่องทางที่นิยมมากที่สุด คงหนีไม่พ้นโซเชียล เน็ตเวิร์ค ที่นิยมกันหลักๆ ในบ้านเรา ผมลองหาข้อมูลเชิงสถิติมาให้ชมกันเล่นๆ
ปัจจุบันเฟซบุ๊ค มีผู้ใช้งาน มากกว่า 58 ล้านคน ที่ร่วมกันทำให้เกิดอินเตอร์แอคชั่นกว่า 140 ล้านเฟซบุ๊คอินเตอร์แอคชั่น ขณะที่ทวิตเตอร์ มีข้อความมากกว่า 12.2 ล้านทวิตในแมตช์เปิดสนามที่บราซิล ฟาดแข้งกับโครเอเชียและเอาชนะไปได้ 3-1
เหล่านี้ ยังไม่รวมภาพจากอินสตาแกรม และความคิดเห็นต่างๆ ในเว็บบอร์ด คอมมูนิตี้ที่เหล่าคอบอลพูดถึงกันอีกมากมาย ฟีฟ่าในฐานะผู้จัดฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการ จับทางคอบอลทั่วโลกโดยสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา นอกจากรวบรวมข่าวสารทั่วไปเกี่ยวกับฟุตบอลโลกแล้ว ยังคอยรวบรวมสถิติต่างๆที่อยู่ในความสนใจของเหล่าคอบอลทุกคนให้ ได้ติดตามกันทุกๆ แมตช์
มองย้อนกลับมาที่สินค้า และบริการของแบรนด์ต่างๆ ในบ้านเรา นักการตลาดจะฉกฉวยโอกาสกับกระแสนี้ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเขากันอย่างมากมาย หลายๆ แบรนด์มีหมัดเด็ดที่ปล่อยกันอย่างไม่ยั้ง
ผมยกตัวอย่างมาให้ดูกันสัก 2 เคส ที่เป็นการใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ค เข้ามาทำมาการตลาดเกาะกระแสบอลโลกในปีนี้
"ไทยเบฟ" ได้ออกแคมเปญ "ช้างชวนคนไทย ร่วมเชียร์ ฟุตบอลระดับโลกที่บราซิล" ไม่ว่าคอบอลจะพูดถึงเรื่องฟุตบอลโลกเรื่องอะไร เชียร์ทีมไหน หรือนักเตะในดวงใจเป็นใคร แค่แชร์ความเห็นนั้นลงใน โซเชียล เน็ตเวิร์ค ของตัวเอง และใส่ #Changpoll ความคิดเห็นเหล่านั้น ก็จะถูกนำมารวมกันทำเป็นข้อมูลกระแสฟุตบอลโลกเชิงสถิติที่น่าสนใจมากมาย ถือได้ว่าเป็นแบรนด์หนึ่งที่ฉีกแนวการโฆษณาอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการมาใช้กลยุทธ์การเกาะกระแสการพูดคุยเรื่องฟุตบอลโลกทั้งหมดผ่าน โซเชียล เน็ตเวิร์ค ตัวแม่ในไทยมารวบรวมเป็นความคิดเห็นเชิงสถิติ ที่น่าติดตามกันอย่างแมตช์ต่อแมตช์ ผ่านการใช้ # ที่กำลังเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย (ที่มา: http://changpoll.com / https://www.facebook.com/Changworld)
"โซนี่" ใช้แคมเปญ "One Stadium Live" เป็นแคมเปญที่รวบรวมแรงเชียร์ประเทศที่ตัวเองชอบจากของคนทั่วโลกมาไว้ในที่เดียวกัน โดยยูสเซอร์สามารถเลือกเชียร์ประเทศที่ตัวเองชื่นชอบ และส่งพลังเชียร์กันมาได้ ชอบหลายประเทศก็เชียร์ได้หมดไม่ต้องกั๊ก นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการแนะนำ ประวัติของทีม รวมไปถึงนักเตะแต่ละคนเพิ่มเข้ามาอีกด้วย เผื่อแมตช์เมื่อคืนนักเตะคนไหนทำลีลาได้ยอดเยี่ยมก็ไปสืบค้นประวัติกันได้เลย
เพิ่มสีสันใน section Fan Challenge โดยให้คอบอลด้วยกิจกรรมต่างๆ ผมยกตัวอย่าง "Paint Stadieum" ที่ให้ยูสเซอร์สามารถวาดรูปนักเตะ หรือบรรยากาศต่างๆเกี่ยวกับบอลโลก มารวมรวมเป็นคลัง โซเชียล เน็ตเวิร์ค ย่อมๆ บนเว็บ พร้อมเปิดระบบโหวตดึงดูดคนคนมาร่วมสนุกกันมากมาย (ที่มา: http://football.sony.net/onestadiumlive/en/#/home/ )
ทั้งหมดนี้ คือ ตัวอย่างของแบรนด์สินค้าที่ได้มีการปรับและออกแคมเปญในช่วงบอลโลก เพราะในช่วงนี้ ผู้คนต่างๆ พากันสนใจกับกระแสของบอลโลก และการใช้สื่อออนไลน์ ดูจะเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้จำนวนมาก ดังนั้นอยากให้หลายๆ แบรนด์ลองหันมาใช้กันดูครับ









